อุ้มชาวนาดันกองทุนซื้อหนี้หมื่น ล. ประเดิมลอตแรกพันล้าน-ปล่อยกู้ฟื้นฟูอาชีพ 5 หมื่น

อุ้มชาวนาดันกองทุนซื้อหนี้หมื่น ล. ประเดิมลอตแรกพันล้าน-ปล่อยกู้ฟื้นฟูอาชีพ 5 หมื่น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบถึงรายละเอียดในการดำเนินการแก้ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ครม.ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาผ่านทางกองทุนฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร วงเงิน 17,500 ล้านบาท โดยเบื้องต้นกองทุนจะรับหนี้สินของเกษตรกรจากสถาบันการเงินทั้งธนาคารพาณิชย์ และจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรกร (ธ.ก.ส.) ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ในส่วนของหนี้สินที่อยู่ในกระบวนการฟ้องร้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกษตรกรสูญเสียที่ดินทำกิน โดยจะทยอยโอนหนี้เข้ามารวม 7 ครั้ง ลอตแรกคาดว่าจะโอนหนี้เข้ามาได้ประมาณพันกว่าล้านบาท

นอกจากนั้น กองทุนฟื้นฟูฯ จะดำเนินการช่วยเหลือฟื้นฟูอาชีพของเกษตรกรโดยการปล่อยกู้ให้ด้วย เพราะช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีหนี้ของเกษตรกรที่โอนเข้ามายังกองทุนฟื้นฟูฯ ประมาณ 5-6 พันราย แต่ยังไม่เคยเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูอาชีพอย่างจริงจัง ทำให้รัฐบาลต้องจัดสรรงบส่วนหนึ่งเพื่อใช้ปล่อยกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำที่ 1% โดยกำหนดเบื้องต้นที่รายละไม่เกิน 5-6 หมื่นบาท แต่จะช่วยเหลือได้มากน้อยแค่ไหนใช้เวลากี่ปีคงต้องพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง

หนี้สินของเกษตรกรสะสมมานานหลายสิบปี แต่ที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้เข้าไปแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งจากการเข้าไปหารือรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร รัฐบาลก็พร้อมจะเข้าไปช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ มีกฎกติกา และรักษาไว้ซึ่งระเบียบในการใช้เงิน โดยเห็นว่าขณะนี้กองทุนฟื้นฟูฯ มีความพร้อมมากขึ้นและเกษตรกรก็ให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหาเป็นอย่างดี นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า ในการประชุม ครม. กระทรวงการคลังยังเสนอให้พิจารณาอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2553 ซึ่งจะมีรายจ่ายสูงกว่าปีก่อนและกำหนดกรอบรายได้ โดยคำนึงถึงฐานรายได้ที่เป็นจริงของปี 2552 และอาจจะต่ำกว่าประมาณ 1.58 ล้านล้านบาท การตามเอกสารงบประมาณแต่ของปี 2553 จะสูงกว่ารายได้ที่คาดว่าจะเก็บได้จริงในปี 2552 โดยยังเป็นการจัดทำงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องอีก 1 ปี แต่จะเป็นเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ครม.

ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่างบประมาณจะช่วยผลักดันจีดีพีปี 2553 ให้เติบโตได้เท่าไร เพราะต้องรอประเมินผลของมาตรการของปีนี้ก่อน รวมทั้งต้องดูมาตรการแก้ไขปัญหาของประเทศอื่นๆ ด้วย แต่รัฐบาลยังมีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณเป็นตัวหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หากรายได้ไม่เพียงพอก็ยังมีศักยภาพในการกู้เงินมาดำเนินมาตรการได้โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการคลัง นายกรณ์ กล่าว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล