MONO ปลดฟ้าผ่า 300 คน สะเทือนวงการสื่อ หลังรายได้ห่างจากเป้าสูงลิบลิ่ว

MONO ปลดฟ้าผ่า 300 คน สะเทือนวงการสื่อ หลังรายได้ห่างจากเป้าสูงลิบลิ่ว
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

เว็บไซต์ thebangkokinsight ระบุว่า รายงานข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือได้เผยว่าทางฝ่ายบริหารงานบุคคลของโมโน ได้โทรหาพนักงานฝ่ายต่างๆ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยต้องการลดจำนวนคน เพื่อให้เหมาะกับแผนการปรับโครงสร้างที่มีการลดหน่วยธุรกิจลง คาดว่าจะมีพนักงานถูกเลิกจ้างให้ออกถึง 300 คน

การแจ้งให้ออกครั้งนี้ ยังเป็นการให้ออกโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ซึ่งหนึ่งในพนักงานที่โดนปลดครั้งนี้ บอกว่า เป็นการแจ้งให้ทราบแล้วเก็บของออกจากบริษัททันที แต่ทางบริษัทได้จ่ายค่าตอบแทนการจ้างออกตามกฎหมาย รวมถึงค่าตกใจจำนวนหนึ่ง

นอกจานี้ ยังมีการยุบหน่วยธุรกิจ หรือ บียู รวมถึงปรับโครงสร้างให้กระชับมากขึ้น เช่น โมโนเรดิโอ, เอ็มไทย ที่มีการปรับรูปแบบให้เหลือเพียงข่าว จากเดิมที่เป็นเว็บไซต์ข่าวและความรู้ บันเทิง รวมไปถึงฝ่ายข่าว ฝ่ายบันเทิง ฝ่ายบริการลูกค้า ซึ่งถือเป็นการปรับใหญ่ครั้งแรกของ MONO

ก่อนหน้านี้ โมโน กรุ๊ป ได้เปลี่ยนแปลงผู้บริหารหลังจากการลาออกของ นายพิชญ์ โพธารามิก เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 62 โดยแต่ตั้งนางพรรณี วรวุฒิจงสถิต จากตำแหน่งกรรมการอิสระและประธานคณะกรรมการตรวจสอบ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการแทนนายพิชญ์ โพธารามิก มีผลวันที่ 6 พ.ย. 62

ขณะเดียวกัน มีการตั้งบรรณาธิการบริหารฝ่ายข่าวคนใหม่ เบญจวรรณ สมสิน จากช่อง 3 แทนบรรณาธิการคนเดิมซึ่งได้ออกไปก่อนหน้านี้

สำหรับโครงสร้างธุรกิจ MONO ประกอบด้วย 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มธุรกิจสื่อ สื่อทีวี สื่อออนไลน์ บริการสมัครรับข้อมูลข่าวสาร สื่อวิทยุ และกลุ่มธุรกิจการให้บริการคอนเทนต์ ประกอบด้วย ธุรกิจภาพยนตร์ ธุรกิจกีฬา ธุรกิจเพลง ธุรกิจบันเทิง ธุรกิจเกม ธุรกิจคอมเมิร์ซ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบผลการดำเนินงานของไตรมาสที่ 3 ปี 2562 พบว่ารายได้โฆษณาทีวี ลดลง 32.56 ล้านบาท คิดเป็น 7.85% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่วนสาเหตุนั้นมาจากการแข่งขันที่รุนแรง เป็นผลจากช่องในอันดับ TOP 5 มีเรทติ้งโตขึ้นมาก และมีจัดโปรโมชั่นดึงเงินโฆษณาในช่วงเวลาดังกล่าว

นอกจากนี้ รายได้จากการให้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือก็อยู่ที่ 18.62 ล้านบาท ลดลง 20.37 ล้านบาท หรือราว 52.24% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่มีแนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปีเดียวกัน ในขระที่รายได้บริการ MONOMAX มีทิศทางที่ดีขึ้น เพิ่มขึ้น 3.62 ล้านบาท (30.65%) เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้วของปีเดียวกัน

ส่วนรายได้ Sponsorships เพิ่มขึ้น 34.74 ล้านบาท (228.85%) เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 19.08 ล้านบาท (61.87%) เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปีเดียวกัน

สรุปผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ของปีนี้ บริษัทฯ มี EBITDA ลดลง 30.44% และขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 86.34% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปีเดียวกัน ปัจจัยหลักเป็นผลจากรายได้การให้บริการสื่อโฆษณาลดลง