วิเคราะห์หุ้นทรู อารมณ์ของนายตลาด กับโอกาสภายใต้ความกลัว

วิเคราะห์หุ้นทรู อารมณ์ของนายตลาด กับโอกาสภายใต้ความกลัว
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

ใครที่อยู่ในแวดวงตลาดหุ้นคงคุ้นเคยกับคำว่า “จงขายหุ้นเมื่อทุกคนโลภ (กล้า) และซื้อหุ้นเมื่อทุกคนกลัว” หรือบางทีก็ใช้คำพูดโด่งดังของเบนเกรแฮมที่เปรียบเปรยตลาดหุ้นกับอารมณ์

ซึ่งบอกว่าเมื่อคนเราขาดความมั่นใจกับข่าวระยะสั้นและเกิดอารมณ์ “กลัว” สิ่งที่เขาจะคิดถึงก่อนเลยก็คือ “ตัวฉัน ที่นี่ เดี๋ยวนี้” พอเห็นหุ้นขึ้นร่วง 2-3 ช่วงเขาก็รีบขายแล้วซึ่งเข้ากับสถานการณ์หุ้นทรูในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

เป็นที่น่าสังเกตว่าราคาหุ้น TRUE ร่วงแรงอย่างไร้สาเหตุ! ทั้งที่หุ้นทรูกลับมามีพื้นฐานที่แข็งแกร่งผลการดำเนินงานของในอดีตอ่อนแอมาก และเคยขาดทุนสุทธิหนักเกือบ 1 หมื่นล้านบาท ในปี 56 อย่างไรก็ดี ผลประกอบการปัจจุบันของทรู เริ่มพลิกกลับมามีกำไรสุทธิแล้วในปี 60 - 61 ที่ 2,322 ล้านบาท และ 7,034 ล้านบาทตามลำดับ

ขณะที่ครึ่งแรกปีนี้มีกำไรสุทธิที่ 2,569 ล้านบาท แม้จะลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเพราะไม่มีกำไรพิเศษแต่ถือว่ากำไรปกติฟื้นตัวดี แล้วอะไรคือสาเหตุที่คนกลัวจนเทขาย?

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีการพูดถึงข่าวลือว่าการตัดสินคดีของศาลปกครองกลางกรณีขอเพิกถอนคำตัดสินอนุญาโตตุลาการกรณีชี้ว่า TC ผิดสัญญาเพราะไม่ขอความเห็นชอบจากทีโอทีในการให้บริการ TA 1234 ทำให้นักลงทุนเกิดความกลัวว่าผลจะออกมาเช่นไรทำให้หุ้นทรูร่วงอย่างผิดสังเกต

แต่ข้อเท็จจริงนักวิเคราะห์ต่างมองว่า กว่าศาลจะตัดสินและรู้ผลคงใช้เวลาเป็นปีและไม่จบง่าย ๆ ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบในระยะสั้นแน่นอน หากใครได้ติดตามเรื่องจะเข้าใจบทวิเคราะห์จากมุมนักกฎหมาย เพราะคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการอาจสวนทางกับข้อกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคมทำให้บางส่วนอาจขัดแย้งกัน

เพราะถ้าอิงตามกฎหมาย TC เป็นเสมือนผู้ได้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเช่นเดียวกันกับทีโอที TC จึงไม่ต้องขออนุญาตจากทีโอทีในการกำหนดราคาค่าบริการ เพียงแต่การตั้งอัตราค่าบริการก็ต้องเป็นไปตามกฎที่ กสทช. กำหนดไว้

เช่นห้ามกำหนดสูงเกินไปหรือห้ามเลือกปฏิบัติด้านราคาดังนั้นคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ว่า TC ผิดสัญญาจึงไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญหากดูจากแนวทางการตัดสินของศาลปกครองที่มองว่า ผู้ให้บริการทุกรายไม่ว่าทีโอทีหรือ TC ก็ต้องปฏิบัติตามกฎของ กสทช. ทรูก็ยังมีโอกาสพลิกกลับมาชนะ

ดังนั้น การลงทุนในยุค 4.0 ยุคที่ข่าวสารในโซเชียลมีอยู่มากมายมหาศาลทั้งข่าวลือทั้งข่าวจริงทำเอานักลงทุนเสียวตลอดเวลา ทำให้จิตใจต้องแกร่งดั่งเพชร และคงต้องบริหาร 2 สิ่งที่สำคัญตลอดเวลา ระหว่างอารมณ์และเหตุผล จะได้ไม่เสียโอกาสพลาดเพราะความชั่ววูบ!!