พาณิชย์ลำพูน ลุยตรวจสอบร้านขายหน้ากากอนามัย ป้องกันผู้ค้าหัวหมอฉวยโอกาสปรับราคาขึ้น

พาณิชย์ลำพูน ลุยตรวจสอบร้านขายหน้ากากอนามัย ป้องกันผู้ค้าหัวหมอฉวยโอกาสปรับราคาขึ้น
S! Money (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

นางนิยดา หมื่นอนันต์ พาณิชย์จังหวัดลำพูน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลำพูน ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายหน้ากากอนามัย และแนะนำการปิดป้ายแสดงราคา ตาม พรบ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ในพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เพื่อป้องกันผู้ประกอบการมิให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า และเอาเปรียบผู้บริโภค ในช่วงสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรน่าที่กำลังระบาด ณ เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน และฝุ่นละออง PM 2.5

จากการตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าว พบว่า ประชาชนตื่นตัวเลือกซื้อสินค้าหน้ากากอนามัยกันมากขึ้น สินค้าหน้ากากอนามัยประชาชนเลือกซื้อหน้ากากแบบ N95 และแบบ 4 ชั้น จนสินค้าหมดสต็อก เนื่องจากซื้อกักตุนไว้กันเอง และซื้อเพื่อส่งไปยังประเทศจีนที่กำลังประสบปัญหาไวรัสโคโรน่าอู่ฮั่นระบาดอยู่ขณะนี้ โดยผู้ประกอบการแจ้งว่า สินค้าหน้ากากอนามัยมีในสต็อคน้อยลง และผู้ประกอบการบางร้านไม่มีสินค้าในสต็อค ต้องเอาสินค้าจากร้านเครือข่ายนำมาจำหน่ายให้ลูกค้า และไม่สามารถสั่งซื้อหน้ากากอนามัยจากผู้ผลิตได้ เนื่องจากบริษัทผู้ผลิตผลิตสินค้าไม่ทันต่อการจำหน่าย

โดยราคาจำหน่ายหน้ากากอนามัยมีดังนี้

  • หน้ากากอนามัย N95 ยี่ห้อ 3M แพ็ค 3 ชิ้น ราคา 170 บาท
  • หน้ากาก PM.2.5 ยี่ห้อ Welcare แพ็ค 5 ชิ้น ราคา 100 บาท
  • หน้ากากอนามัย ยี่ห้อ Bewall กล่องละ 50 ชิ้น ราคา 100-120 บาท
  • หน้ากากอนามัย 3DMask สำหรับเด็ก 5 ชิ้น ราคา 130 บาท
  • หน้ากากอนามัย N95 ยี่ห้อ MAG D Care ราคาชิ้นละ 40 บาท
  • หน้ากากอนามัย ยี่ห้อ Mask แพ็ค 2 ชิ้น ราคา 25 บาท

นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้ประกอบการร้านขายยาทุกร้านมิได้มีการกักตุนสินค้า และมิได้มีการสต็อกสินค้าไว้ในปริมาณมาก โดยขอความร่วมมือประชาชน หรือผู้บริโภค ซื้อหน้ากากอนามัยเท่ากับความจำเป็นเท่านั้น มิควรกว้านซื้อไป เพื่อกักตุน หรือเพื่อนำไปขายต่อเก็งกำไร