"เสริมสุข" เมิน "เป๊ปซี่" สร้างแบรนด์ใหม่รับ "อนาคต"

"เสริมสุข" เมิน "เป๊ปซี่" สร้างแบรนด์ใหม่รับ "อนาคต"
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

ความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนก็คือ กรณีของ "เป๊ปซี่" เบอร์ 1 ของเครื่องดื่มหน้าร้อน

ที่ทุกปีจะสร้างกระแสได้อย่างเต็มที่ โดยทำกิจกรรมแบบ "บิ๊กบึ้ม" ตามฐานะของผู้นำตลาด แต่สำหรับปีนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว

นั่นเพราะการแตกหักระหว่าง "เป๊ปซี่-เสริมสุข" ที่กินระยะเวลายาวนานตั้งแต่เมษายน 2553 จนไปสู่บทสรุปปีนี้เมื่อสิ้นสุดเดือนพฤศจิกายนปีนี้

ที่ทั้งคู่จะเหลือแค่เพียงสถานะผู้ร่วมวงการ ไม่ใช่พันธมิตรทางธุรกิจ หรือผู้ร่วมทุนอย่างที่เคยเป็นมาตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีอีกต่อไป

พร้อม ๆ กับการเข้ามาของ "ไทยเบฟเวอเรจ" ที่เข้ามาเป็นเจ้าของบริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) เมื่อกลางเดือนกันยายนปีที่แล้ว

โดย "ฐาปน สิริวัฒนภักดี" ที่ออกมาประกาศแผนธุรกิจเชิงรุกของเสริมสุขและไทยเบฟฯ ในการรุกคืบตลาดเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์อย่างหนักหน่วงมากขึ้นจากนี้

สำหรับเสริมสุข สิ่งที่ทางผู้บริหาร "สมชาย บุลสุข" และ "ฐาปน" รวมถึงจากการเปิดแผนดำเนินธุรกิจที่ไม่มี "เป๊ปซี่" ร่วมอยู่ด้วยนั้น

ชัดเจนว่าจากนี้จะมีเครื่องดื่มใหม่ ๆ ที่ไม่ใช่น้ำอัดลมเข้ามาทำตลาดเพิ่มเติม ทั้งที่เป็นสินค้าของบริษัทเองหรือการซื้อแบรนด์ที่มีอยู่ในตลาด

นอกจากนี้ ก็อาจจะมีเครื่องดื่มอีกหลาย ๆ ตัวในความดูแลของไทยเบฟฯเข้ามาเสริม อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ปิดโอกาสสำหรับน้ำอัดลม ด้วยโนว์ฮาวที่มีอยู่อย่างยาวนาน

นั่นเอง ทำให้ภาพของ "เสริมสุข" จากนี้ ไม่ใช่แค่เพียง "ผู้จัดจำหน่าย" เครื่องดื่มให้กับ "เป๊ปซี่-โค" อีกต่อไป

แต่เป็นบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มครบวงจร ภายใต้เครือไทยเบฟเวอเรจ หรือภายใต้ชายคาของ "เจริญ สิริวัฒนภักดี"

ไม่แปลกที่ตั้งแต่ต้นปี เราเห็นการออกมาตอกย้ำความเป็น "คอร์ปอเรตแบรนด์" ของเสริมสุขอย่างชัดเจนมากขึ้น

พร้อม ๆ กับการชู "ฐิติวุฒิ์ บุลสุข" ทายาทของ "สมชาย บุลสุข" ขึ้นมาเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทเสริมสุขอย่างเต็มตัว ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

ขณะที่สมชายขึ้นเป็นประธานกรรมการ โดยมีฐาปนเข้ามาเป็นรองประธานกรรมการ ที่คอยเข้ามาประชุมกับทางบอร์ดของเสริมสุข เพื่อช่วยกำหนดทิศทางต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ

สเต็ปแรกที่เราเห็นขณะนี้คือ การเปิดตัว "เดลิเวอรี่ ยูนิท" ของเสริมสุข เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการขายในช่วงหน้าร้อนที่เป็นไฮซีซั่น

รถลอตใหม่ 30 คัน อำนวยความสะดวกในการจัดส่งเครื่องดื่มให้ทันกับความต้องการของผู้บริโภคที่มากกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ ในเขตพื้นที่ซึ่งมีการจราจรหนาแน่นในเขตกรุงเทพฯชั้นใน

อาทิ ร้านค้ารอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฯลฯ ซึ่งแต่ละยูนิตจะบรรจุทั้งน้ำดื่มคริสตัล เป๊ปซี่ มิรินด้า ลิปตันไอซ์ที ชาเขียวโออิชิ และคาราบาวแดง เพื่อให้บริการร้านค้าได้อย่างครบครันภายในการเข้าเยี่ยมครั้งเดียว

ความยืดหยุ่นในการบริการ ที่ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญของเสริมสุขครั้งนี้ นอกจากเพื่อเพิ่มความคล่องตัว ช่วยประหยัดเวลาการทำงานในการขนส่งแล้ว ยังเพิ่มความพึงพอใจในการบริการได้ทันความต้องการของร้านค้าอีกด้วย

ถือเป็นการประกาศ "ศักยภาพ" ความเป็นเบอร์ 1 ผู้จัดจำหน่ายสินค้าและบริการโลจิสติกส์ของยักษ์ใหญ่รายนี้ให้ทุกคนได้รับรู้

ล่าสุด ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเมื่อเสริมสุขปล่อยโฆษณาชิ้นล่าสุดออกมากับน้ำดื่ม "คริสตัล" ซึ่งเป็น own brand แบรนด์เดียวที่เสริมสุขมีในปัจจุบัน ไม่นับแบรนด์ของเป๊ปซี่และแบรนด์อย่างคาราบาวแดง ที่บริษัทรับจัดจำหน่าย

ภายใต้ภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ของน้ำดื่มคริสตัลที่มีชื่อว่า "เลือก" ความยาว 15 วินาที ถ่ายทอดประสบการณ์ในการเลือกซื้อน้ำดื่มว่า "ของบางอย่างอาจดูดีแค่ภายนอก ต้องเลือกให้ดี ๆ" ดูเผิน ๆ อาจไม่ได้มีความแตกต่าง นอกจากเป็นตัวบอกว่าเสริมสุขต้องการสร้างแบรนด์ "คริสตัล" มากขึ้น

แต่มากกว่านั้น หากสังเกตตัวโฆษณาดี ๆ จะพบว่า เป็นครั้งแรกที่ก่อนจบโฆษณา มีการตอกย้ำเมสเซจที่ว่า "ผลิตโดย เสริมสุข"

แหล่งข่าวในวงการธุรกิจกล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่เสริมสุขมีการเอ็นดอร์สคำว่าผลิตโดย เสริมสุข เข้าไปในโฆษณา จะเรียกว่าเป็นการสร้างแบรนด์เสริมสุข ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างก็ได้ จากเดิมโฆษณาที่ออกมาผู้บริโภคก็อาจจะรับรู้แต่แบรนด์เป๊ปซี่เท่านั้น แต่ไม่เคยรับรู้กับแบรนด์ "เสริมสุข"

เป็นการเริ่มต้นสร้าง "คอร์ปอเรตแบรนด์" ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

เป็นการปูทางสู่ "อนาคต" ที่เสริมสุขและไทยเบฟเวอเรจจะทำอะไรอีกมากมาย