จอมธนาลุยสร้างแบรนด์ ''สตาร์'' เพิ่มกำลังผลิตซาลาเปา 2 แสนลูก/วัน ต่อยอดเบเกอรี่แช่แข็งชนมังกรหยก-สุ
นายอำพล วรรณวัฒนา ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท จอมธนา จำกัด ผู้ผลิตและทำตลาดไอศกรีมครีโม และอาหารแช่แข็งพร้อมทานแบรนด์ สตาร์ เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจว่า ขณะนี้บริษัท ได้แตกไลน์ธุรกิจใหม่ในกลุ่มอาหารแช่แข็งพร้อมทานมากขึ้น หลังจากการทำตลาดอาหารแช่แข็งมาราว 2 ปี และคาดว่ายังเป็นสินค้าที่ยังมีแนวโน้มการเติบโตในทิศทางที่ดีมาก และจากการเพิ่มกำลังการผลิตสินค้าคาดว่ายอดขายก็จะเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มของเบเกอรี่แช่แข็งเพิ่มเติม ซึ่งบริษัท ได้จัดทำสินค้าที่จะออก ในช่วง 2 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้วางตลาดเจาะกลุ่มโรงแรมเพิ่มขึ้น รวมทั้งจัดทำซาลาเปา แบรนด์สตาร์ คาดว่าจะมีการขยายโรงงานเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตซาลาเปาเป็น 200,000 ลูกต่อวัน จากปัจจุบันผลิตที่ 100,000 ลูกต่อวัน โดยบริษัท มียอดขายเฉลี่ยราว 10 ล้านบาทต่อเดือน
ทั้งนี้ การที่บริษัท หันมารุกอาหารแช่งแข็งพร้อมทาน เนื่องจากเห็นว่าบริษัท มีจุดแข็งจากช่องทางในการขนส่งกระจายสินค้าของบริษัทมีอยู่จำนวนมากผ่านการจำหน่ายไอศกรีมครีโม ซึ่งจะมีตู้แช่ในห้างค้าปลีกขนาดใหญ่(โมเดิร์นเทรด) ร้านค้าทั่วไปในต่างจังหวัดและรถมอเตอร์ไซค์ประมาณ 1,500 ราย ซึ่งเป็นช่องทางที่สามารถเพิ่มสินค้าเข้าไปจำหน่ายได้ทันที รวมไปถึงช่องทางจำหน่ายของบริษัท มีอยู่ประมาณ 28,000 จุดขายอยู่ทั่วประเทศ ปัจจุบันสินค้าในกลุ่มอาหารแช่แข็งที่บริษัทมีการทำตลาดและจำหน่ายอยู่ ประกอบด้วย ซาลาเปา ราคาตั้งแต่ 5-15 บาท ขนมจีบ หมั่นโถว เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กนักเรียน โดยสินค้ากลุ่มดังกล่าวถือว่าสามารถทำตลาดแข่งกับแบรนด์มังกรหยก และสุรพลได้
ขณะนี้บริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนาอาหารประเภทโรตี พร้อมกับการวางแนวทางขายผ่านสามล้อ พร้อมกันนี้ บริษัทมีแผนที่จะออกสินค้าในกลุ่มเบเกอรี่แช่แข็ง พร้อมตู้อบ เพื่อให้บริการแก่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นโรงแรมด้วย ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการในธุรกิจโรแรมที่ต้องการลดต้นทุนการทำขนมหวานลง โดยการนำเบเกอรี่แช่แข็งทำตลาดคาดว่าจะหลังจากส่งโรตีบุกตลาดในปีนี้ก่อน โดยสินค้าอาหารแช่แข็งพร้อมทานทั้งหมดจะอยู่ภายใต้แบรนด์สตาร์ ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจในประเทศ จะยังไม่ดีขึ้นมากนัก แต่กำลังซื้อในการบริโภคอาหารยังมีการตอบรับจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าธุรกิจอาหาร จะมีการเติบโตเพิ่มขึ้น ทั้งเรื่องของการแข่งขันของธุรกิจอาหารในเมืองไทย ทั้งแบรนด์เล็ก และแบรนด์ใหญ่ นายอำพลกล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งพร้อมทานของบริษัท ถือว่ามีการขยายตัวในทิศทางที่ดี และจากการทำตลาดมา 2 ปี บริษัทมีสัดส่วนการขยายจากสินค้ากลุ่มดังกล่าวประมาณ 20% และจากธุรกิจไอศกรีมประมาณ 80% นอกจากนี้การเติบโตด้านยอดขายในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นประมาณ 15% และปีนี้คาดว่ายอดขายรวมจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้น 100%
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)


.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)