ผลสำรวจโครงการที่อยู่อาศัย นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลฯ

ผลสำรวจโครงการที่อยู่อาศัย นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลฯ
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กำหนดจัดสัมมนา "วิเคราะห์สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี" ณ โรงแรมสีมาธานี จังหวัดนครราชสีมา โดยนายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์เป็นผู้นำเสนอข้อมูลผลสำรวจโครงการที่อยู่อาศัยล่าสุดในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิอื่นมาร่วมบรรยายและเสวนา

ข้อมูลที่ได้มาจากการสำรวจภาคสนามของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ในปี 2555 โดยเป็นข้อมูลจากโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย เฉพาะโครงการที่มีหน่วยเหลือขายไม่ต่ำกว่า 6 หน่วย

ในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งทำการสำรวจเฉพาะอำเภอเมืองและอำเภอปากช่อง พบหน่วยที่อยู่อาศัยในผังของโครงการซึ่งอยู่ในระหว่างการขาย ประเภทบ้านจัดสรรประมาณ 6,900 หน่วย และห้องชุดประมาณ 730 หน่วย

ในประเภทบ้านจัดสรร มีหน่วยของโครงการบ้านจัดสรรซึ่งอยู่ระหว่างการขายประมาณ 6,900 หน่วย จากโครงการจัดสรร 55 โครงการซึ่งมีการขายต่อเนื่อง มีมูลค่าโครงการการรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 22,900 ล้านบาท ขายได้แล้วสะสมประมาณ 4,100 หน่วย หรือขายได้แล้วร้อยละ 60 ของหน่วยในผังทั้งหมด เหลือขายประมาณ 2,800 หน่วย มูลค่าเหลือขายรวมประมาณ 10,300 ล้านบาท ในจำนวนนี้ มีประมาณ 51 โครงการ 6,400 หน่วย ที่เปิดขายก่อนไตรมาส 3 ปี 2555

หน่วยบ้านจัดสรรประมาณร้อยละ 6 อยู่ในระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ร้อยละ 21 อยู่ในระดับราคา 1.1-2 ล้านบาท ร้อยละ 31 อยู่ในระดับราคา 2.1-3 ล้านบาท และร้อยละ 33 อยู่ในระดับราคา 3.1-5 ล้านบาท

จากหน่วยในผังโครงการจัดสรรทั้งหมด อยู่ในอำเภอเมืองประมาณ 5,900 หน่วย และอำเภอปากช่องประมาณ 1,100 หน่วย หากแบ่งตามประเภทจะเป็นบ้านเดี่ยวประมาณ 5,500 หน่วย เป็นทาวน์เฮ้าส์ประมาณ 400 หน่วย ที่เหลือเป็นบ้านแฝดและอาคารพาณิชย์

สำหรับสถานะของการก่อสร้างพบว่า เป็นหน่วยที่ยังไม่ก่อสร้างประมาณ 1,800 หน่วย อยู่ระหว่างก่อสร้างประมาณ 1,900 หน่วย และส่วนใหญ่ก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 3,200 หน่วย โดยจากหน่วยที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ มีเหลือขาย (หรือเป็นบ้านว่าง) ประมาณ 200 หน่วย

อัตราการดูดซับของบ้านจัดสรรในนครราชสีมาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 6 หรือหมายความว่าหากไม่มีการเปิดขายหน่วยบ้านจัดสรรใหม่เลย ตลาดจะขายได้หมดภายในระยะเวลาประมาณ 17 เดือน อย่างไรก็ตาม ในช่วงระหว่างตุลาคม 2555 - มีนาคม 2556 มีโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่อีก 4 โครงการ รวมประมาณ 23 หน่วย โดยอยู่ในอำเภอปากช่อง 2 โครงการ รวมประมาณ 120 หน่วย และอำเภอเมือง 2 โครงการ รวมประมาณ 110 หน่วย

ในประเภทอาคารชุด มีห้องชุดซึ่งอยู่ระหว่างการขายทั้งหมดประมาณ 730 หน่วย จากประมาณ 7 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 2,900 ล้านบาท ขายได้แล้วสะสมประมาณ 560 หน่วย หรือขายได้แล้วประมาณร้อยละ 76 ของหน่วยในผังทั้งหมด เหลือขายประมาณ 170 หน่วย มูลค่าเหลือขายรวมประมาณ 600 ล้านบาท ในจำนวนนี้ มี 6 โครงการ ประมาณ 570 หน่วย ที่เปิดขายก่อนไตรมาส 3 ปี 2555

จากหน่วยในผังโครงการอาคารชุดทั้งหมด อยู่ในอำเภอเมืองประมาณ 240 หน่วย ในอำเภอปากช่องประมาณ 490 หน่วย เป็นห้องแบบสตูดิโอประมาณ 120 หน่วย แบบหนึ่งห้องนอนประมาณ 140 หน่วย แบบสองห้องนอนประมาณ 450 หน่วย และแบบสามห้องนอนประมาณ 30 หน่วย

สำหรับสถานะของการก่อสร้างพบว่า เป็นหน่วยที่ยังไม่ก่อสร้างประมาณ 160 หน่วย อยู่ระหว่างก่อสร้างประมาณ 410 หน่วย และก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 160 หน่วย โดยจากหน่วยที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ มีเหลือขาย (หรือเป็นห้องว่าง) ประมาณ 50 หน่วย

อัตราการดูดซับของห้องชุดในนครราชสีมาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 22 หรือหมายความว่าหากไม่มีการเปิดขายหน่วยห้องชุดใหม่เลย ตลาดจะขายได้หมดภายในระยะเวลาไม่ถึง 5 เดือน อย่างไรก็ตาม ในช่วง 5 เดือนล่าสุด ระหว่างตุลาคม 2555 - มีนาคม 2556 มีโครงการอาคารเปิดขายใหม่อีกประมาณ 11 โครงการ ด้วยจำนวนหน่วยรวมประมาณ 2,250 หน่วย โดยอยู่ในอำเภอปากช่อง 8 โครงการ รวมประมาณ 1,290 หน่วย และอำเภอเมือง 3 โครงการ รวมประมาณ 960 หน่วย

ในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งสำรวจเฉพาะในอำเภอเมือง พบหน่วยที่อยู่อาศัยในผังของโครงการซึ่งอยู่ในระหว่างการขาย ประเภทบ้านจัดสรรประมาณ 2,700 หน่วย และห้องชุดประมาณ 1,940 หน่วย

ในประเภทบ้านจัดสรร หน่วยของโครงการบ้านจัดสรรซึ่งอยู่ระหว่างการขายประมาณ 2,700 หน่วยนั้น มาจากโครงการจัดสรร 19 โครงการ มีมูลค่าโครงการการรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 9,700 ล้านบาท ขายได้แล้วสะสมประมาณ 1,300 หน่วย

หรือขายได้แล้วประมาณเกือบครึ่งหนึ่งของหน่วยในผังทั้งหมด เหลือขายประมาณ 1,400 หน่วย มูลค่าเหลือขายรวมประมาณ 4,900 ล้านบาท ในจำนวนนี้มี 18 โครงการที่เปิดการขายก่อนไตรมาส 3 ปี 2555
หน่วยบ้านจัดสรรประมาณร้อยละ 27 อยู่ในระดับราคา 2.1-3 ล้านบาท และร้อยละ 59 อยู่ในระดับราคา 3.1-5 ล้านบาท และไม่มีหน่วยบ้านจัดสรรราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท

จากหน่วยในผังโครงการจัดสรรทั้งหมด แบ่งตามประเภทจะเป็นบ้านเดี่ยวประมาณ 2,300 หน่วย ที่เหลือเป็นทาวน์เฮ้าส์ บ้านแฝด และอาคารพาณิชย์

สำหรับสถานะของการก่อสร้างพบว่า เป็นหน่วยที่ยังไม่ก่อสร้างประมาณ 800 หน่วย อยู่ระหว่างก่อสร้างประมาณ 1,000 หน่วย และก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 900 หน่วย โดยจากหน่วยที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ มีเหลือขาย (หรือเป็นบ้านว่าง) เพียงประมาณ 50 หน่วย

อัตราการดูดซับของบ้านจัดสรรในขอนแก่นอยู่ที่ประมาณร้อยละ 4 หรือหมายความว่าหากไม่มีการเปิดขายหน่วยบ้านจัดสรรใหม่เลย ตลาดจะขายได้หมดภายในระยะเวลานานกว่า 2 ปี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 5 เดือนล่าสุด ระหว่างตุลาคม 2555 - มีนาคม 2556 มีโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่อีก 9 โครงการ รวมประมาณ 560 หน่วย

ในประเภทอาคารชุด มีห้องชุดซึ่งอยู่ระหว่างการขายทั้งหมดประมาณ 1,940 หน่วย มาจาก 9 โครงการ มีมูลค่าโครงการการรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 2,800 ล้านบาท ขายได้แล้วสะสมประมาณ 980 หน่วย หรือขายได้แล้วร้อยละ 50 ของหน่วยในผังทั้งหมด เหลือขายประมาณ 970 หน่วย มูลค่าเหลือขายรวมประมาณ 1,600 ล้านบาท ในจำนวนนี้มี 6 โครงการที่เปิดการขายก่อนไตรมาส 3 ปี 2555

หน่วยห้องชุดร้อยละ 34 อยู่ในระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท และร้อยละ 53 อยู่ในระดับราคา 1.1-2 ล้านบาท
สำหรับสถานะของการก่อสร้าง พบว่าเป็นหน่วยที่ยังไม่ก่อสร้างประมาณ 890 หน่วย อยู่ระหว่างก่อสร้างประมาณ 1,050 หน่วย และไม่มีหน่วยที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเลย

อัตราการดูดซับของห้องชุดในขอนแก่นอยู่ที่ประมาณร้อยละ 13 หรือหมายความว่าหากไม่มีการเปิดขายหน่วยห้องชุดใหม่เลย ตลาดจะขายได้หมดภายในระยะเวลาประมาณ 7 เดือนเศษ อย่างไรก็ตาม ในช่วง 5 เดือนล่าสุด ระหว่างตุลาคม 2555 - มีนาคม 2556 มีโครงการอาคารชุดเปิดขายใหม่อีก 11 โครงการ รวมประมาณ 2,700 หน่วย

ในจังหวัดอุบลราชธานี สำรวจเฉพาะอำเภอเมือง พบหน่วยบ้านจัดสรรประมาณ 740 หน่วย โดยยังไม่มีหน่วยห้องชุด หน่วยของโครงการบ้านจัดสรรซึ่งอยู่ระหว่างการขายนั้นมาจากโครงการจัดสรร 13 โครงการ มีมูลค่าโครงการการรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 1,600 ล้านบาท ขายได้แล้วสะสมประมาณ 410 หน่วย หรือขายได้แล้วประมาณร้อยละ 56 ของหน่วยในผังทั้งหมด เหลือขายประมาณ 330 หน่วย มูลค่าเหลือขายรวมประมาณ 700 ล้านบาท ในจำนวนนี้มี 11 โครงการที่เปิดการขายก่อนไตรมาส 3 ปี 2555

หน่วยบ้านจัดสรรประมาณร้อยละ 54 อยู่ในระดับราคา 1.1-2 ล้านบาท และร้อยละ 30 อยู่ในระดับราคา 2.1-3 ล้านบาท โดยเป็นบ้านเดี่ยวประมาณ 680 หน่วย

สำหรับสถานะของการก่อสร้างพบว่าเป็นหน่วยที่ยังไม่ก่อสร้างประมาณ 140 หน่วย อยู่ระหว่างก่อสร้างประมาณ 500 หน่วย และก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 100 หน่วย โดยจากหน่วยที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ไม่มีเหลือขายเลย

อัตราการดูดซับของบ้านจัดสรรอยู่ที่ประมาณร้อยละ 5.6 หรือหมายความว่าหากไม่มีการเปิดขายหน่วยบ้านจัดสรรใหม่เลย ตลาดจะขายได้หมดภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปีครึ่ง