เบื้องหลังชีวิต นักปั้นไฮโซ สร้างเซเล็บประดับวงสังคมชั้นสูง ที่คุณยังไม่เคยรู้ !!!

เบื้องหลังชีวิต นักปั้นไฮโซ สร้างเซเล็บประดับวงสังคมชั้นสูง ที่คุณยังไม่เคยรู้ !!!
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

ทำความรู้จักกับ ใบพัด อธิษฐ์พัชร นิพิษฐาภัทร

ในวงการบันเทิง เอ ศุภชัย ถือเป็นเบอร์ 1 ในการปั้นดินให้เป็นดาวจรัสแสง จนสามารถสร้างเนื้อสร้างตัว เวอร์ยิ่งกว่า เมื่อมีกระเป๋าใบละเป็นแสนเป็นล้านให้ถืออวดประกาศบารมีเจ๊เอ แต่ใครจะรู้ว่าในแวดวงสังคม หรือที่เรียกว่า แวดวงไฮโซ ก็มีโปรโมเตอร์มือทองปลุกปั้นคนที่ไม่มีใครรู้จัก ให้ กลาย เป็นเซเล็บแถวหน้าได้ด้วยเช่นกัน

ในแวดวงสังคม ที่คุณเห็นบรรดาไฮซ้อ ไฮโซทั้งหลาย ดาหน้ายิ้มแฉ่งตามแมกกาซีน หนึ่งในนั้นอาจจะเป็นคนที่ ใบพัด อธิษฐ์พัชร นิพิษฐาภัทร เป็นผู้ปลุกปั้น หรือดูแลภาพลักษณ์ให้ดูเจิดจรัสเด่นกว่าใครในงาน เพราะประตูเพื่อก้าวเข้าสู่แวดวงสังคมชั้นสูง ก็ไม่ใช่ง่ายอย่างที่คิด

"ถ้าพูดว่า ผมเป็นนักปั้น มันก็มองได้หลายแง่นะ สำหรับงานของผมนั้น จริงๆแล้ว เราทำหน้าที่เป็นคนดูแลภาพลักษณ์ หรือที่เรียกว่า Image Maker ก็แปลตรงตัวว่านักสร้างภาพลักษณ์ ซึ่งเป็นการสร้างที่ดีนะ แต่ไม่ใช่เป็นการสร้างภาพลวงตา (แบบว่าหลอกลวง)

ถ้าพูดว่าเป็นนักปั้น คงมองไปที่ว่า เราเป็นที่ปรึกษามากว่า สำหรับในต่างประเทศอาชีพนี้มีความสำคัญมาก จำเป็นต้องอยู่เคียงข้างบุคคลสำคัญไม่ว่าจะเป็น ผู้นำประเทศระดับมหาอำนาจ อย่างอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ บิล คลินตัน และผู้นำ อังกฤษ อย่างโทนี่ แบร์ ยังต้องมีไว้ข้างกาย

ซึ่งการทำงาน คือ คอยดูแลโดยเฉพาะในเรื่องของการสื่อสาร ไม่ว่าการออกงาน การแต่งตัว การวางตัว รวมทั้งการออกสื่อต่างๆด้วย สิ่งต่างเหล่านี้ มันสามารถบอกถึงรสนิยม ฐานะ รวมไปถึงสังคมธุรกิจได้ด้วยเช่นกัน

ใครจะรู้บ้างว่าการออกงานสังคม นอกเหนือจากจะเป็นการให้เกียรติเจ้าภาพที่เชิญแล้ว ยังเป็นการติดต่อธุรกิจ และเป็นการหาคอนเนคชั่นที่ดีอีกด้วย เนื่องจากในแต่ละงานอีเว้นท์ก็จะมีฝ่าย PR ในการเชิญสื่อ และเชิญแขกอยู่แล้ว ซึ่งก็จะมีการคัดเลือกสื่อที่ตรงกับงาน และเลือกเชิญแขก ให้เหมาะกับงาน

ในงานงานอีเว้นท์ นอกเหนือจากจะมีดาราในการสร้างสีสัน หรือดึงนักข่าวแล้ว "เซเล็บ"หรือที่คนไทยเรียกกันจนติดปากว่า"ไฮโซ" นั้น ก็มีส่วนทำให้งานอีเว้นท์นั้นๆ ดูหรูหรา ดูดีมีชาติตระกูลได้ด้วยเช่นกัน

เนื่องงานเหล่าบรรดาเซเล็บเหล่านั้น ล้วนได้รับการคัดเลือกถูกเชิญมาร่วมงาน โดยดูจากชื่อเสียงไม่ว่าจะเป็น ชาติตระกูล หรือฐานะ ซึ่งก็รับรองได้ว่าคุณท่านคุณเธอทั้งหลาย ต่างก็ประโคม เสื้อผ้า หน้าผม สร้อยแหวนนาฬิกา มาประชันโฉมอย่างไม่ยอมใคร ทำให้บรรดาสื่อทั้งหลายมีภาพสวยๆ ไปลงแมกกาซีน"


ถ้าเปรียบกับเอ ศุภชัย


สำหรับการทำงาน ถ้าเปรียบกับคุณเอ ศุภชัย ก็มีส่วนทั้งเหมือนและแตกต่างกัน คือ คุณเอเค้าจะไปหาเด็ก หนุ่มสาวหน้าตาดี ไม่ว่าจะเป็นจากที่ไหนๆ ถ้าเห็นแววแล้ว ก็เลือกเอาเข้าสังกัด แล้วก็ขัดสีฉวีวรรณให้ดูเป๊ะ

เมื่อเป๊ะแล้วก็เอาไปนำเสนอผู้ใหญ่ในวงการบังเทิง แต่ งาน "Image Maker" ของผมนั้นจะแตกต่างกันตรงที่ไม่สามารถไปหาใครที่ไหนมาก็ได้ นะ แต่จะต้องพิจารณาจากพื้นฐานไม่ว่าจะเป็น การศึกษา ฐานะ หน้าที่การงาน เป็นเบื้องต้นก่อน

เพราะจุดประสงค์ไม่ใช่ไปเป็นนักแสดง แต่ ต้องการชื่อเสียงเพื่อเหตุผลทางธุรกิจมากกว่า ไม่ใช่ว่าอยากดังเฉยๆ แล้วก็มาจ้างเรา เราก้อไม่ทำนะ การทำงานร่วมกันต้องมีที่มาที่ไป ว่าคุณต้องการอะไร ต้องการไปถึงจุดไหน ถ้าดูแล้วไม่เกินความสามารถ ก็เดินไปด้วยกันได้

 

รูปแบบการทำงานเป็นอย่างไร ?

ความยากง่าย อยู่ตรงที่ ทำอย่างไร เค้าคนไหนจะสามารถมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งในเรื่องส่วนตัว และเรื่องงานที่ทำ นั่นเป็นโจทย์ที่ต้องตีให้แตกก่อน หน้าที่ของผม จะต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจ ว่าอาจต้องมีการปรับบุคลิกภาพไม่มากก็น้อยทั้ง Personality หรือเสื้อผ้า หน้าผม รองเท้า กระเป๋า ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนตัวคุณนั่นแหละ

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เป็น Image เวลาที่คนอื่นนิยามตัวคุณ หลังจากนั้น หน้าที่ของเรา คือ เริ่มมองหาความแตกต่างในตัวของเค้า ว่ามันมีมุมไหนบ้างที่น่าสนใจ หรือไม่มีใครเหมือน ไม่ว่าจะเป็นเริ่องส่วนตัว รถ บ้าน ของสะสม พวกไลฟ์สไตล์ต่างๆ ล้วนมีความสำคัญกับภาพลักษณ์และบ่งบอกถึงรสนิยมทั้งสิ้น

รวมไปถึงความสามารถ หรือเรื่องธุรกิจ ที่จำเป็นจะต้องคัดเลือกประเด็นสำคัญแล้วนำออกไปนำเสนอกับสื่อ ซึ่งก็จะทำให้เค้าเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ถ้าเรามีความสามารถในการ PR ด้วยแล้ว ก็จะทำให้ คนๆนั้นเกิดกระแสขึ้นมา ทำให้มีงานอื่นๆตามมา เช่น โฆษณา เดินแบบ ถ่าบแบบ หรือ แบรนด์เอมบาสเดอร์ ตามมาอีกด้วย


การยอมรับของสื่อมวลชน

ข้อดีของผม คือผมมีเลือดของนักสื่อสารมวลชนอย่างเต็มตัว ซึ่งก็เคยทำงานเป็นข้าราชการที่ กรมประชาสัมพันธ์ และเป็นนักข่าว นักเขียนของแมกกาซีนอีกหลายเล่ม ทำให้เรารู้ว่า สื่อเค้าต้องการอะไร ไม่ใช่ว่าเราดูแลใคร แล้วนักข่าวเค้าจะมาช่วยลงข่าวให้ก็ไม่เสมอนะ เราก็ต้องช่วยเค้าทำงานด้วยเหมือนกัน เช่น เลือกคนที่ดูดีจริงๆ ไฮโซจริงๆ หรือเริ่ด-เวอร์จริงๆ เท่านั้น


ยกตัวอย่างบุคคลที่ภาคภูมิใจ

เช่น คุณหมอของขวัญ คนนี้ทั้งสวย ทั้งเก่ง บุคลิกก็ไม่เหมือนหมอทั่วไป เธอพูดตรง แต่งตัวจัด ตรงนี้ผมก็มองว่าดีนะ ที่ไม่เหมือนหมอทั่วไป แถมชอบกระเป๋าแอร์เมสเป็นชีวิตจิตใจ

เราก็ลองนำเสนอกับทางแมกกาซีน ว่าหมอคนนี้น่าสนใจตรงนี้ ชอบแอร์เมสมากๆ จนซื้อคอนโดราคาหลายสิบล้านให้แอร์เมสอยู่ จนทำให้พี่นักข่าวของแพรวสนใจ ทำคอลัมน์เกี่ยวกับเรื่องนี้ จนรายการตีสิบสนใจ เลยได้ไปออกรายการ ทำให้คุณหมอกลายเป็น ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ให้ชั่นข้าวคืนได้

จนเดี๋ยวนี้คุณหมอไปไหนก็มีคนมาขอถ่ายรูป กลายเป็นชุป ตาร์ไปแล้ว ลูกค้าที่มาหาที่ของขวัญคลินิกก็เยอะขึ้นๆ ตามชื่อเสียงของคุณหมอ รวมทั้ง คุณดอม เหตระกูล ที่ ผมได้ดูแลแบรนด์ Triumph ซุปเปอร์คาร์ที่คุณดอมรักเป็นชีวิตจิตใจ คุณกิฟท์ วริษา ภาสกรนที (ลูกสาวคุณตัน) เจ้าของร้านแซบอีลี่ ทองหล่อซอย 10 ครูอ้อย ฐิตินาท ณ พัทลุง นักสร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ คุณโบว์ มนต์ริสสา ลีนุตพงษ์ ดีไซเนอร์น้องใหม่ไฮโซ เป็นต้น

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!