ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น10.37จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (19 เม.ย.) ปรับตัวขึ้น 10.37 จุด หรือ 0.07% ปิดที่ 14,547.51 จุด ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 13.64 จุด หรือ 0.88% ปิดที่ 1,555.25 จุด และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 39.69 จุด หรือ 1.25% ปิดที่ 3,206.06 จุด หลังจากปรับตัวลดลงอย่างหนักมา 2 วัน โดยบรรยากาศการซื้อขายได้รับปัจจัยหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่สดใสของกูเกิลและไมโครซอฟท์ ซึ่งช่วยชดเชยผลกำไรที่น่าผิดหวังของไอบีเอ็ม ขณะที่ตลอดสัปดาห์ ดัชนียังคงร่วงหนักสุดในปีนี้            อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีหุ้นสหรัฐยังคงร่วงลงหนักสุดนับตั้งแต่ต้นปีนี้ เพราะได้รับแรงกดดันจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ร่วงลงรุนแรง รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ นำโดย 2 ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐและจีน          ทั้งนี้ ดาวโจนส์ดิ่งลง 2.14% S&P 500 ลบ 2.11% และ Nasdaq ดิ่ง 2.70% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา             สำหรับวันศุกร์ที่ผ่านมานั้นไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ นักลงทุนจึงหันไปเพ่งเล็งผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ซึ่งผลปรากฏว่า หุ้นใหญ่ 3 บริษัท ได้แก่ ไอบีเอ็ม เจนเนอรัล อิเลคทริค (จีอี) และแมคโดนัลด์ สกัดช่วงขาขึ้นของดัชนีดาวโจนส์             นอกจากงบการเงินของหลายบริษัท ตลาดยังให้ความสนใจกับการแสดงความเห็นของนายเจฟฟรีย์ แลคเกอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาริชมอนด์ ที่กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ CNBC เมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาสนับสนุนให้เฟดลดและยุติการซื้อสินทรัพย์ โดยชี้ว่าไม่มีหลักฐานชัดเจนที่บ่งชี้ว่าโครงการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือที่รู้จักกันในชื่อ QE นั้น สามารถช่วยกระตุ้นการจ้างงานในสหรัฐได้จริง             สำหรับสัปดาห์หน้า มีบริษัทชั้นนำอีกหลายแห่งที่มีกำหนดรายงานผลประกอบการ ซึ่งรวมถึงแคทเธอร์พิลลาร์ แอปเปิล ควอลคอมม์ และเอ็กซอนโมบิล