ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 89.24จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (27 พ.ย.) ลดลง 89.24 จุด หรือ 0.69% ปิดที่ 12,878.13 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 7.35 จุด หรือ 0.52% ปิดที่ 1,398.94 จุด และดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 8.99 จุด หรือ 0.30% ปิดที่ 2,967.79 จุด หลังจากนายแฮร์รี รี้ด ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐเปิดเผยว่า การเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลัง หรือ fiscal cliff แทบจะไม่มีความคืบหน้า ซึ่งความวิตกกังวลในเรื่องดังกล่าวได้บดบังข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ   กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนต.ค.ไม่เปลี่ยนแปลงที่ระดับ 2.1695 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจะลดลง หลังจากที่พุ่งขึ้น 9.2% ในเดือนก.ย.   ขณะที่คอนเฟอเรนซ์บอร์ดรายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย.พุ่งขึ้นแตะระดับ 73.7 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในกว่า 4 ปี และสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส-ชิลเลอร์รายงานว่า ราคาบ้านในเขตเมืองส่วนใหญ่ของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นก็ตาม   นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากข่าวที่ว่ารมว.คลังยุโรป และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้บรรลุข้อตกลงในการลดหนี้สินของกรีซลงสู่ระดับต่ำกว่า 124% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภายในปี 2563 ซึ่งคาดว่าข้อตกลงดังกล่าวน่าจะนำไปสู่การเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือที่ล่าช้ามาเป็นเวลานานสำหรับกรีซจำนวนราว 4.4 หมื่นล้านยูโร (5.7 หมื่นล้านดอลลาร์)   อย่างไรก็ตาม  ดัชนีต้องมาสะดุด  เมื่อ นายรี้ด ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐเปิดเผยว่า การเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะหน้าผาการคลัง หรือ fiscal cliff แทบจะไม่มีความคืบหน้า ซึ่งการแสดงความเห็นดังกล่าวทำให้นักลงทุนกังวลว่าสหรัฐจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาวะการปรับลดค่าใช้จ่าย และการขึ้นภาษีวงเงินรวม 6 แสนล้านดอลลาร์โดยอัตโนมัติในต้นปีหน้า   ด้าน  นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่เดือนต.ค. และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book ของเฟดทั้ง 12 เขต