แบงก์ยักษ์ใหญ่ปลดพนักงาน 35,000 คน ปรับตัวสู้เศรษฐกิจทรุด

แบงก์ยักษ์ใหญ่ปลดพนักงาน 35,000 คน ปรับตัวสู้เศรษฐกิจทรุด
Thai Quote

สนับสนุนเนื้อหา

รายงานข่าวจากต่างประเทศเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา HSBC สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของโลก ประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยจะมีการปรับลดพนักงาน ลงถึง 35,000 ทั่วโลก และ ปรับลดจำนวนสาขาในสหรัฐลงถึง 1 ใน 3 พร้อมควบรวมธุรกิจธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยเข้ากับธุรกิจบริหารความมั่งคั่งอีกด้วย หลังจากผลประกอบการในปี 2019 กำไรประจำปี ร่วงลง 33% เทียบกับที่เคยทำกำไรได้ 1.98 หมื่นล้านดอลลาร์ มาอยู่ที่ 1.33 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ประเมินกันไว้ราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์ที่ผ่านมา

โนเอล ควิน รักษาการณ์ซีอีโอของบริษัท ประกาศว่า "จากแผนการปรับโครงสร้างบริษัท จะส่งผลให้เกิดการปรับลดจำนวนพนักงานทั้งหมดลดลงจาก 235,000 ตำแหน่ง เป็น 200,000 ตำแหน่ง ภายใน 3 ปีหน้า"

ทั้งนี้ HSBC พยายามลดค่าใช้จ่ายมานาน ในขณะที่พวกเขาต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนต่างๆ ทั้งสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ การถอนตัวจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ และล่าสุดคือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน โดย HSBC มีเป้าหมายลดต้นทุนให้ได้ 4,500 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2022 ด้วยค่าใช้ค่ายในการปรับโครงสร้างจะอยู่ราวๆ 6,000 ล้านดอลลาร์

"ผลประกอบการปี 2019 ของกลุ่ม มีความยืดหยุ่น แต่บางส่วนในธุรกิจต่างๆของเราไม่ก่อผลตอบแทนที่สามารถยอมรับได้ เพราะฉะนั้น เราต้องร่างแผนแก้ไขทบทวน เพื่อเพิ่มผลตอบแทนสำหรับผู้ลงทุน สร้างขีดความสามารถสำหรับการลงทุุนในอนาคตและสร้างแพลตฟอร์มสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน" ควินกล่าว

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจในเอเชียยังมีผลประกอบการที่ได้ผลดีในช่วงหลายปีที่ผ่าน โดยเฉพาะในจีน ขณะ ธุรกิจในยุโรปและสหรัฐฯของHSBCกลับมีผลงานที่น่าผิดหวัง ทั้งนี้ ควิน ได้เตือนว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีนอาจกระทบต่อแนวโน้มผลประกอบการของธนาคาร

"เรายังคงเฝ้าจับตาการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสเร็วๆนี้ ซึ่งก่อความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจทั้งในฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ และอาจกระทบต่อผลงานของเราในปี 2020" ควิน ระบุ