วายแอลจี คาดคลายล็อกเฟส 3 ดันตลาดทองกลับมาคึกคัก

วายแอลจี คาดคลายล็อกเฟส 3 ดันตลาดทองกลับมาคึกคัก
S! Money (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า หลังการคลายล็อกดาวน์เฟส 3 ตลาดทองคำมีแนวโน้มจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แม้การระบาดของไวรัสโควิด-19 จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนไทยเกี่ยวกับการซื้อทองคำ ไปสู่การซื้อทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากยิ่งขึ้น เกิดความต้องการจัดส่งทองคำแบบเดลิเวอรี่ส่งตรงถึงบ้านก็พุ่งสูงขึ้น ซึ่งถือเป็น New Normal ของวงการทองคำ

ylgนางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG)

อย่างไรก็ดี เนื่องจากทองคำเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง ชาวไทยบางส่วนจึงยังนิยมไปเลือกซื้อ หรือ ขายทองคำที่ร้านทองด้วยตนเอง ดังนั้น จึงมั่นใจว่าภาพรวมการซื้อ-ขายทองคำจะคึกคักขึ้นทั้งในแง่ของออนไลน์และออฟไลน์ ควบคู่กันไป

นอกจากนี้ในช่วงที่ทั่วโลกทำการล็อกดาวน์นั้นส่งผลให้การขนส่งและการซื้อขายทองคำได้รับผลกระทบ จึงทำให้ส่วนต่างราคาซื้อ-ขายทองคำในประเทศเพิ่มขึ้นสูงเป็น 300 บาทต่อบาททองคำ จึงเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับนักลงทุนระยะสั้น (Day Trade) ที่ต้องรอการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำนานยิ่งขึ้นจึงจะสามารถขายทำกำไรได้ ซึ่งการถือนานขึ้นย่อมจะส่งผลต่อการบริหารความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนไปด้วย ดังนั้น เมื่อส่วนต่างราคาซื้อขายกลับมาเป็นปกติ จึงมีแนวโน้มจะดึงดูดนักลงทุนทองคำประเภท Day Trade ให้กลับเข้ามาในตลาดอีกครั้ง ทำให้คาดว่าปริมาณการซื้อขายทองคำเพื่อการลงทุนอาจเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ทองคำมีกรอบการแกว่งตัวกว้างขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่นักลงทุนสามารถเข้ามาทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาทองคำได้

อย่างไรก็ดี ในส่วนของปัจจัยพื้นฐานนั้น แม้ยังมีปัจจัยที่หนุนราคาทองคำในระยะยาวยังคงอยู่ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกที่อยู่ในระดับต่ำ การดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจทางการเงินและการคลังทั่วโลก ความตึงเครียดระหว่างจีนและสหรัฐ รวมถึงปัจจัยระยะสั้นอย่างเหตุจลาจลเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้นายจอร์จ ฟรอยด์ แต่ความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นในระยะนี้ ท่ามกลางความหวังว่าเศรษฐกิจโลกจะพลิกฟื้นหลังจากทั่วโลกลับมาเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งเป็นปัจจัยกดดันให้ทองคำถูกแรงขายทำกำไรสลับออกมาเป็นระยะ จะเห็นได้ว่าเมื่อราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเข้าใกล้บริเวณระดับสูงสุดของปีนี้ มักจะมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาทุกครั้ง

ดังนั้น YLG จึงยังคงแนะนำให้นักลงทุนแบ่งทองคำออกขายทำกำไรเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้นเข้าใกล้ระดับสูงสุดของปีนี้ บริเวณ 1,765-1,739 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 26,450-26,050 บาทต่อบาททองคำ