GC ซื้อหุ้น 41.5% ใน ไดน่าชิสโซ่ ไทย ต่อยอดธุรกิจเคมีภัณฑ์-รถยนต์-อิเล็กทรอนิกส์

GC ซื้อหุ้น 41.5% ใน ไดน่าชิสโซ่ ไทย ต่อยอดธุรกิจเคมีภัณฑ์-รถยนต์-อิเล็กทรอนิกส์
S! Money (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ระบุว่า การลงนามในสัญญาร่วมทุนกับ บริษัท ไดนาเค็ม ฮ่องกง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติกวิศกรรม ประเภทพีพีคอมพาวด์ และเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 41.5% ใน บริษัท ไดนาชิสโซ่ ไทย จำกัด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ฐานการผลิตของ GC ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตามกลยุทธ์ Step Change ที่วางไว้ สอดคล้องกับนโยบายของ GC ในการสร้างพันธมิตรเพื่อเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน  โดยเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์สนองความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายขึ้น

sanook_thumbnail_728x437(5)

นายปฏิภาณ สุคนธมาน ผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ระบุว่า ด้วยความสามารถในการทำพีพีคอมพาวด์ของไดนาซิสโซ่ ไทย กำลังการผลิต 30,000 ตันต่อปี และสามารถขยายได้เพิ่มอีก จะช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลายกลุ่มอุตสาหกรรม ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงช่วยทำให้ GC Group สามารถขยายตลาดเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ได้รวดเร็วขึ้น เป็นการขยายเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ ปลายน้ำและ High Value Product (HVP) ให้กับเม็ดพลาสติกพีพี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างครบถ้วน สำหรับตลาดทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

853247

871115

นาย Michael Tang กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไดน่าชิสโซ่ ไทย จำกัด กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้ร่วมมือกับ GC ในการผลิตและจำหน่ายเม็ดพลาสติกวิศวกรรม ประเภทพีพีคอมพาวด์  สำหรับผลิตชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมยานยนต์ การคมนาคม การขนส่ง อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นการเตรียมพร้อมในการสนับสนุนเทคโนโลยีดิจิตัล (5G) ซึ่งเป็นรากฐานของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างแท้จริง โดยความร่วมมือในโครงการนี้ คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

สำหรับเม็ดพลาสติกวิศวกรรม ประเภทพีพีคอมพาวด์ (Polypropylene Compound: PP Compound) เป็นการพัฒนาคุณสมบัติจาก PP ปกติทั่วไป โดยการใช้สารเติมแต่งชนิดต่างๆ อาทิ เส้นใย ไฟเบอร์แบบสั้น (Short Glass Fiber) และแบบเส้นยาว (Long Glass Fiber), สารเติมแต่งประเภทแร่ (Mineral Filler) ยางสังเคราะห์  สารเพิ่มการทนต่อแรงกระแทก เป็นต้น เพื่อนำไปใช้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ เช่น การผลิตคอนโซลภายในรถยนต์ และกันชนของรถยนต์ รวมไปถึงฝาครอบของอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดต่างๆ