รองนายกฯ ยันปรับหลักเกณฑ์รถเมล์ฟรีตลอดชีพ

รองนายกฯ ยันปรับหลักเกณฑ์รถเมล์ฟรีตลอดชีพ
mcot

สนับสนุนเนื้อหา

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)

ณ ที่ทำการเดินรถที่ 1 หรืออู่บางเขนว่า รัฐบาลมีแนวคิดที่จะทบทวนโครงการรถเมล์ฟรี เพื่อประชาชนให้เป็นโครงการถาวร แทนโครงการในปัจจุบันที่เป็นแบบชั่วคราวที่ต้องรอขออนุมัติต่ออายุจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)

ทั้งนี้ โครงการรถเมล์ฟรีรูปแบบใหม่จะมีการเพิ่มสิทธิ์ให้ประชาชนสามารถขึ้นรถเมล์ฟรีได้ทุกเส้นทาง และทุกช่วงเวลา แต่จะให้สิทธิ์เฉพาะกลุ่มคนที่รัฐบาลเห็นว่ามีความจำเป็นเท่านั้น

เบื้องต้นอาจจะให้สิทธิ์กับกลุ่มทหารผ่านศึก กลุ่มนักเรียนและผู้สูงอายุ ซึ่งจะต้องมีการกำหนดช่วงอายุที่เหมาะสมอีกครั้ง

"โครงการรถเมล์ฟรีเกิดขึ้นมา เพราะต้องการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ

เป็นการช่วยเหลือคนทุกกลุ่ม แต่ผมมองว่ายังไม่เท่าเทียมและทั่วถึง เพราะหากบ้านใครไม่มีรถเมล์ฟรีผ่านก็ไม่ได้ประโยชน์

ขณะที่โครงการใหม่จะขึ้นรถเมล์ฟรีได้ทุกสาย แต่จะให้สิทธิ์เฉพาะกลุ่มคนที่รัฐเห็นว่ามีความจำเป็นและควรมีสวัสดิการพิเศษให้เท่านั้น ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณารายละเอียดอยู่" นายกิตติรัตน์ กล่าว

นายกิตติรัตน์ กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินของ ขสมก.ว่า ขณะนี้ ขสมก.มีทรัพย์สิน 7,252 ล้านบาท แต่มีหนี้สินมากถึง 78,000 ล้านบาท

ดังนั้น ขสมก.ต้องเร่งลดรายจ่าย โดยยกเลิกการเช่าอู่จอดรถที่ไม่มีความจำเป็น หรือมีราคาแพง เนื่องจากปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายในการเช่าสูงถึงเดือนละ 10 ล้านบาท

โดยจะต้องเจรจาหาเช่าพื้นที่ราคาถูก หรือประสานขอใช้พื้นที่ฟรีจากหน่วยงานราชการ หรือภาคเอกชน ซึ่งล่าสุดห้างสรรพสินค้าอีเกีย ได้ให้ความช่วยเหลือแบ่งพื้นที่บริเวณถนนบางนาตราดจัดจำนวน 10 ไร่ ให้ ขสมก.จอดรถฟรีแล้ว

รวมทั้งต้องวางแผนการบริหารจัดการทรัพย์สินเชิงรุก เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับองค์กร เช่น การปรับปรุงบริการให้ทันสมัยและสอดคล้องกับการเดินทางของประชาชนในปัจจุบันที่หันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น ซึ่งเบื้องต้น ขสมก. เตรียมที่จะจัดซื้อรถใหม่เข้ามาวิ่งให้บริการแล้ว

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ภายในเดือน ต.ค.นี้ กระทรวงคมนาคมจะนำเสนอแผนการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คัน แผนล้างหนี้ 76,000 ล้านบาท

และแผนพนักงานเกษียณงานก่อนกำหนด เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เพื่อขออนุมัติงบประมาณ จำนวน 13,000 ล้านบาท นำไปเร่งจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี เพื่อมาวิ่งให้บริการ คาดว่าจะสามารถนำรถเมล์เอ็นจีวีใหม่ลอตแรกประมาณ 300 คัน

มาวิ่งให้บริการได้ภายในกลางปี 2556 ทั้งนี้ เชื่อว่าการนำรถเมล์ใหม่มาวิ่งจะทำให้ปริมาณผู้ใช้บริการ ขสมก. เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 1 ล้านคนต่อปี คือเพิ่มจาก 2 ล้านคนต่อปี เป็น 3 ล้านคนต่อปี ซึ่งจะทำให้ ขสมก. มีรายได้เพิ่มขึ้น และช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลได้

"ขณะนี้ ขสมก.มีรถเมล์ 3,000 คัน แต่วิ่งได้จริง 2,500 คัน หากเรามีรถใหม่มาเพิ่มอีก 3,183 คัน เราจะวิ่งให้บริการได้มากขึ้น ถี่ขึ้น ประชาชนก็จะเข้ามาใช้มากขึ้น เพราะเป็นรถใหม่

รวมทั้งจะมีการนำระบบตั๋วร่วมมาใช้ในช่วงสิ้นปีหน้า ซึ่งจะทำให้ ขสมก.มีรายได้เพิ่มขึ้น เบื้องต้นผมคาดว่า ขสมก.จะหยุดขาดทุนได้ภายในปี 2558 ถ้าไม่หักค่าใช้จ่ายเรื่องดอกเบี้ยกับค่าเสื่อมราคาที่ต้องจ่ายออกไป

นอกจากนี้ ปัญหาจราจรติดขัดก็จะลดลง ผมคิดว่า 3 ปีต่อจากนี้การจราจรในกรุงเทพฯ จะดีขึ้นมาก" นายชัชชาติ กล่าว