ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น35.71จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (4 ม.ค.)ปรับตัวขึ้น  43.85 จุด หรือ 0.33% ปิดที่ 13,435.21 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 7.10 จุด หรือ 0.49% ปิดที่ 1,466.47 จุด ดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.09 จุด หรือ 0.04% ปิดที่ 3,101.66 จุด ขานรับรายงานตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรของกระทรวงแรงงานสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง   สำหรับตลอดทั้งสัปดาห์ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งที่สุดในรอบเกือบ 1 ปี หลังจากที่รัฐสภาสหรัฐอนุมัติงบประมาณในช่วงดึกวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเพื่อหลีกเลี่ยงหน้าผาการคลังหรือ “fiscal cliff\" ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าอาจผลักดันให้เศรษฐกิจสหรัฐต้องเข้าสู่ภาวะถดถอย โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้น 3.8% ดัชนี S&P 500 ทะยานขึ้น 4.6% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 4.8%   ตลาดหุ้นสหรัฐเปิดตลาดในทิศทางที่แตกแตกต่างกันเมื่อคืนนี้ หลังข้อมูลสถิติบ่งชี้ถึงการจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราว่างงานยังคงไม่เปลี่ยนแปลงในเดือนธันวาคม   กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น 155,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. ขณะที่อัตราว่างงานอยู่ที่ระดับ 7.8% ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณการขยายตัวในตลาดแรงงานสหรัฐ   นอกจากนี้ ทางกระทรวงฯ ยังได้ปรับทบทวนตัวเลขจ้างงานเดือนพ.ย.ขึ้นเป็น 161,000 ตำแหน่ง จากที่รายงานก่อนหน้านี้ที่146,000 ตำแหน่ง   แต่อย่างไรก็ดี ตัวเลขจ้างงานที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งยังไม่เพียงพอที่จะส่งผลให้อัตราว่างงานในสหรัฐลดลง ซึ่งยังคงอยู่ที่ระดับ 7.8% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าอัตราเฉลี่ยในรอบ 60 ปีที่ประมาณ 6% เป็นอย่างมาก   นักวิเคราะห์กล่าวว่า สถานการณ์ในตลาดแรงงานปัจจุบันบ่งชี้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังไม่ยุติแผนรับซื้อพันธบัตร   ในขณะเดียวกัน รายได้เฉลี่ยต่อการทำงานใน 1 ชั่วโมงของชาวอเมริกันเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนธันวาคม ในขณะที่ระยะเวลาเฉลี่ยในการทำงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย   นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐยังได้รับแรงหนุนจากธุรกิจภาคบริการที่ขยายตัวดีกว่าการคาดการณ์ในเดือนธันวาคม โดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) รายงานว่าดัชนีภาคบริการปรับตัวขึ้นแตะ 56.1 ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา โดยตัวเลขสูงกว่า 50 บ่งชี้ถึงการขยายตัว   นอกจากนี้ ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนพ.ย.ยังขยับขึ้นเพียง 211 ล้านดอลลาร์ แตะ 4.77 แสนล้านดอลลาร์ หลังจากที่สินค้านอกกลุ่มสินค้าคงทนอ่อนตัวลง โดยการเพิ่มขึ้นของยอดสั่งซื้อภาคโรงงานบ่งชี้ถึงแผนขยายการลงทุน