PROJECT D โมเดลธุรกิจใหม่ หนุน SME โตต่างแดน

PROJECT D โมเดลธุรกิจใหม่ หนุน SME โตต่างแดน
S! Money (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับอุตสาหกรรมขนาดเล็กอย่าง SME ที่จะขยายตลาดไปต่างประเทศ เพราะการหาพาร์ทเนอร์ หรือคู่ค้าทางธุรกิจตัวจริง ไม่ใช่เรื่องง่ายหลายรายโดนหลอกเสียเงินไปกับพวกรับฝากขายสินค้าในต่างแดน PROJECT D จึงเป็นโมเดลนำร่องธุรกิจยุคดิจิทัล ที่ทลายทุกปัญหาตอบโจทย์การค้าไร้พรหมแดน

s__10027049นายเศรษฐ์ธาดา ธรรมวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ดอกบัวคำ กรุ๊ป

นายเศรษฐ์ธาดา ธรรมวงศ์ นักธุรกิจหนุ่ม ไฟแรง จาก สปป.ลาว  ผุดโครงการ PROJECT D โมเดลนำร่อง การทำธุรกิจ ยุคดิจิทัล แบบครบวงจร เพื่อหนุนผู้ประกอบการข้ามชาติที่ต้องการขยายตลาดใน สปป.ลาว พร้อมกันนี้ยังปรับธุรกิจครอบครัว ร้านดอกบัวคำ จากยุคเก่าสู่ ยุคดิจิทัล ด้วยการนำระบบการเช็คสต็อคมาใช้กับร้านขายของชำที่บ้าน ซึ่งมีสินค้าแบรนด์กว่า 16,000 แบรนด์ และมีสินค้ามากกว่า 65,000 รายการ ยังไม่นับรวมสินค้าอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพการทำงานให้สอดคล้องกับการธุรกิจในยุคปัจจุบันที่อาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทั้งประหยัดเวลา และ ลดต้นทุน ได้ประมาณร้อยละ 20-30

409222ธุรกิจครอบครัวของนายเศรษฐ์ธาดา ธรรมวงศ์

นายเศรษฐ์ธาดา กล่าวว่า โครงการ PROJECT D เป็นแพลตฟอร์มธุรกิจออนไลน์แบบครบวงจร เหมาะสำหรับการทำธุรกิจยุคดิจิทัล เพราะหัวใจหลักของการทำตลาดขณะนี้ ต้องรวดเร็วทันต่อความต้องการของผู้บริโภค สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลก ไม่เพียงแต่ สปป.ลาว  ดังนั้น PROJECT D จึงเป็นโมเดลการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ ที่ดูแลตั้งแต่ระบบคลังสินค้า ระบบปฏิบัติการ บัญชี การตลาด การสื่อสาร และระบบขนส่ง เรียกได้ว่าครอบคลุมทุกบริการตอบโจทย์ผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ต้องการเข้ามาขยายตลาดใน สปป.ลาว ซึ่งผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าร่วม PROJECT D ต้องเป็นสมาชิกกับโครงการซึ่งค่าใช้จ่ายเพียงหลักพันต่อปี และ มีแพ็คเกจบริการหลากหลายให้สมาชิกเลือกตามงบประมาณ

s__10027058PROJECT D

นอกจากนี้ PROJECT D ยังช่วยทลายปัญหาการกระจายสินค้าในระบบตัวแทนด้วย แม้ว่าทางเราจะมีตัวแทนกว่า 4,000 ราย กระจายอยู่ทุกเขตของ สปป.ลาว ระบบนี้จะตัดปัญหาการใช้สงครามราคาแข่งขันกัน ซึ่งตัวแทนที่สต็อคของรายเล็กที่ได้ราคาส่งสูงก็จะล้มหายตายจากไปจากระบบ ระบบนี้จะช่วยรักษาตัวแทนไว้ซึ่งจะยิ่งทำให้การกระจายสินค้าแข็งแกร่ง เพราะหน้าที่เหมือนตัวแทนรายใหญ่ที่กระจายสินค้าให้กับผู้แทนรายย่อยโดยไม่ต้องสต็อกสินค้า หากผู้ประกอบการใดสนใจจะกระจายสินค้าไปยัง สปป.ลาว สามารถติดต่อได้ในเพจ PROJECT D ได้ ทางเฟสบุ๊ก

s__9986077นางจินตร์จุฑา นิศากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท กัลยาไทยเฮิร์บ จำกัด

ด้านนางจินตร์จุฑา นิศากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท กัลยาไทยเฮิร์บ จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการไทยที่เข้าไปทำธุรกิจที่ สปป.ลาว กล่าวว่า โครงการ PROJECT D เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับแบรนด์ KULLAYA เพราะเป็นแบรนด์สมุนไพร พรีเมี่ยม น้องใหม่ที่กำลังเข้ามาขยายตลาดใน สปป.ลาว แม้ขณะนี้สินค้าของ แบรนด์ KULLAYA มีวางจำหน่ายแล้วที่ร้าน i'm5thankQ ตรงเวียงจันทร์ เซ็นเตอร์ และ ร้านดีแท้ ในตลาดสะพานทอง แต่การมีหลายช่องทางในการกระจายสินค้าจะช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจ ซึ่งการใช้แพลตฟอร์ม ออนไลน์ ของ PROJECT D ตอบโจทย์พฤติกรรมการบริโภคของ สปป.ลาว ที่ต้องการความสะดวก อีกทั้งยังมีระบบขนส่งที่ฉับไว จะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด และ PROJECT D ถือเป็นอีกหนึ่งคู่ค้าที่น่าสนใจ

shop

สอดคล้องกับความเห็นของ น.ส.ปวิตรา ม่วงสกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้า หรือ สคต. ณ เวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าวว่า สปป.ลาว มีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมที่ดี จึงทำให้คนลาวจำนวนมากนิยมใช้เวลาท่องโลกออนไลน์นาน และ มีมือถือเฉลี่ยคนละ 2 เครื่อง ซึ่งเอาไว้ดูสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะ เฟสบุ๊ก และ อินสตราแกรม เพื่อติดตามเทรนด์แฟชั่น สินค้าต่างๆ รวมถึงการติดตามดารา และเน็ตไอดอลคนไทย ว่าใช้ เครื่องสำอางค์ หรือเสื้อผ้าแบบไหนก็จะซื้อตาม อีกทั้งระบบการชำระเงินของธนาคารที่ สปป.ลาว ก็ทันสมัยและพัฒนาได้แบบก้าวกระโดดจากระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านสื่อสารที่ดี ประกอบกับประชากรวัยคนหนุ่มสาวประมาณของ สปป.ลาว มีประมาณ 65% อายุเฉลี่ยประชากรที่นี่ คือ 22.7 กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ กำลังอยู่ในช่วงการใช้เงิน จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่มองหาตลาดใหม่ในการกระจายสินค้า และในปี 2564 เมื่อรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมจีน และ สปป.ลาว ตลาดที่นี่ก็จะขยายใหญ่มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก

s__9994242นางสาวปวิตรา ม่วงสกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้า ณ เวียงจันทร์ สปป.ลาว