รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

สรุปภาพตลาด   มุมมองตลาด: ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นทะลุทำจุดสูงสุดใหม่และปรับตัวขึ้นเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ เหตุผลที่เรามองตลาดปรับตัวขึ้นจากที่ผ่านมา เราใช้เครื่องมือการวิเคราะห์ทางเทคนิคที่สำคัญหลายตัวไม่ว่าเป็น RSI, MACD, Moving average และการวิเคราะห์ตลาดหุ้นต่างประเทศ รวมทั้งกระแสเงินลงทุนและทิศทางค่าเงินสกุลเอเชีย 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาการวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะให้ผลลัพธ์ไปในทิศทางเดียวกัน เช่น เครื่องมือทางเทคนิคตัดขึ้นเป็นบวก กระแสเงินในภูมิภาคไหลเข้า ค่าเงินสกุลเอเชียแข็งค่าขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นเอเชียและยุโรปซึ่งปรับตัวขึ้นไปทิศทางเดียวกัน ภาวะตลาดโดยรวมจะสังเกตว่าตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวขึ้นใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนหุ้นขนาดกลางถึงเล็ก Medium to small Cap. ปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าตลาด ซึ่งหมายความว่าดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นจากการซื้อขายหุ้นขนาดเล็กเป็นหลัก อาจแสดงได้ว่าการปรับตัวขึ้นรอบนี้ไม่มั่นคงนัก โดยปกติแล้วจะเป็นสัญญาณเตือนก่อนการปรับตัวต่ำลง สัปดาห์นี้หากภาวะการลงทุนยังมีรูปแบบที่กล่าวมาในข้างต้น ดัชนีมีแนวโน้มอาจขึ้นต่อได้ไม่ไกลโดยยังคงให้แนวต้านทางเทคนิคบริเวณ 1450 จุด แต่จุดที่สังเกตอีกอย่างนึงคือดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคาร SETBANK เริ่มปรับตัวขึ้นได้น้อยกว่าตลาด แต่กลุ่มสื่อสารซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นได้น้อยกว่าตลาดในช่วงที่ผ่านมา เริ่มมีสัญญาณเชิงบวกหรือแนวโน้มขึ้นได้ใกล้เคียงกับตลาด   สรุปภาวะตลาด: ดัชนีปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ได้แต่ถ้าองค์ประกอบภาพรวมเป็นไปในทิศทางขัดแย้ง จึงเป็นสิ่งที่เราระมัดระวังต่อการขึ้นของตลาดในรอบนี้   ธนรัตน์ อิศรกุล Tel. (662) 618-1334   ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด   ตลาดปรับเกณฑ์หยุดหุ้นปั่นก.ล.ต.เตือนนักลงทุนซื้อหุ้น'อีเอ' แนะโบรกเกอร์ออกบทวิเคราะห์เพิ่ม หลังวอลุ่มหุ้นเล็กกลุ่ม'เหล็ก-อสังหา' ยังพุ่ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เล็งปรับเกณฑ์คุมหุ้นเก็งกำไรให้เข้มขึ้น หากยังร้อนแรงไม่เลิก หวั่นเกิดความเสียหายต่อตลาด พร้อมแนะโบรกเกอร์ออกบทวิเคราะห์หุ้นขนาดเล็ก ช่วยนักลงทุนประเมินมูลค่ากิจการ หลังสำรวจพบวอลุ่มหุ้นที่ไม่อยู่กลุ่มเซ็ท 100 เพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะกลุ่มเหล็กและอสังหาริมทรัพย์ ด้าน ก.ล.ต. สั่งอีเอชี้แจงให้ข้อมูลไม่ตรงไฟลิ่ง เตือนนักลงทุนระมัดระวังการลงทุน (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)   แบงก์ปี55กำไร 1.6 แสนล้านบาท โตกว่า 31% แบงก์ทั้งระบบโชว์ปี 2555 กวาดกำไรสุทธิ 161,559 ล้านบาท โต 31% โดยเฉพาะ 5 แบงก์ใหญ่ฐานะแกร่งกำไรพุ่งพรวด ธนาคารหนี้เน่าต่ำ ส่วนต่างดอกเบี้ยสูง \"ไทยพาณิชย์นำโด่งกำไร 4 หมื่นล้านบาท ตามด้วยกสิกรกรุงเทพไทยและกรุงเทพ ขณะที่ทหารไทยกำไรกสิกรไทยซบเหตุตั้งสำรองหนี้ก้อนโตผลจากการกรุงศรฯเร่งเคลียร์เอ็นพีแอล ส่วนเกียรตินาคินรื้อทหารไทยโครงสร้างดัน \"อภินันท์\" นั่งคุมแบงก์แทน ทิสโก้ \"ธวัชไชย\" ด้านมูดี้ส์ชูแบงก์ไทยมีเสถียรภาพไร้แรงกระทบจากวิกฤติธนาคารยุโรป (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)   กองทุนฟื้นฟูฯยันไม่ร้อนเงินขายหุ้นกรุงไทยแค่ทางเลือก กองทุนฟื้นฟูฯ แจงข่าว \"บอร์ด\" สั่งขายหุ้นกรุงไทย ย้ำแค่ทางเลือกในการหาเงินมาชำระหนี้ ระบุชัดยังไม่ได้ทำแผนการขายหุ้นด้วย ยืนยันหากขายจริงจะใช้วิธีทยอยขายไม่ให้กระทบราคาในกระดาน พร้อมระบุเวลานี้ให้ความสำคัญกับการขายหุ้น \"บสก.\" มากกว่า ปัดข่าวร้อนเงิน ระบุชัดเตรียมเงินไว้สำหรับชำระดอกเบี้ยงวดปี 2556 ครบแล้ว คาดจ่ายเงินต้นอีก 5 พันล้านบาทด้วย (หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ)   สั่งรื้อเงินเดือน ปรับใหญ่ข้าราชการทั้งระบบยกแผงทั้งสภา-ศาล/องค์กรอิสระยันท้องถิ่น ครม.ตั้งกรรมการทบทวนเงินเดือนข้าราชการ เปิดทางรื้อใหญ่ทั้งระบบทุกกระทรวง ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เมื่อวันที่ 21 ก.พ. มีมติให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.)เตรียมเรื่องเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อศึกษาทบทวนความเหมาะสมของค่าตอบแทนของผู้บริหารและบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐในภาพรวมทั้งหมด ให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาในสัปดาห์หน้า (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)   เจริญปิดดีลซื้อ F&N กว่า 3 แสนล้านบาท \"กลุ่มเจริญ\" ซื้อเอฟแอนด์เอ็น กว่า 3 แสนล้าน หลังโอยูอีไม่เสนอราคาแข่ง ชี้ได้กลุ่มเครื่องดื่มกับอสังหาฯก็เกินคุ้ม รอยเตอร์ส รายงานอ้างแหล่งข่าวบริษัท ทีซีซี ในเครือไทยเบฟเวอเรจ ของกลุ่มเจริญ สิริวัฒนภักดี ว่า ทีซีซีเป็นผู้ชนะประมูลซื้อกิจการบริษัท เอฟแอนด์เอ็น สิงคโปร์เนื่องจากคู่แข่งบริษัทโอเวอร์ซีส์ ยูเนียน เอ็นเตอร์ไพรส์ (โอยูอี) ไม่ได้ยื่นราคาแข่งในกำหนดวันที่21 ม.ค.จึงทำให้กลุ่มเจริญ เจ้าของเบียร์ช้างได้เป็นเจ้าของเอฟแอนด์เอ็นไปในราคา 1.375 หมื่นล้านเหรียญสิงคโปร์ (ราว 3.32 แสนล้านบาท) (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)   บิ๊ก \"โตโยต้า\" ชี้ตลาดรถปีนี้ 1.2 ล้านคัน นายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์ในไทยว่าแนวโน้มตลาดรถยนต์ในประเทศปี 2556 คาดว่าจะมียอดขายรวมทุกยี่ห้อทั้งหมดมากกว่า 1,200,000 คัน ลดลงจากปีที่ผ่านมาประมาณ 10% ประกอบด้วยตลาดรถยนต์นั่ง 542,300 คัน ลดลง 19.4% และตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ 707,700 คัน ลดลง 7.4% โดยในส่วนของรถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรถเพื่อการพาณิชย์ มียอดขาย 631,900 คัน ลดลง 5.1% (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)   กสท.แจกใบอนุญาตทีวีดาวเทียม 172 ใบ ชี้ยังไม่ถกออกคูปองทีวีดิจิตอล-เหนือเมฆ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสท. เมื่อวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้อนุมัติออกใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการกระจายเสียง (วิทยุชุมชน) เพิ่มอีก 90 สถานี แบ่งเป็นสถานีวิทยุที่ดำเนินการด้านธุรกิจ 57 สถานี สาธารณะ 13 สถานี และชุมชน 20 สถานี นอกจากนี้ ยังได้อนุมัติออกใบอนุญาตช่องรายการโทรทัศน์ดาวเทียม 172 ช่อง ทั้งแบบบอกรับสมาชิกและไม่บอกรับสมาชิก ซึ่งบริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ได้รับอนุมัติใบอนุญาตช่องรายการมากที่สุดราว 80 ช่องรายการ รวมทั้งในครั้งนี้ทรูวิชั่นส์ยังได้รับอนุมัติการออกใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบกิจการโครงข่ายสำหรับกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่สำหรับการให้บริการระดับชาติ พร้อมกับบริษัทอื่นๆ อีก 3 บริษัท ขณะเดียวกัน ยังได้อนุมัติให้ใบอนุญาตการประกอบกิจการโครงข่ายระดับภูมิภาค 3 ใบอนุญาต และการประกอบกิจการโครงข่ายระดับท้องถิ่น 37 ใบอนุญาต (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)   ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ Tel. (662) 618-1330-1   รายงานวันนี้   หุ้น: SCB          คำแนะนำ: ซื้อ          ราคาเป้าหมาย (บาท): 219.00 SCB รายงานกำไรไตรมาส 4/55 จำนวน 9.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 45% YoY แต่ลดลง 2% QoQ ผลประกอบการเป็นไปตามที่เราและตลาดคาด สินเชื่อขยายตัว 3.9% QoQ และ 20.1% YoY ตรงกับที่เราประมาณการ โดยสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น 5.2% QoQ สินเชื่อ SME เพิ่มขึ้น 5.9% และสินเชื่อบรรษัทเพิ่มขึ้น 1.5% SCB มีแนวโน้มกำไรเติบโตแข็งแกร่ง QoQ และ YoY ในไตรมาส 1/56 หนุนโดยสินเชื่อเติบโต รายได้ค่าธรรมเนียมที่สูงและอัตราภาษีนิติบุคคลที่ลดลง SCB มีแนวโน้มทำกำไรสูงกว่าประมาณการของเราปี 2556 ที่ 50.7 พันล้านบาทด้วยอัตรา ROE 20%   นักวิเคราะห์: สุวัฒน์ บำรุงชาติอุดม   หุ้น: PTTEP          คำแนะนำ: ถือ          ราคาเป้าหมาย (บาท): 166.00 ผู้บริหารประกาศว่าบริษัทปรับงบลงทุนในช่วง 5 ปี สำหรับปี 2556-60 เพิ่มขึ้น 25% เป็น 15 พันล้านเหรียญ จากเดิม 12 พันล้านเหรียญ PTTEP ได้ปรับลดเป้าหมายปริมาณขายปิโตรเลียมปี 2556 ลง 6.1% เป็น 310KBD เนื่องจากความล่าช้าของโครงการมอนทาราที่เลื่อนไปเป็นสิ้นเดือน มี.ค. ค่าใช้จ่ายในการสำรวจที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีความเสี่ยงที่ค่าตัดจำหน่ายหลุมแห้งอาจสูงกว่าที่เราประมาณการไว้เดิม ดังนั้นเราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2556 ลง 1.6% เป็น 61,985 ล้านบาท   นักวิเคราะห์: ธนัทเทพ จันทรกานต์   หมายเหตุ: รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม   Technical Analysis   Security: ADVANC Position: ซื้อ เป้าหมาย : 215/218 Stop loss: < 203 Reason: : ปรับตัวขึ้นโดดเด่นในกลุ่มสื่อสาร ขณะที่วอลุ่มเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นการพักตัวลงมาบนเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น มองว่าเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ   Security: AOT Position: ซื้อ เป้าหมาย : 105/108 Stop loss: <98 Reason:ดีดตัวขึ้นจากแนวรับ 95 สอดคล้องกับเครื่องมือทางเทคนิคที่กำลังฟื้นตัวและวอลุ่มที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ   Security: MAJOR Position: ซื้อ เป้าหมาย : 21/21.3 Stop loss: < 19.8 Reason: ทะลุทำจุดสูงสุดในรอบสัปดาห์ สัญญาณทางเทคนิคมองการ Break out แนวต้านสำคัญ 20 สอดคล้องกับวอลุ่มที่เพิ่มขึ้นและเครื่องมือทางเทคนิคตัวขึ้นเป็นบวก   Security: RATCH Position: ขายทำกำไร Reason: ปรับตัวลงปิดต่ำหลุดเส้นค่าเฉลี่ย 25 วัน 59 ขณะที่วอลุ่มหนาแน่น จึงมีความเสี่ยงของการปรับฐานหรืออ่อนตัวลง   Security: MINT Position: ขายทำกำไร Reason:โมเมนตัมการปรับขึ้นเริ่มชะลอตัวลงสอดคล้องกับเครื่องมือทางเทคนิค MACD ตัดเส้น Signal line ลง   Security: BIGC Position: ขายทำกำไร Reason: แม้ราคาหุ้นไม่ได้ปรับตัวลงแรง แต่เครื่องมือทางเทคนิคบ่งชี้ถึงความเสี่ยงหลังจากไม่ผ่านแนวต้านสำคัญ 220 ขณะที่ราคาหุ้นยังปิดต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น   โดย บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ประจำวันที่ 22 ม.ค. 2556