ไอเดียเถ้าแก่น้อย!! ล้างรถดิลิเวอรี่ ด้วยมอเตอร์ไซค์คันเดียว น้ำไฟพกมาเอง เขาทำได้ยังไง

ไอเดียเถ้าแก่น้อย!! ล้างรถดิลิเวอรี่ ด้วยมอเตอร์ไซค์คันเดียว น้ำไฟพกมาเอง เขาทำได้ยังไง

ไอเดียเถ้าแก่น้อย!! ล้างรถดิลิเวอรี่ ด้วยมอเตอร์ไซค์คันเดียว น้ำไฟพกมาเอง เขาทำได้ยังไง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ใครจะไปคิดว่าไอเดียขี่มอเตอร์ไซค์มารับจ้างล้างรถจะเป็นจริงไปได้ ลำพังน้ำจะพอไหม จะใช้ไฟยังไง ก็เป็นคำถามหลักๆ ที่บอกถึงความเป็นไปไม่ได้แล้ว แต่วันนี้ชายหนุ่มวัย 25 ปี ทำได้!!

เพื่อเป็นการพิสูจน์ "ประชาชาติฯออนไลน์" จึงลองโทรจองคิวล้างรถดูบ้าง งานนี้ ชนม์ชลิต ดีมี หรือ แบงค์ วัย 25 ปี เจ้าของกิจการมาเล่าเรื่องราวธุรกิจของตัวเองให้ฟังขณะที่พนักงานก็ทำหน้าที่ล้างรถด้วย

แบงค์ เล่าให้ฟังว่า ธุรกิจนี้เริ่มจากตนเองที่ปกติล้างรถอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ต้องเสียเวลาเอารถไปทิ้งไว้ แล้วก็ไปรับรถกลับมา ทำให้เกิดความคิดว่าทำไมไม่มีบริการล้างรถที่บ้านบ้าง

จากความคิดนั้นก็จุดประกายให้แบงค์ลงมือทำ

"ผมลองเสิร์ชหาดูในอินเตอร์เน็ต เออ มันก็มีนะ แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเพราะว่าค่าใช้จ่ายสูง แล้วผู้ประกอบการที่ทำเขาก็ใช้รถกะบะทำเลยช้า แถมต้นทุนในการไปล้างมันสูง

ผมก็เขียนแบบขึ้นมาว่าต้องเป็นมอเตอร์ไซค์ รุ่นแรกจึงเป็นมอเตอร์ไซค์ออโตเมติกที่ร่างแบบง่ายๆ เอาถังมาวางเอาเชือกรัด เอาน้ำไปได้ 30 ลิตร รุ่นที่ 2 เป็นไซด์คาร์ เอาของวางไว้ตรงไหนก็ได้เพราะที่เยอะ

แต่พบว่าการเดินทางลำบาก รุ่นที่ 3 ถอดไซด์คาร์ออก มีแต่โครงเหล็กบนหลังคา รุ่นที่ 4 คือ เอาหลังคาเหล็กออก ล่าสุดรุ่นที่ 5 เราสั่งทำเลย มีที่เก็บน้ำหล่อมาตามรูปลักษณ์ของมอเตอร์ไซค์ เก็บได้ 50-60 ลิตร ล้างรถได้ 2-4 คัน ข้างหลังก็จะเป็นกล่องเก็บอุปกรณ์มองไม่เห็น บนกล่องเก็บอุปกรณ์มีป้ายเป็นพื้นที่โฆษณาด้วย คือตัวใหม่นี้จะดีกว่ารุ่นนี้(รุ่น 4)เยอะ เรื่องอุปกรณ์ก็จะมองไม่เห็น สายยางต่อไปเราก็ไม่ต้องต่อ เครื่องอัดฉีดข้างหลัง จะดึงมาฉีดได้เลย "

 






รถแบบล่าสุดที่จะใช้กลางปีนี้

ระหว่างคุยกันนั้นเอง พนักงานที่เพิ่งทำความสะอาดด้านในจนสะอาดเอี่ยมได้ส่งเสียงบอกให้เราล็อกรถได้เพื่อที่เขาจะได้ล้างภายนอกรถ

"เราเน้นเรื่องความปลอดภัยของตัวรถครับพนักงานของเราจะไม่มีการจับกุญแจเลยจะให้ล็อกไว้แล้วค่อยล้างด้านนอก"แบงค์บอก

แบงค์ เล่าว่า ทุกวันนี้เขามีลูกค้าเฉลี่ย เดือนละ 60 คันขึ้นไป สำหรับเดือนนี้(กุมภาพันธ์)น่าจะเลย 120 คันไปแล้ว ลูกค้าส่วนมากเป็นแบบปากต่อปาก คือเราจะมีเฟซบุ็ค





ใครสนใจก็จะโทรมา เราก็จะสอบถามที่อยู่ เวลาล้าง หรือว่าต้องการจองเวลาล้างล่วงหน้าก็ได้ แต่ตอนนี้จะเป็นจองล่วงหน้าแล้วเพราะคนใช้เยอะ
ทำไมจึงได้รับความนิยม

"ผมว่าคงไม่มีใครขยันไปนั่งรอข้างนอก ทุกวันนี้ธุรกิจเกี่ยวกับบริการดิลิเวอรี่ก็ค่อนข้างเติบโตเร็ว แล้วก็ธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ผลประกอบการส่วนใหญ่จะดีขึ้น

เพราะรถมากขึ้นทุกวัน และนี่เป็นรูปลักษณ์ของธุรกิจชนิดใหม่ที่ลดขนาดร้านล้างรถให้เหลือแค่มอเตอร์ไซค์ได้ แต่สิ่งที่แตกต่างจากร้านล้างรถ คือ เราทำบนห้างได้ด้วย เช่น ถ้าเป็นบนห้างหรือลานจอดรถ

แล้วไม่ต้องการให้พื้นเลอะใช่ไหม เราก็จะใช้โฟมทำความสะอาด ก็จะไม่มีน้ำเลย แต่ผลออกมาเหมือนกัน ถามว่าแล้วไม่ฝ่าฝืนกฎระเบียบห้างเหรอ ไม่ครับ มอเตอร์ไซค์ก็จอดในที่จอดมอเตอร์ไซค์แล้วพนักงานก็สะพายอุปกรณ์มาล้าง"





ด้านราคานั้น แบงค์บอกว่า ตอนนี้ช่วงทดลองธุรกิจจะอยู่ที่ 239 บาท แต่จะมีการปรับเปลี่ยนราคานิดหน่อยกลางปี

เมื่อถามว่าถือว่าแพงกว่าที่ล้างรถทั่วไปไหม แบงค์ บอกว่า ล้างรถมีหลายราคา ตั้งแต่ 100-500 บาท แน่นอนเขาไม่สามารถทำให้ถูกเป็น 100 บาทได้ เพราะเขาได้ตัดต้นทุนของลูกค้าออกไปแล้ว ตั้งแต่เรื่องการเดินทาง เวลา หรือ ความปลอดภัยของตัวรถ

กว่าจะมาถึงวันนี้ แบงค์เล่าว่าเขาต้องผ่านความกดดันมาเยอะ เพราะที่บ้านไม่มีใครสนับสนุน ส่วนมากจะแนะนำไปในทางเดียวกันคือ ให้เลิกทำ

"คือที่บ้านเป็นข้าราชการหมดเลย ป๋าเป็นตำรวจ แม่เป็นอาจารย์ไม่มีใครเป็นนักธุรกิจ แต่ว่าอากงเป็น ผมชอบพูดคุยกับอากง ทีนี้พอผมเริ่มคิดจะทำ ผมก็เอากระดาษขึ้นมาวาดรูป ร่างแบบมอเตอร์ไซค์ขึ้นมา

แล้วเขียนเป็นข้อๆ เลยว่าจะได้อะไรบ้าง ประกอบด้วย จะมีคนใช้บริการ มีคนจองเวลาล้าง มีสื่อให้ความสนใจ มีผู้ขอซื้อลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ ต่อไปจะต้องมีทั่วไทย และ มีทั่วโลก ตอนนั้นผมเขียนด้วยกระดาษกับดินสอ

เสร็จแล้วเอาไปให้ที่บ้านดู เขาก็โกรธ ก็เหมือนกับว่าเราบ้าแล้ว เขาบอกใครจะไปให้ผมล้าง ความน่าเชื่อถือก็ไม่มี แล้วมอเตอร์ไซค์มันจะทำได้ยังไง ระบบไฟก็ไม่มี แล้วน้ำล่ะ คือ ตอนนั้นผมก็ไม่ได้เรียนจบด้านนี้

ผมเรียนบริหารระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แต่ว่าผมคิดว่ามันเป็นไปได้ คือผมตั้งโจทย์เอาไว้ว่ามันต้องเป็นไปได้สิ หน้าที่เราคือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ทำให้ได้"แบงค์ เล่า

เมื่อถามว่าไม่มีแรงสนับสนุนอย่างนี้บั่นทอนกำลังใจหรือไม่ แบงค์ ตอบทันควันว่า มาก





"คือ 5 เดือนแรก เหมือนกับว่าต้องฝืนทำ ต้องอยู่กับคำว่าเป็นไปไม่ได้สูงมาก สูงมากๆ เพราะว่าแวดล้อมที่บ้าน เดี๋ยวก็มาแล้ว..เฮ้ยเลิกเถอะ อย่าไปทำเลยมันเป็นไปไม่ได้หรอก แล้ว 5 เดือนแรกแต่ละเดือนล้างไม่ถึง 10 คัน

คือความเป็นไปได้มันต่ำมาก แต่ผมรู้สึกว่ามันต้องเป็นไปได้สิ ผมแค่ทำหน้าที่หาคนที่มีความต้องการเหมือนผม แล้วก็หลังจากนั้นเริ่มมีการทำการตลาดในเฟซบุ๊ค ก็เติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ จนเดี๋ยวนี้ต้องจองเวลาล้าง คือมันเริ่มเพิ่มขึ้นมาทีละข้อที่ผมเขียนไว้(อมยิ้ม)"



จากที่เริ่มต้นเมื่อเดือนเมษายน 2555 ทำหน้าที่ขี่มอเตอร์ไซค์เอง ล้างเอง ลุยเอง ประกอบรถเอง จนถึงวันนี้ที่มีพนักงาน จากธุรกิจที่ไม่น่าเป็นไปได้ ดำเนินการมาแล้วยังไม่ถึงขวบปี มีลูกค้าแน่นอนเดือนละไม่ต่ำกว่า 60 ราย

ทั้งกลุ่มรถหรูซูเปอร์คาร์จนถึงบิ๊กไบค์ มีการเปิดบริษัทอย่างเป็นระบบ กลางปีจะมีบริการติดฟิล์ม และจะรับทำประกันรถยนต์ ต่อพ.ร.บ. ต่อภาษี และ วางแผนขายแฟรนไชส์ในอีกหนึ่งปีข้างหน้า

ระหว่างการพูดคุยที่เป็นไปอย่างเพลิดเพลิน พนักงานก็เรียกให้เราไปเช็กความเรียบร้อย เพราะหากยังไม่เรียบร้อยพวกเขาจะต้องทำให้ใหม่จนกว่าเราจะบอกว่าโอเค

แทบไม่น่าเชื่อว่ามอเตอร์ไซค์คันจ้อย ที่บรรทุกน้ำมาเพียง 50-60 ลิตร พร้อมเครื่องไม้เครื่องมืออีกไม่กี่อย่าง จะทำหน้าที่ล้างรถคันงามให้สะอาดเอี่ยมได้ไม่อายคาร์แคร์หรูๆ แม้แต่น้อย


ไอเดียทำธุรกิจส่วนตัว
รวมธุรกิจดารา ธุรกิจคนดัง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook