"กาย" ไฮโซเกย์ ธุรกิจขายเซรุ่มพิษงูจนรวยเละ สุดท้ายอยากบวช

"กาย" ไฮโซเกย์ ธุรกิจขายเซรุ่มพิษงูจนรวยเละ สุดท้ายอยากบวช
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

คอนโดฯหรูย่านทองหล่อซอย4ติดกับ "มาร์เก็ตเพลส" คือจุดนัดพบที่ "กาย-อาทิตย์ อาจสงคราม" นักธุรกิจเจ้าของบริษัทยาผลิตเซรุ่ม "สยาม สเน็ก ฟาร์ม"

คงคุ้นหน้าคุ้นตากันดีในงานสังคม ได้เปิดคอนโดฯให้ "ดีไลฟ์" เยี่ยมชมห้องพักหรูระดับซูเปอร์ลักเซอรี่ ห้องพักแนวดิ่งที่ดารา นักธุรกิจ คนมีเงิน (มาก) เลือกซื้อไว้เก็บไว้เปลี่ยนบรรยากาศชั่วครั้งชั่วคราวเวลาเบื่อพื้นราบ

"คอนโดฯทั้งแท่งที่เห็นมีคนอยู่ไม่ถึง10ห้องเดินสวนกันไม่กี่คน อย่างวุ้นเส้น ชาคริต บี น้ำทิพย์ ที่เหลือเจ้าของซื้อเก็บไว้เล่น ๆ ส่วนตัวซื้อเพราะใกล้บ้านเพื่อน ๆ" เจ้าของสถานที่เปรยระหว่างเดินผ่านห้องโถงอันโอ่อ่าราวกับโรงแรม 5 ดาว แมตช์กับเครื่องแต่งกายเจ้าหน้าที่รับรถด้านหน้าที่จัดเต็มไม่แพ้กัน

ส่วนเจ้าของห้องมาในชุดเสื้อและกางเกง Givenchy bird of paradise ครบเซต ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสื้อสีดำของ Balmain ราคาเกือบแสนบาท อย่างที่เห็นในรูป สวมรองเท้าหมุดและถือกระเป๋าใส่ไอแพดของ Christian louboutin leopard ประเมินราคาเบื้องต้นน่าจะดาวน์รถยนต์อีโอคาร์ 50% ได้สบาย ๆ

กายเปิดประตูห้องเชิญแขกเข้าไปข้างใน ชิงออกตัวแรงว่า "ผมเป็นเกย์นะครับ ห้องค่อนข้างจะรกสักหน่อย" เป็นการกล่าวแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง อันนำไปสู่การสัมภาษณ์แบบลื่นไหล สนุกสนาน

พลันที่ประตูห้องเปิดออกทีมงานตาค้าง ไม่ใช่เพราะเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ยกเซตทั้งพื้น ผนัง และกำแพง แต่เพราะรูปปั้น 2 เทพี "อาธีนา เดเมเทอ" สูงเกือบชนเพดาน 3.2 เมตร ยืนจังก้าชูหอกอยู่ที่ระเบียงต่างหาก

กายเล่าว่า ซื้อคอนโดฯแบบเหมาทั้งชั้น และทุกห้องก็ตกแต่งเหมือนกัน คือ เฟอร์นิเจอร์หลุยส์มือสองนำลงเรือมาจากประเทศฝรั่งเศส เพราะคำนวณดูแล้วถูกกว่าแบบโมเดิร์นที่ขายในไทย และที่สำคัญคงทนมาก ส่วนเทพี 2 ตนนั้นติดมาด้วยเพราะพื้นที่ตู้คอนเทนเนอร์ยังเหลือจึงยัดมาด้วย

ใช่ว่าความตื่นเต้นจะหยุดแค่นั้น ภายในห้องขนาด 100 ตร.ม. ไม่เล็กไม่ใหญ่ไซซ์กำลังพอดีนี้ กลับดูจะคับแคบไปสำหรับแขวนภาพวาดสีน้ำมันขนาดใหญ่แบบที่ติดอยู่ตามคฤหาสน์ มากกว่าจะมาติดตามผนังห้องนั่งเล่น ห้องนอนในคอนโดฯ แต่เมื่อพิจารณาดูแล้วก็เข้าท่าลงตัวทีเดียว

นั่นอาจเป็นเพราะกรอบทองเหลืองและฝีพู่กันของจิตรกรเอกจากฝรั่งเศสภาพวาดผู้หญิงในศตวรรษที่16รูปที่แขวนในห้องนั้นนอกจากสวยแล้วยังแพง แต่ละภาพราคาหลักแสนถึง 4 ล้านบาท ประมูลมาจากคริสตี้ส์ บริษัทรับจัดการประมูลชื่อดังของโลก

ยัง...ยังไม่หมด ยังมีอีกเพียบ

ภายในห้องสี่เหลี่ยมนั้นยังมีตู้เสื้อผ้าอีก 2 หลัง บรรจุเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่กายสอยมาจากรันเวย์ ถอดออกมาจากร่าง "เจนนิเฟอร์ โลเปซ เจโล" ยี่ห้อลองแวง (lanvan) ลายงู ราคาเต็ม 2 แสนบาท กายซื้อได้ราคา 1 แสนบาท

และอีกหลายตัวที่สอยมาจากรันเวย์ อย่าง เวอร์ซาเช่ (versace) แต่ที่มีเยอะที่สุดน่าจะเป็นยี่ห้อ "hermes" ที่มีไม่กี่ตัวในโลก และกายเป็นหนึ่งในนั้นที่ได้ครอบครอง คุณสมบัติแต่ละตัวไม่ต้องเอ่ยถึงเพราะราคาขั้นต่ำหนึ่งแสนบาท

"ชุดลองแวง (lanvan) เฟอร์กี้ แบล็กอายพีใส่ เจโลใส่ อาทิตย์ก็ใส่ ชุดนั้นราคา 2 แสนบาท ลดเหลือ 1 แสนบาท ยังมีชุดชาแนล (chanel) สปอร์ตจากรันเวย์มีตัวเดียวในโลก ตัวนี้มือสองไม่แพงประมาณ 1 แสนบาท

เป็นผ้าแบบเดียวกับชุดนักบินอวกาศ เนื้อผ้าจะเบามากแต่อุ่น คุณจะไม่เคยเห็นผ้าแบบนี้ที่ไหนเลย เพราะมันเป็นผ้าของนาซ่า และพวกนี้ก็ใช้ระบบเลเซอร์ทอ"// นี่เป็นเพียงไฮไลต์ที่หยิบมา และมีอีกมากแต่บรรยายได้ไม่หมด

เพราะต้องกล่าวถึงกระเป๋าแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์กว่า 20 ใบ ที่ยกเตียง 1 หลังเป็นแท่นวางกระเป๋า แต่นี้เป็นเพียงบางส่วนเพราะยังมีเก็บไว้ที่บ้านย่านชิดลมอีกหลายสิบใบ โดยเฉพาะแอร์เมส (Hermes) รุ่นเบอร์กิ้นมีประมาณ 20 ใบ ส่วนใบที่โปรดปรานคือ แอร์เมส (Hermes) รุ่นเบอร์กิ้นสีดำ ซื้อมา 8 แสนกว่าบาท ตอนนี้ขายได้ 2 ล้าน เพราะเป็นไซซ์หายาก ขนาด 40 ใช้หนังจระเข้ตัวใหญ่

ยังมีกระเป๋าแอร์เมสรุ่นเดียวกับ "อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ" ขนาดกะทัดรัด ทำจากหนังตะกวดทะเลทราย ราคา 7.5 แสนบาท รุ่น Perchat นอกเหนือจากกระเป๋าแล้ว ยังมีผ้ารองพื้นทรายแอร์เมส ผ้าเช็ดตัวชาแนลผืนเดียวในโลก ที่อนุญาตให้ทีมงานได้ชมอีกด้วย

"หนังแอร์เมสถือว่าฟอกดีที่สุดในโลก เป็นหนังวัวแต่นิ่มเหมือนหนังกวาง และไม่ต้องซัก ใส่ตลอดชีวิต ของพวกนี้มูลค่าจะเพิ่มขึ้นทุกปี ปีละ 10% ทั้งรูปภาพ กระเป๋า และนาฬิกาที่เราชอบสะสม เช่น ปาเต๊ะ โรเล็กซ์ คาร์เทียร์ อย่างนาฬิกาเพชรดำ เดอลาคัวร์ Delacure เรือนนี้ ราคา 1.3 ล้านบาท"

ส่วนนาฬิกาที่กายสวมติดมืออยู่นั้นราคาประมาณ 4 ล้านบาท "คาร์เทียร์ล้อมเพชร" รุ่นลิมิเต็ด ซื้อมามือสอง 4 ล้านบาท เกือบลืมเอ่ยถึงเสื้อขนเฟอร์ สารพัดขนสัตว์หลายชนิดที่เบียดกันอยู่เต็มตู้เสื้อผ้า Fendi และ dior เป็นต้น

ทั้งหมดคือของที่กายสะสมมาจากความชอบ ทว่าแฝงการลงทุนไปด้วยเพราะมูลค่าของที่สะสมมีแต่บวกเพิ่มขึ้น และทุกอย่างที่ซื้อมายังได้ใช้หมด แม้กระทั่งชุด lanvan ลายงูนั้นก็ใส่ออกงานประชุมและพบลูกค้าเป็นปกติ


"ยอมรับว่าทั้งหมดนี้ก็ขัดกับภาพลักษณ์งานที่ทำมากเพราะคนส่วนใหญ่ที่ทำงานลักษณะติดต่อค้าขายเรื่องยาจะต้องมีภาพลักษณ์เป็นโปรเฟสเซอร์(ศาสตราจารย์)พวกเภสัชฯเขาก็แต่งตัวอีกแบบ แต่กลายเป็นว่านี่คือจุดขายของเรา ให้มีความแตกต่าง พวกชาวต่างชาติก็มองว่าชิก ไม่เหมือนนักวิชาการ" (หัวเราะชอบใจ)

ความแตกต่างบวกกับความสามารถที่ฉายแววแต่วัยเยาว์ของเด็กไฮเปอร์คนนี้ บวกกับหัวดี ทำให้เขามีรายได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี จากการเป็นติวเตอร์วิชาเคมี เฉลี่ยเดือนละหลายแสนบาท แค่ 3 ปีทำรายได้เกือบ 3 ล้านบาท นำเงินไปต่อยอดซื้อหุ้นเก็งกำไร

จากนั้นไม่เคยขอเงินทางบ้านอีกเลย และส่งตัวเองเรียนจนจบปริญญาโท

แต่เส้นทางการศึกษาของอาทิตย์กลับไม่ได้เลือกที่เกี่ยวข้องกับวิชาเคมีหลังจบมัธยมฯจากกรุงเทพคริสเตียนเข้าเรียนปริญญาตรีมศว.ประสานมิตร คณะศึกษาศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ แล้วต่อปริญญาโทบริหารธุกิจที่มหาวิทยาลัยลูตัน ประเทศอังกฤษ

กลับมาเมืองไทยเมื่ออายุ 22 ปี เปิดบริษัทผลิตยาชื่อ "สยาม สเน็ก ฟาร์ม" ผลิตเซรุ่มป้องกันพิษงูโดยใช้ห้องแล็บของแม่ที่เป็นเภสัชกร "นางละออ อาจสงคราม" ซึ่งมีบริษัทผลิตยาชื่อ "ทวนทอง 99" ส่วนบิดา "กุลศักดิ์ อาจสงคราม" เคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกา (เสียชีวิตแล้ว)

ปัจจุบัน อาทิตย์อายุ 36 ปี ถือว่าเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ สร้างฐานะตัวเองอย่างมั่นคง ขึ้นไปสู่จุดอิ่มตัวได้เร็วกว่าใคร และเลือกปลดเกษียณตัวเองในวัย 37 ปี

หลังจากเข้าวัดทำบุญหันหาทางธรรม จนได้ค้นพบสัจธรรมบางอย่างที่ประกาศจะละจากทางโลก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะปลงใจจากเสื้อผ้า กระเป๋าแบรนด์เนม ขนเฟอร์ ซูเปอร์คาร์ ตัดใจจากรถปอร์เช่ (PORSCHE) คันหรู กับจากัวร์ (JAGUAR) คันงามได้หรือไม่

แต่ถ้าย้อนดูจากวิถีชีวิตที่ผ่านมาของอาทิตย์ เกย์ไฮเปอร์นักธุรกิจไฟแรงผู้นี้กลับอยู่แบบ "ติดดินกินข้าวแกง แต่ใช้ของแพง" มีรถส่วนตัวเป็นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และนั่งรถไฟฟ้าเป็นประจำ คงพออธิบายเหตุแห่งการไม่ยึดติดได้บ้าง

"ปีนี้จะเกษียณตัวเองจากงาน คิดว่าถึงเวลาแล้ว เรื่องครอบครัวทายาทก็ตัดไปได้เลยเพราะเป็นเกย์ ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก ตั้งใจว่าจะไปอยู่วัดนุ่งขาวห่มขาวเป็นเวลา 3 เดือน แล้วกลับมาทำใจ แล้วกลับไปใหม่ คิดว่าจะทำแบบนี้อยู่ 3 ปีถึงจะห่มผ้าเหลืองได้ คงเหมือนกับการเลิกยาต้องใช้เวลา ลดกิเลสลงไปเรื่อย ๆ เพราะตอนนี้หยุดช็อปหยุดซื้อหมดแล้ว ค่อย ๆ หักดิบ จะไปบวชเลยก็กลัววัดแตก" (หัวเราะ)

เราถือว่าเป็นไปในทางที่ถูกที่ควร ทางโลกเราประสบความสำเร็จแล้ว แต่ในทางธรรมนี่คือเราไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไร เหมือนเราเป็นเด็ก ป.1 ที่เลือกวัดพระพุทธบาทยโสธร เพราะวัดนั้นถูกจริต เคยไปฝึกปฏิบัติธรรมหลายครั้ง รู้สึกสบายเหมือนอยู่คอนโดฯ และไม่เอาเปรียบวัด ค่าน้ำค่าไฟก็จัดการ ซักผ้าไม่เป็นก็จ้างชาวบ้านเดือนละหมื่นบาท เขาก็พอใจแล้ว"

ทางธรรมได้อยู่กับตัวเอง เห็นทางโลกมาเยอะแล้ว ขอไปมองเห็นทางธรรมบ้างจุดที่ทำให้อาทิตย์หันมองธรรมะคือ ตอนที่พ่อเสียชีวิตด้วยวัย 58 ปี เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ทำให้คิดว่าความตายอยู่กับเราทุกวินาที ส่วนตัวไม่เสียใจ แต่รู้สึกเสียดายที่ยังไม่ได้ทำอะไรให้พ่อเลย

ทุกอย่างในชีวิตเราแลกกับเวลาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา ฐานะ ความรัก ปัญญา และการแลกกับเวลาอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด ดีที่สุดก็คือการไม่ประมาท

"ผมก็เหมือนคนทั่วไป ไม่ได้ร่ำรวย เป็นแค่คนที่รักการทำงาน ทำของดีขาย และเป็นคนฉลาด เป็นคนเท่าทันคน ส่วนตัวไม่ชอบออกงานสังคม ตัดขาดอยู่เฉพาะกลุ่มเพื่อนที่เกื้อกูลกัน ไม่นินทาว่าร้าย ชอบทำบุญเหมือนกัน แต่คนอื่นจะมองว่าเราแต่งตัวอะไร

คุณมีเพื่อนยังไง คุณมีสังคมยังไง แล้วก็เมาท์ ๆ ซึ่งมันน่าเบื่อ เมื่อก่อนออกงานสังคมถี่มาก แต่เดี๋ยวนี้ไม่ออกแล้ว มองว่าไม่ได้เกิดประโยชน์สาระอะไร งดมาประมาณหนึ่งปี

ข้าวของก็ใช้เท่าที่มี ไม่ซื้อเพิ่ม ถ้าซื้อเพิ่มก็น้อยมาก พอละ ตอนนี้การทำธุรกิจแทนที่จะมาหวังผลกำไรมาให้ตัวเองเพื่อซื้อของฟุ่มเฟือย เพื่อซื้อพร็อพเพอร์ตี้

ซื้อความมั่นคง เอาให้คนอื่นดีกว่า ผมซื้อเครื่องฟอกไตถวายโรงพยาบาลสงฆ์ซึ่งถูกกว่ากระเป๋าอีกแต่ได้ประโยชน์มากกว่า วันหนึ่งพระสงฆ์สามารถฟอกไตได้ถึง 5 รูป

ผมได้วางแผนชีวิตไปจนถึงวันตายในวัย 70 ปี ผมใช้เงินแค่ 9 ล้านบาทก็พอแล้ว ที่เหลือจะซื้อหุ้นทิ้งไว้ปล่อยให้เงินทำงานเอง แล้วแบ่งบันเงินให้มูลนิธิต่าง ๆ เช่น ถวาย ร.พ.สงฆ์ ร.พ.ศิริราช แบ่งโบนัสให้พนักงาน และให้หลาน ๆ"

"การอยู่คนเดียวเป็นสิ่งที่ดีที่สุด สุขอื่นเหนือกว่าความสงบไม่มีจริง ๆ"

นี่คือความคิดไฮโซที่ลดละเลิกแล้วซึ่งวัตถุ