Medtopia ชู Anti-Aging ขานรับ Wellness Tourism บูมหลังโควิด-19

Medtopia ชู Anti-Aging ขานรับ Wellness Tourism บูมหลังโควิด-19
S! Money (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

ประเทศไทยเคยถูกจัดอยู่ในอันดับ 1 โดย Global COVID-19 Index (GCI) ในการฟื้นตัวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากทั้งหมด 184 ประเทศทั่วโลก สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวเป็นข้อได้เปรียบด้านความปลอดภัย และเป็นจังหวะดีที่ไทยจะชูการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical and Wellness Tourism) หลังโควิด-19 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวในประเทศ โดยข้อมูลจาก Global Wellness Insititute (GWI) คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาด Wellness Tourism ทั่วโลกราว 27 ล้านล้านบาท จากช่วงปี 2015-2020 ที่มีมูลค่า 19 ล้านล้านบาท และยังมีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ย 6-7% ต่อปี อีกทั้งไทยยังได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งใน 10 ประเทศเป้าหมายที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากเดินทางมาใน 2 ปีข้างหน้า รองจาก ออสเตรเลีย

แน่นอนว่าจุดเด่นของธุรกิจเชิงสุขภาพในไทยก็คือ สปา ความงาม ศาสตร์ชะลอวัย ในราคาที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วด้วย ตอบโจทย์กลุ่มคนรักสุขภาพ รวมถึงกลุ่มที่ต้องการผ่อนคลายจากการใช้ชีวิตที่เคร่งเครียด ที่สำคัญนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวมีกำลังจับจ่ายใช้สอยสูงด้วย

ceoนพ.ธีระ ภิรมย์สวัสดิ์ และนายวรชาติ ทวยเจริญ ผู้ร่วมก่อตั้ง Medtopia

ceo2ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านของศูนย์ฯ

Medtopia ศูนย์ดูแลสุขภาพที่เปิดให้บริการเมื่อต้นปี 2563 ภายใต้การคุมทัพของผู้ร่วมก่อตั้งระหว่าง นพ.ธีระ ภิรมย์สวัสดิ์ และนายวรชาติ ทวยเจริญ เน้นชูศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging) แบบองค์รวม ป้องกันการเกิดอาการเจ็บป่วย ฟื้นฟูความเสื่อมของสุขภาพ วิเคราะห์รายละเอียดเชิงลึก รวมถึงปรับสมดุลในร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย เป็นการดูแลร่างกายจากภายในสู่ภายนอกแบบครบวงจร และยังส่งผลให้ผู้เข้ารับการรักษามีอายุยืนยาวอีกด้วย โดยมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านของศูนย์ฯ คอยให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง

"หลักของการทำ Anti-Aging คือ ทำให้ร่างกายกลับมาสมดุล, ขับสารพิษ และปรับไลฟ์สไตล์ ซึ่ง 3 องค์ประกอบนี้เป็นส่วนช่วย Balance ชีวิตให้ Wellness มากขึ้น" นพ.ธีระ กล่าว

ceo1นพ.ธีระ ภิรมย์สวัสดิ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Medtopia

นพ.ธีระ เล่าว่า หัวใจสำคัญของการรักษาอาการเจ็บป่วยของคนไข้ คือ หาต้นเหตุให้พบเสียก่อนเพื่อที่จะได้รักษาได้ตรงจุด และยังใช้รักษาโรคเรื้อรังควบคู่กับแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้ด้วย โดยใช้งบประมาณกว่า 40 ล้านบาท สร้างห้องปฏิบัติการที่เพียบพร้อมด้วยเครื่องมืออุปกรณ์ เทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีความแม่นยำสูง สามารถตรวจวิเคราะห์ร่างกายได้ถึง 2 แบบ ได้แก่ ตรวจสุขภาพทั่วไป (ตับ, ไต, ไขมัน และน้่ำตาล) และตรวจพิเศษลงลึกถึงระดับ DNA และเซลล์ เพื่อหาความเสื่อมของร่างกาย, ตรวจหาไขมันเลว, รวมถึงความเสื่อมทางพันธุกรรมจากการอักเสบ เป็นต้น ถือว่าใหญ่สุดในไทยที่มีห้องปฏิบัติการตรวจระดับพิเศษในศูนย์เวชศาสตร์ ส่งผลให้ค่ารักษาพยาบาลถูกกว่าไม่เกิน 60% เมื่อเทียบกับในกลุ่มสถานพยาบาลกลุ่มพรีเมี่ยม

ceo3

สำหรับคนไข้ที่เข้ารับการรักษาส่วนใหญ่กว่า 70% เป็นกลุ่มอายุ 35-50 ปี รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไป กว่า 30% และอย่างละ 5% ในกลุ่มอายุ 20 ปี และต่ำกว่า 8-10 ปีที่รับการตรวจหาภูมิแพ้ พร้อมคาดว่าในปีหน้าสัดส่วนคนไข้จะเพิ่มขึ้นทุกกลุ่ม เช่น กลุ่มดูแลสุขภาพ (ภูมิแพ้, ฮอร์โมน) 50%, กลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง (เบาหวาน, ความดัน) 40% และกลุ่มวัยทำงาน (ความงาม, บุคลิกภาพ) 10% และยังมีแผนที่จะเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยการจัดแพคเกจตรวจสุขภาพ ซึ่งอาจระบุจำนวนวัน การตรวจ และรักษาต่างๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ นพ.ธีระ ตั้งเป้าที่จะให้ Meditopai เป็นหนึ่งใน 3 ของศูนย์สุขภาพด้านชะลอวัย (Anti-Aging) ในไทย อีกทั้งเป็นสถาบันฝึกอบรมบุคลากรทางการแพทย์ด้านต่างๆ และมีแผนจะขยายสาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 3 สาขาในอนาคต