บลจ.ฟินันซ่าขายกองทุนตราสารหนี้3เดือนชูยิลด์3.22%

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

นายธีรพันธุ์ จิตตาลาน  กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ฟินันซ่า กล่าวว่า บริษัทออกกองทุนเปิดฟินันซ่าตราสารหนี้พลัส โรล โอเวอร์ 3เดือน2 (FAM FIPR3M2) จะเปิดเสนอขายครั้งที่ 2 ตั้งแต่ 2-9 ต.ค.55 ด้วยประมาณการผลตอบแทนที่ 3.22% ต่อปี  โดยสามารถลงทุนขั้นต่ำเพียง 2,000 บาท  นักลงทุนสามารถใช้ช่องทางการลงทุนใหม่ล่าสุดของบริษัทโดยซื้อกองทุนผ่านระบบอินเตอร์เนต skype  ได้ที่ศูนย์บริการเคทีซี ทัช 14 สาขา             FAM FIPR 3M2 เป็น specific fund หรือกองทุนรวมตราสารแห่งหนี้ที่มีการกระจายการลงทุนน้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน  มีนโยบายที่จะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ที่มีความสามารถในการชำระดอกเบี้ยและเงินต้น โดยกองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารแห่งหนี้ ตราสารทางการเงิน และ/หรือ เงินฝาก ของภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)              ในครั้งนี้เราจะลงทุนในเงินฝากธนาคารต่างประเทศ สกุลเงิน USD หรือ CNY  กับธนาคาร BOC, Macao,  ธนาคาร CIMB, Niaga, Indonesia หรือเงินฝากสกุลเงิน AED ธนาคาร Abu Dhabi Commercial Bank, UAE (F1), ธนาคาร Union National Bank, UAE(P-1), ตั๋วเงินหรือเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ตั๋วแลกเงิน บมจ. ดั๊บเบิ้ล เอ(1991) (BBB) ตั๋วแลกเงิน บมจ.ราชธานีลิสซิ่ง(BBB+) หรือ บมจ.เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง (BBB+) ตราสารหนี้ บมจ.บัตรกรุงไทย (BBB+) หรือตราสารหนี้ภาคเอกชน ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ BBB+ ขึ้นไป ตั๋วเงินคลัง หรือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัทจะเปิดให้มีการซื้อและขายคืนหน่วยลงทุน ทุก ๆ 3 เดือนโดยประมาณ นับตั้งแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม              กองทุนนี้เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะสั้นในตราสารหนี้ภาครัฐและภาคเอกชนและ/หรือ เงินฝาก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และมีโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากธนาคาร ในระยะเวลานานประมาณ 3 เดือนสำหรับการลงทุนแต่ละรอบ  กองทุนมีการลงทุนในต่างประเทศซึ่งเราจะทำการการป้องความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน             นายธีรพันธุ์ ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันโดยคาดว่า มีโอกาสต่ำมากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายและมีความเป็นไปได้ที่จะลดดอกเบี้ยนโยบายอันเนื่องมาจากการส่งออกของไทยชะลอตัวอย่างมากและลดแรงจูงใจของเงินทุนต่างประเทศไม่ให้ไหลเข้ามาหาผลประโยชน์ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไทยและประเทศตะวันตกซึ่งจะส่งผลเสียให้ค่าเงินบาทแข็งค่า ดังนั้น  นักลงทุนที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ควรลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ ที่ยังให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย  ณ ขณะนี้ เพื่อไม่ให้เสียโอกาสจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจจะลดดอกเบี้ยนโยบายในอนาคต