สมุนไพรไทยโอกาสทองสร้างรายได้เกษตรกรแสนล้านบาท ฝ่าวิกฤตโควิด-19

สมุนไพรไทยโอกาสทองสร้างรายได้เกษตรกรแสนล้านบาท ฝ่าวิกฤตโควิด-19
S! Money (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยการรายงานยอดผู้ติดเชื้อเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 63 พบจำนวนผู้ติดเชื้อแล้ว 12.3 ล้านราย หายแล้ว 6.74 ล้านราย และเสียชีวิต 5.55 แสนรายนั้น ส่งผลให้ผู้คนทั่วโลกตื่นตัวเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเช่นสมุนไพรไทยยิ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก เพราะถือเป็นวัตถุดิบสำหรับที่จะนำไปผลิตเป็นเวชภัณฑ์ เครื่องสำอาง และอาหารเสริม อีกทั้งด้วยมูลค่าทางการตลาดในประเทศที่สูงถึง 1.8 แสนล้านบาท ขณะที่มูลค่าตลาดโลกสูงถึง 3 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี จึงเป็นโอกาสทองสำหรับเกษตรกรไทยที่จะปรับตัวการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด ที่สำคัญยังเป็นหนึ่งในโนบายของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาการผลิตสมุนไพรไทยให้เป็นเป็นระบบอย่างยั่งยืน

 headนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ทางกรมฯ ได้ขานรับนโยบายดังกล่าวของรัฐบาลโดยผลักดันให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันเป็นแปลงใหญ่พืชสมุนไพรตาม "โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่" ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งปัจจุบันมีการรวมกลุ่มสมุนไพรในรูปแบบแปลงใหญ่แล้วกว่า 16 แปลง ใน 15 จังหวัด จำนวนเกษตรกรกว่า 701 คน พื้นที่รวม 7,706.75 ไร่ เน้นปลูกพืชสมุนไพรที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง (Product Champions) 4 ชนิด ได้แก่ กระชายดำ, ไพล, บัวบก และขมิ้นชัน อีกทั้งยังส่งเสริมเกษตรกรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เช่น การผลิต, การพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน GAP จนถึงการจำหน่ายสินค้าผ่านออนไลน์อย่าง www.ตลาดเกษตรออนไลน์.com

951124

dscf6497

กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่พืชสมุนไพร หมู่ 4 ตำบลโคกจาน อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เป็นกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ และดำเนินการจนประสบความสำเร็จ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 36 คน พื้นที่กว่า 80 ไร่ ปลูกพืชสมุนไพรมากกว่า 20 ชนิด จำหน่ายทั้งแบบสดและแห้ง ให้กับโรงพยาบาลตระการพืชผลที่มีความต้องการสมุนไพร เพื่อนำไปแปรรูปเป็นยาแผนไทยรักษาผู้ป่วย และจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการทั้งในและนอกจังหวัดภายใต้แบรนด์ "ศุโขโอสถ" สร้างรายได้รวมปีละ 150,000-200,000 บาท โดยนายราเชนทร์ ทาวะรมย์ ผู้ประสานงานแปลงใหญ่พืชสมุนไพร หมู่ 4 ตำบลโคกจาน กล่าวว่า จากการเข้าร่วมโครงการฯ ทำให้สมาชิกเกษตรกรนำพัฒนาเพื่อยกระดับการผลิตและการตลาด จนได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (Organic Thailand) และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรที่สนใจ หรือคนรุ่นใหม่ที่เป็น Young Smart Farmer ที่มีความสามารถด้านบริหารจัดการแบบกลุ่ม สามารถขยายเป็นภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งได้อีกด้วย

dscf6521