กรมบัญชีกลางแจงการเบิกค่าเล่าเรียนบุตรตามสิทธิข้าราชการ

กรมบัญชีกลางแจงการเบิกค่าเล่าเรียนบุตรตามสิทธิข้าราชการ
S! Money (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

นางญาณี แสงศรีจันทร์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้ปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร พ.ศ. 2562 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2562 เป็นต้นไป ทำให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว และมีการส่งต่อข้อความทางแชทไลน์ ดังนี้ “บังคับใช้วันนี้แล้ว 13/6/62 เป็นต้นไป เบิกได้ตามที่เสียค่าเล่าเรียนจริง ถ้าค่าเล่าเรียนลูกเทอมละ 3 หมื่นก็เบิกได้ 3 หมื่นครับ เบิกได้จนลูกจบ ป.ตรี ข้าราชการที่เกษียณอายุแล้วก็ยังเบิกค่าเล่าเรียนลูกได้เต็มจำนวน”

กรมบัญชีกลางขอชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร พ.ศ. 2562 มีการแก้ไขปรับปรุงบทบัญญัติบางประการเพื่อให้มีความชัดเจน เหมาะสม และสอดคล้องกับการจัดระบบการศึกษาในปัจจุบันเท่านั้น และไม่มีการปรับอัตราการเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตรแต่อย่างใด ยังคงใช้อัตราการเบิกตามหนังสือเวียนกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0422.3/ว 257 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2559 และด่วนที่สุด ที่ กค 0408.5/ว 22 ลงวันที่ 12 มกราคม 2561 ตามเดิม อาทิเช่น ประเภทและอัตราในการเบิกค่าบำรุงการศึกษา

ประเภทสามัญศึกษา

1. อนุบาล สถานศึกษาของทางราชการบำรุงการศึกษาต่อปีการศึกษา 5,800 บาท ส่วนสถานศึกษาของเอกชน อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา/ ค่าเล่าเรียนต่อปีการศึกษา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

  • สถานศึกษาที่รับเงินอุดหนุน 4,800 บาท
  • สถานศึกษาที่ไม่รับเงินอุดหนุน 13,600 บาท

2. ประถมศึกษา สถานศึกษาของทางราชการบำรุงการศึกษาต่อปีการศึกษา 4,000 บาท ส่วนสถานศึกษาของเอกชน อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา/ ค่าเล่าเรียนต่อปีการศึกษา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

  • สถานศึกษาที่รับเงินอุดหนุน 4,200 บาท
  • สถานศึกษาที่ไม่รับเงินอุดหนุน 13,200 บาท

3. มัธยมศึกษาตอนต้น สถานศึกษาของทางราชการบำรุงการศึกษาต่อปีการศึกษา 4,800 บาท ส่วนสถานศึกษาของเอกชน อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา/ ค่าเล่าเรียนต่อปีการศึกษา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

  • สถานศึกษาที่รับเงินอุดหนุน 3,300 บาท
  • สถานศึกษาที่ไม่รับเงินอุดหนุน 15,800 บาท

4. มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. สถานศึกษาของทางราชการบำรุงการศึกษาต่อปีการศึกษา 4,800 บาท ส่วนสถานศึกษาของเอกชน อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา/ ค่าเล่าเรียนต่อปีการศึกษา แบ่งเป็น 2 กลุ่ม

  • สถานศึกษาที่รับเงินอุดหนุน 3,200 บาท
  • สถานศึกษาที่ไม่รับเงินอุดหนุน 16,200 บาท

5. อนุปริญญา สถานศึกษาของทางราชการบำรุงการศึกษาต่อปีการศึกษา 13,700 บาท

6. ปริญญาตรี สถานศึกษาของทางราชการบำรุงการศึกษาต่อปีการศึกษา 25,000 บาท

ประเภทอาชีวศึกษา

สถานศึกษาของเอกชน อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา/ค่าเล่าเรียนต่อปีการศึกษา

1. คหกรรม หรือคหกรรมศาสตร์ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  • สถานศึกษาที่รับเงินอุดหนุน 3,400 บาท 
  • สถานศึกษาที่ไม่รับเงินอุดหนุน 16,500 บาท

2. พาณิชยกรรม หรือบริหารธุรกิจ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  • สถานศึกษาที่รับเงินอุดหนุน 5,100 บาท
  • สถานศึกษาที่ไม่รับเงินอุดหนุน 19,900 บาท

3. ช่างอุตสาหกรรม หรืออุตสาหกรรม แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  • สถานศึกษาที่รับเงินอุดหนุน 7,200 บาท
  • สถานศึกษาที่ไม่รับเงินอุดหนุน 24,400 บาท

4. อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

  • สถานศึกษาที่รับเงินอุดหนุน 5,100 บาท
  • สถานศึกษาที่ไม่รับเงินอุดหนุน 19,900 บาท

5. อุตสาหกรรมสิ่งทอ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ 

  • สถานศึกษาที่รับเงินอุดหนุน 7,200 บาท
  • สถานศึกษาที่ไม่รับเงินอุดหนุน 24,400 บาท

สำหรับสถานศึกษาของเอกชน ในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิค (ปวท.) หรือเทียบเท่า ให้เบิกได้ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่จ่ายจริงของค่าเล่าเรียนปีการศึกษาละไม่เกิน 25,000 – 30,000 บาท ตามประเภทวิชาหรือสายวิชา และหลักสูตรปริญญาตรี ให้เบิกจ่ายครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ได้จ่ายไปจริงของค่าเล่าเรียนปีการศึกษาละไม่เกิน 25,000 บาท ค่าเล่าเรียนที่ให้เบิกจ่ายได้จะต้องเป็นค่าธรรมเนียมการเรียนหรือค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งสถานศึกษาเอกชนเรียกเก็บตามอัตราที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการหรือมหาวิทยาลัย

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ ค่าเล่าเรียน