ไทยพาณิชย์โชว์ไตรมาส1กำไรพุ่ง1.3หมื่นล้านเพิ่มขึ้น26.8%

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) ประกาศกำไรสุทธิไตรมาสที่ 1 ปี 2556 (งบการเงินรวมก่อนสอบทาน)ที่ 13,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.8% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว นับเป็นกำไรรายไตรมาสที่เติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกัน 3 ปี ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิที่ดีมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวสูงของสินเชื่อ การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้จากเงินปันผล ในขณะเดียวกัน คุณภาพของสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2.06% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดหลังวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ด้วยการดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ธนาคารได้ตั้งสำรองเพิ่มเติมในไตรมาสที่ 1 เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจในอนาคต             นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร กล่าวถึงผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2556 ว่า กำไรสุทธิรายไตรมาสของธนาคารที่เติบโตสูงติดต่อกัน 3 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย และศักยภาพในการทำธุรกิจอย่างครบวงจรของกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ นอกจากนี้ กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยังตอกย้ำถึงผลประกอบการที่เติบโตอย่างยั่งยืนของธนาคาร ซึ่งอยู่ในระดับสูงกว่าตลาดที่มีการแข่งขันสูงมาก ความสามารถในการแข่งขันในทุกกลุ่มลูกค้า และผลิตภัณฑ์ นอกเหนือจากการเป็นผู้นำในธุรกิจลูกค้าบุคคลอีกด้วย ความสำเร็จดังกล่าวแสดงถึงประสิทธิภาพของการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจที่ธนาคารได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งความพยายามในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านใหม่ๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ธนาคารก้าวเป็น “ธนาคารที่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน และสังคมเลือก”             รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ เพิ่มขึ้น 21.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ระดับ 17,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นถึง 18.2% ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อกระจายในทุกกลุ่มธุรกิจ สินเชื่อลูกค้าธุรกิจ (SME) ขยายตัวสูงถึง 24.2% สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น 22.4% ส่วนสินเชื่อรถยนต์ เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 40.5% รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 21.7% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เป็น 12,300 ล้านบาท ซึ่งมาจากรายได้จากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากค่าธรรมเนียม และรายได้สุทธิจากการรับประกันภัย             ด้านคุณภาพของสินทรัพย์อยู่ในระดับที่ดี แม้ว่าสินเชื่อขยายตัวเพิ่มขึ้น สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2.06% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดหลังวิกฤตเศรษฐกิจ และเป็นอัตราที่ต่ำกว่าปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 2.13% อย่างไรก็ตาม ด้วยการดำเนินการด้วยความระมัดระวัง ธนาคารได้ตั้งสำรองเพิ่มเติมอีก เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจในอนาคต             นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า นอกจากผลประกอบการที่ดีในไตรมาสแรกจะแสดงถึงมิติหนึ่งของความสำเร็จของธนาคารแล้ว ยังสะท้อนถึงการเสริมสร้างขีดความสามารถ และศักยภาพในการแข่งขันใหม่ๆของพนักงานในกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ธนาคารประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนในอนาคต