รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

สรุปภาพตลาด   มุมมองตลาด: ตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จากตัวเลขข้อมูลเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบของภาวะหน้าผาการคลัง (fiscal cliff) หลังจากประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้ยอมรับข้อตกลงการขึ้นภาษีประชาชนที่มีรายได้กว่า 400,000 ดอลลาร์ รวมทั้งยอมรับข้อเสนอเกี่ยวกับภาษีด้านอื่นๆและการใช้จ่ายในโครงการประกันสังคม ดังนั้นสัญญาณความคืบหน้าการเจรจาไปในทางที่ดีจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นเชิงบวกทั่วโลก แนวโน้มเศรษฐกิจที่เริ่มดีขึ้นจะส่งผลให้อุปสงค์กลับมาฟื้นตัว ทำให้นักลงทุนหันมาให้ความสนใจกับหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี กลุ่มค้าปลีก ท่องเที่ยว ก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกันจากความคาดหวังในการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาลสำหรับการลงทุนในปี 2556 ตลาดหุ้นไทยปรับตัวสูงขึ้นตามที่เราคาด เงินทุนไหลเข้าสู่กองทุนหุ้นเอเชียจำนวนมากในช่วง 10 สัปดาห์ที่ผ่านมา ดังนั้น เราจะเห็นตลาดหุ้นไทยได้รับเม็ดเงินมากขึ้น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเทียบกับการขายจากสถาบันในประเทศและนักลงทุนรายย่อยแม้ว่าตลาดหุ้นจะปรับขึ้นต่อเนื่อง คำถามตลาดมีความเสี่ยงมากน้อยบริเวณ 1350 จุด ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคมีข้อดีคือเราสามารถรู้แนวโน้มความเสี่ยงของตลาดว่าอยู่ในช่วงปลายทางขาขึ้นหรือจุดกลับตัวหรือไม่ ซึ่งหากตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นจริงสิ่งที่ควรจะสอดคล้องคือพวกเครื่องมือทางเทคนิคก็ควรจะชี้ขึ้นหรือปรับตัวไปในทิศทางเดียวกัน อีกจุดที่เราจะเช็คคือเรื่องของกระแสเงินลงทุน โดยสรุปจะมี 3 ข้อคือ: 1.โมเมนตัมของตลาดที่ขึ้นมารอบนี้ทำจุดสูงสุดใหม่แต่หากดูจากเครื่องมือทางเทคนิคเกิดภาพขัดแย้งลักษณะ Bearish divergence จะเป็นสัญญาณเตือนช่วงปลายทางขาขึ้น อย่งไรก็ตามเรายังไม่พบสัญญาณเชิงลบ ปัจจุบันการปรับตัวขึ้นของตลาดสามารถไปในทิศทางเดียวกันกับเครื่องมือทางเทคนิค 2.หุ้นกลุ่มธนาคารและวัสดุก่อสร้างซึ่งเป็นกลุ่มนำตลาดยังมองสัญญาณพักตัวบนทิศทางขาขึ้นเนื่องจากการยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นและระยะกลางได้ (EMA-25&50 days) 3.เรายังคงจับตาดูเรื่องของกระแสเงินลงทุนต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากค่าเงินค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีสัญญาณอ่อนค่าลง สรุปภาวะตลาดมองการปรับตัวขึ้นโดยมีแนวต้านที่ 1400 จุด และขยับแนวรับขึ้นเป็น 1355 จุด   ธนรัตน์ อิศรกุล Tel. (662) 618-1334   ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด   คำขอสร้างบ้านสหรัฐเดือนพ.ยพุ่ง สัญญาณดีต่อเนื่องปีหน้า ใบอนุญาตสร้างบ้านเดือนพ.ยเพิ่ม 3.6% เปิดเผยโดยกระทรวงพาณิชย์ ขณะที่ยอดสร้างบ้านใหม่ลดลง 3% ไปที่ระดับ 860,000 หน่วย โดยปัจจัยหลักที่เอื้อต่อธุรกิจบ้านที่อยู่อาศัย คือ อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านต่ำสุดเป็นประวัติการณ์  และ ตลาดการจ้างงานเริ่มดีขึ้นที่สร้างความมั่นใจให้คนอเมริกันเริ่มกล้าซื้อบ้าน นักวิเคราะห์ประเมินว่า ธุรกิจบ้านจะดีต่อเนื่องสำหรับปี 2013 ซึ่งอาจเป็นปีที่ดีที่สุดหลังจากเหตุการณ์วิกฤตการเงินตั้งแต่ปี 2007 (Bloomberg)   หวั่นสต๊อกข้าวรัฐพุ่งแตะ 14 ล้านตัน นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า สต๊อกข้าวสารของรัฐบาลปัจจุบันน่าจะมี 13-14 ล้านตัน ตามปริมาณการรับจำนำข้าวฤดูกาลที่ผ่านมา 19 ล้านตันข้าวเปลือก และปัจจุบันมีข้าวจากโครงการรับจำนำนาปี 55/56 ปริมาณ 4 ล้านตันข้าวเปลือก และข้าวที่เหลือจากรัฐบาลชุดก่อนประมาณ 2 ล้านตัน ซึ่งปริมาณข้าวจำนวนมากจะเป็นแรงกดดันให้ ราคาข้าวไทยในตลาดโลกไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงมีโอกาสที่ราคาจะลดต่ำลงต่อเนื่อง เพราะผู้ซื้อต่างประเทศจะเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อจากเดิมที่จะซื้อเพื่อเติมสต๊อกไว้ล่วงหน้ามาเป็นการซื้อเพื่อ บริโภคแทน เพราะรู้ว่ามีสต๊อกที่ไทยเก็บรักษาไว้มาก ทำให้ความต้องการข้าวในตลาดไม่เคลื่อนไหวเท่าที่ควร (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)   ธนาคารโลกปรับจีดีพีไทยปีนี้แตะ 4.7% ปีหน้าพุ่งทะยานต่อ 5% นางสาวกิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ธนาคารโลกได้ปรับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 55 ขึ้น เป็นการขยายตัว 4.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จากการคาดการณ์ครั้งก่อนที่คาดว่าจะเติบโต 4.5% ของจีดีพี เนื่องจากการฟื้นตัวของการบริโภคในภาคครัวเรือน และการลงทุนเพื่อการซ่อมแซมกลับมาดำเนินกิจการได้ในช่วงหลังน้ำท่วม รวมถึงการกระตุ้นการบริโภคของภาครัฐ และการไหลเข้าของเงินทุนโดยตรงจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทดแทนการส่งออกที่เติบโตในอัตราที่ชะลอลง โดยธนาคารโลกได้ประมาณการส่งออกของไทยในปี 55 พบว่าขยายตัวได้เพียง 3% จากปีก่อนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 9.5% โดยเป็นไปในทิศทางเดียวกับการชะลอตัวของการค้าโลก ที่เป็นผลมาจากปัญหาวิกฤติยุโรปและสหรัฐฯ (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)   8.3 ล้านครัวเรือนเฮ! กบง.ปรับเกณฑ์อุ้มแอลพีจี นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางปรับการช่วยเหลือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการปรับราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ใหม่จากเดิมที่กำหนดเกณฑ์กลุ่มที่ได้รับความช่วยเหลือที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน เป็นไม่เกิน 90 หน่วย/เดือน เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนมากขึ้นจำนวน 8.3 ล้านครัวเรือน เนื่องจากกระทรวงพลังงานได้สำรวจผู้มีรายได้น้อย เช่น ครัวเรือนที่อยู่ในสลัมหลายรายก็มีการใช้ตู้เย็น ซึ่งทำให้ปริมาณใช้ไฟฟ้าสูงเกิน 50 หน่วย/เดือนแล้ว (หนังสือพิมพ์ข่าวสด)   ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ Tel. (662) 618-1330-1   รายงานวันนี้   กลุ่ม: อิเล็กทรอนิกส์          คำแนะนำ: ลดน้ำหนักการลงทุน          ราคาเป้าหมาย (บาท): - ยอดใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเติบโตด้วยอัตราชะลอตัวเนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่ยังซบเซา มูลค่าการส่งออกของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยในไตรมาส 4/55 มีแนวโน้มเติบโต YoY จากฐานที่ต่ำ กำไรสุทธิของ 4 บริษัทที่เราให้คำแนะนำมีโอกาสที่จะเติบโตสูงมากในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2556 จากรายการพิเศษ (เงินประกัน) แต่กำไรหลักจะยังไม่กลับมาสู่ระดับปกติจนกว่าจะถึงครึ่งปีหลังของปี 2556 ยังเร็วเกินไปที่จะเข้าซื้อหุ้นสะสม   นักวิเคราะห์: จินดารัตน์ เล้าทวีรุ่งสวัสดิ์   หมายเหตุ: รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม   Technical Analysis   Security: ROBINS Position: ซื้อ เป้าหมาย : 73/75 Stop loss: < 65 Reason: ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นทะลุยอดเดิม 37 ขณะที่วอลุ่มโดดเด่นสอดคล้องกับเครื่องมือทางเทคนิคที่ตัดขึ้นเป็นบวก   Security: KTC Position: ซื้อ เป้าหมาย : 32/34 Stop loss: < 27.5 Reason: ดีดตัวขึ้นจากแนวรับบริเวณ 27 ส่งสัญญาณบวกจากวอลุ่มที่เพิ่ทสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับ  MACD ตัดเส้น Signal line   Security: SCC Position: ซื้อ เป้าหมาย : 440/450 Stop loss: < 408 Reason: ราคาหุ้นส่งสัญญาณฟื้นตัวขึ้นจากฐานบริเวณ 400 ปัจจุบันราคาปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น และเครื่องมือทางเทคนิคกำลังจะตัดขึ้นเป็นบวกอีกครั้ง   Security: KTB Position: ซื้อ เป้าหมาย : 19.5/19.8 Stop loss: <18.5 Reason: สร้างฐานบนแนวรับบริเวณ 18.5 สัญญาณซื้อคาดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อราคาหุ้นทะลุแนวต้าน 19 แนะนำ Follow buy คาดวอลุ่มจะเพิ่มสูงขึ้นตามราคาหุ้นที่ปรับขึ้นลักษณะ Break out   Security: AAV Position: ซื้อ เป้าหมาย : 5/5.1 Stop loss: <4.6 Reason: ดีดตัวขึ้นจากแนวรับบริเวณ 4.6 ส่งสัญญาณบวกจากวอลุ่มที่เพิ่ทสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับ  MACD ตัดเส้น Signal line   Security: LPN Position: ซื้อ เป้าหมาย : 19/19.5 Stop loss: <17.5 Reason: หุ้นเริ่มกลับมามีความน่าสนใจภายหลังจากการพักตัวเมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาและสามารถดีดกลับทะลุเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น สอดคล้องกับวอลุ่มที่เพิ่มขึ้น   โดย บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ประจำวันที่ 20 ธ.ค. 2555