"บอดี้การ์ดหญิง" อาชีพที่สาวจีนรุ่นใหม่ ฝัน อยากเป็น

"บอดี้การ์ดหญิง" อาชีพที่สาวจีนรุ่นใหม่ ฝัน อยากเป็น
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

อย่านึกว่าผู้หญิงสาวๆ สวยๆ จะใฝ่ฝันอยากเป็นแต่นางแบบ หรือพริตตี้ ฯลฯ อาชีพเสี่ยงตายอย่าง "บอดี้การ์ด" ปัจจุบันก็มีหญิงสาวในจีนใฝ่ฝันอยากเป็นกันเยอะ ยิ่งทุกวันนี้ที่มีเศรษฐี มหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นทุกปี

โดยจากตัวเลขคร่าวๆ ประมาณว่า ตอนนี้ในจีนมีมหาเศรษฐีระดับพันล้านอย่างน้อยราว 300 คน และเศรษฐีเงินล้านราว 1,000,000 คน โดยมีเศรษฐีเงินล้านที่เป็นสตรีอยู่ถึง 1 ใน 3

อีกทั้งยังมีมหาเศรษฐีจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกว่า การมี "บอดี้การ์ดหญิง" ข้างกาย เป็นการยกระดับฐานะ "เหนือชั้น" ขึ้นไปอีกขั้น ยิ่งกว่ามีบอดี้การ์ดเป็นผู้ชายซะอีก

เหวิน ซุย หญิงเจ้าของบริษัท Guodun หนึ่งในบริษัทรับฝึกและจัดหาบอดี้การ์ดที่ผุดขึ้นในจีนราว 3,000 บริษัท เล่าว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เธอเพิ่งได้รับออเดอร์ ให้จัดการฝึกบอดี้การ์ดหญิง 30 คน

ทั้งนี้เพราะ เศรษฐีนีหลายคน สบายใจที่จะใช้บอดี้การ์ดหญิงมากกว่าบอดี้การ์ดชาย เหตุผลหนึ่งก็เพราะไม่ค่อยเป็นจุดสนใจ อีกเหตุผลก็คือ ไม่ต้องกลัวตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเรื่องชู้สาว

"การมีบอดี้การ์ดหญิงเหมือนกับมีน้องสาว พวกเธอสามารถคอยดูแลคุณ และคุณก็สามารถนอนร่วมห้องกับบอดี้การ์ดหญิงได้ คนทั่วไปมักจะคิดว่า พวกเธอเป็นเลขาส่วนตัวของคุณ

แต่ถ้าคุณมีบอดี้การ์ดเป็นผู้ชาย ก็เสี่ยงที่ชาวบ้านจะเข้าใจผิด และเกิดเสียงซุบซิบที่ไม่ดีขึ้นได้"


ทั้งนี้ เหวิน ซุย เล่าว่า เมื่อก่อนเธอเคยเป็นเจ้าของโรงเรียนอนุบาล แต่หลังจากเคยถูกปล้นระหว่างเดินทางไปติดต่อธุรกิจถึง 2 ครั้ง เธอจึงเปลี่ยนใจเลิกกิจการโรงเรียนอนุบาล หันมาเปิดบริษัทจัดฝึกบอดี้การ์ด เพราะคิดว่า บอดี้การ์ด กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักธุรกิจหรือคนมีฐานะ ที่ควรมีอยู่ข้างกาย

ปัจจุบันเธอมีนักเรียนบอดี้การ์ดในสังกัด 60 คน ที่ผ่านการฝึกเข้มเป็นเวลา 6 เดือนจาก ครูซึ่งเคยเป็นทหารที่จะมาถ่ายทอดทักษะการป้องกันตัวหลายอย่าง อาทิ กังฟู การใช้กล้องวงจรปิด

ความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น หรือแม้แต่ความรู้รอบตัวเรื่องมารยาทต่างๆ เพื่อบอดี้การ์ดทุกคนจะได้รู้จักแสดงกิริยาที่เหมาะสมเวลาทำงาน หรืออยู่เคียงข้างเจ้านาย โดยนักเรียนบอดี้การ์ดของเธอเกือบทุกคนต่างเรียนจบปริญญาตรี

แล้วสนใจอยากมาฝึกเป็นบอดี้การ์ด หรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยส่วนบุคคล เพื่อยึดเป็นอาชีพ

หวาง ย่าหลั่น สาววัย 24 ที่ยอมจ่ายเงิน 93,000 บาท ต่อระยะเวลาฝึก 30 วัน ให้กับบริษัท Genghis ของนายเฉิน หยงจิง อดีตบอดี้การ์ดของ เฉินหลง ซุปเปอร์สตาร์นักบู๊ชื่อดัง เพื่อมาฝึกเป็นบอดี้การ์ด

เล่าว่า เธอตัดสินใจเลิกเรียนด้านการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เพื่อมาฝึกเป็นบอดี้การ์ด เพราะ "ฉันรู้สึกว่านี่คืออาชีพที่ฉันอยากทำจริงๆ มันเป็นความรู้สึกที่มากกว่าเรื่องของความรักในความยุติธรรม"

ขณะที่ เซียะ ซิงเจียง สาววัย 19 เล่าว่า "ฉันชอบดูหนังบู๊มาตั้งแต่เด็ก และอยากเป็นเหมือนพวกเขา" ซึ่งทุกวันนี้เธอก็กำลังจะได้เป็นบอดี้การ์ดสมใจ หลังจากตัดสินใจเลิกเรียนด้านบัญชี ออกมาฝึกเป็นบอดี้การ์ด ถึงแม้พ่อแม่จะไม่เห็นด้วยก็ตาม

สำหรับเรื่องค่าตอบแทน บริษัทส่วนใหญ่จะคิดค่าใช้บริการบอดี้การ์ดหญิงจากลูกค้าวันละ 300 ดอลลาร์ หรือราว 9,300 บาท โดยบอดี้การ์ดหญิงจะได้รับส่วนแบ่งค่าแรง 100 ดอลลาร์ หรือราว 3,100 บาท

ด้านผู้ใช้บริการอย่าง กาน ตงเซียะ นักลงทุนผู้มั่งคั่ง ซึ่งเรียกใช้บริการบอดี้การ์ดอยู่บ่อยๆ บอกว่า "เพื่อนของฉันบางคนเคยมีเรื่องขัดแย้ง แล้วก็ถูกลักพาตัว ฉันรู้สึกว่าการทำธุรกิจที่นี่มันอันตราย

ยิ่งตอนนี้ธุรกิจฉันกำลังเติบโต ฉันยิ่งรู้สึกว่า ฉันจำเป็นต้องมีบอดี้การ์ด คอยรักษาความปลอดภัย แล้วมันก็ดีด้วย เพราะทำให้ผู้คนรู้สึกยำเกรง และให้เกียรติเรามากขึ้น"