จุดเริ่ม iTunes Store จุดจบร้าน CD?

จุดเริ่ม iTunes Store จุดจบร้าน CD?

จุดเริ่ม iTunes Store จุดจบร้าน CD?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

iTunes Store ชื่อนี้ผู้ที่ใช้งานผลิตภัณฑ์ของ Apple คงเคยได้ยินกันทุกคน (อย่างน้อยก็เป็นชื่อของโปรแกรมสำคัญในการจัดการเพลงด้วย)

และมีผู้ใช้จำนวนมากที่เฝ้าฝันให้ร้านค้าภาพยนตร์และเพลงออนไลน์ของ Apple แห่งนี้มาเปิดให้บริการในเมืองไทยสักที และแล้วเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2012

ความฝันของนักฟังเพลงชาวไทยก็เป็นจริง เมื่อ Apple ได้เปิดบริการ iTunes ในประเทศไทยและอีก 11 ประเทศในเอเชีย ซึ่งถือว่าห่างจาก iTunes Store แห่งแรกที่อเมริกาถึง 9 ปี

แล้ว iTunes Store มีดีอย่างไร ทำไมหลายคนถึงตื่นเต้นกับมัน และจะส่งผลกระทบกับคนในธุรกิจขนาดไหน บทความนี้ผมขอเจาะลึกที่ iTunes Music Store เพื่อหาคำตอบกันครับ

 

iTunes Store ร้านค้าดิจิตอลระดับโลก

iTunes Store เปิดตัวครั้งแรกที่อเมริกาเมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2003 ในฐานะของร้านค้าเพลงออนไลน์ และต่อมาก็ได้ขยายมาขายภาพยนตร์ หนังสือ แอพพลิเคชั่นสำหรับ iPod และ iOS

แล้วยังให้บริการสื่อการเรียนการสอนที่เรียกว่า iTunes U และบริการสถานีวิทยุโทรทัศน์ออนไลน์อย่าง Podcast

ในปัจจุบัน ถ้าดูเฉพาะ iTunes Music Store ตอนนี้มีเพลงให้เลือกดาวน์โหลดกว่า 28 ล้านเพลง แล้วเพิ่งฉลองยอดขาย 1.5 หมื่นล้านโหลดไปเมื่อปี 2011 ถือเป็นหนึ่งในบริการที่สำเร็จมากของ Apple

แล้วอะไรเป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ iTunes Store ประสบความสำเร็จเหนือร้านค้าเพลงดิจิตอลอื่นๆ ที่เคยมีมา ประเด็นหลักที่เห็นได้ชัดคือ ความใส่ใจกับลูกค้าที่อาจแยกออกเป็น 3 จุดเด่นดังนี้

 

 

• ลูกค้าต้องการเลือกเพลงได้มากๆ อันนี้จัดเป็นความสามารถของ Apple ในการดีลค่ายเพลงใหญ่ทั่วโลกให้เข้ามาขายจนมีตัวเลือกเพลงให้ดาวน์โหลดมหาศาล ไม่ต้องออกไปใช้บริการอื่นๆ แถมยังเลือกโหลดเป็นรายเพลงได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งอัลบั้ม และราคาเพลงก็ถือว่าไม่แพง


• ลูกค้าต้องการซื้อง่ายๆ iTunes Store สร้างประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในการซื้อ ถ้าจะพูดเป็นภาษาชาวบ้านคือ ขอแค่คุณสมัคร Apple ID และผูกบัตรเครดิตในระบบให้เรียบร้อย iTunes แทบจะประเคนทุกอย่างมาตรงหน้า รอให้ลูกค้ากดซื้อเท่านั้น ทั้งเพลงมหาศาลหาอะไรก็เจอ มีชาร์ตเพลง มีคอมเมนต์และการให้คะแนนช่วยลูกค้าตัดสินใจ จัดหน้าร้านเป็นระเบียบแยกเพลงใหม่ เพลงฮิต หรือจัดกลุ่มเพลงมาให้ลูกค้าเลือก ที่สำคัญคือ เปิดโอกาสให้ทดลองฟังเพลงที่ขายได้ทุกเพลงนานถึงนาทีครึ่ง ก็มากพอที่จะทำให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ถ้าเป็นคนชอบฟังเพลงก็หลงอยู่ในนั้นได้เป็นชั่วโมงๆ พร้อมซื้อเพลงมากมายโดยไม่รู้ตัว


• ลูกค้าต้องการเพลงเป็นของตัวเองที่ดีและง่าย ความสามารถด้านเทคนิคและการสนับสนุนที่ดีของ iTunes Store เริ่มตั้งแต่ไฟล์เพลงที่ขายปัจจุบันจะเป็นแบบ AAC 256 kbps ที่ให้เสียงดีระดับไม่ต่างจากแผ่น CD (แถมอาจจะเสียงดีกว่า MP3 320 kbps บางค่ายอีก) แถมไม่ติด DRM หรือ Digital Rights Management ผู้ซื้อเพลงไปแล้วจะเอาไปไรต์ลงแผ่น เอาไปเล่นในอุปกรณ์อื่นที่ไม่ใช่ของแอปเปิล หรือเอาไปแปลงเป็น MP3 ก็ได้ทั้งนั้น ไม่มีข้อจำกัด นอกจากนี้เมื่อซื้อเพลงบนคอมพิวเตอร์ยังสามารถตั้งให้ iPhone และ iPad โหลดเพลงอัตโนมัติจากอินเทอร์เน็ตโดยไม่ต้องต่อคอม เพลงที่เคยซื้อไปแล้วก็สามารถกลับมาดาวน์โหลดซ้ำได้โดยไม่เสียเงินอีกครั้งด้วย


ด้วยเหตุผลหลักๆ 3 ข้อนี้ จึงทำให้ iTunes Store ครองใจลูกค้าได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งได้ผลทั้งทำให้ลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Apple อยู่แล้วไม่หนีหายไปไหน แล้วยังทำให้ลูกค้าคนอื่นๆ ที่ติดใจในบริการกลายมาเป็นลูกค้า Apple ด้วย

 

 

ราคาเพลงและค่ายเพลงใน iTunes Store ไทย

กลับมาดูเรื่องราวใน iTunes Store ประเทศไทย พบว่าราคาของเพลงนั้นยังไม่นิ่ง โดยราคาของอัลบั้มเพลงสากลนั้นมีตั้งแต่ $1.99 ที่ถูกอย่างไม่น่าเชื่อ

อย่างรวมเพลงฮิต Carpenter 21 เพลง ไปจนถึงอัลบั้มใหม่ๆ อย่าง Jason Mraz ชุดล่าสุดก็ขายในราคา $8.99 ก็ถือว่าถูกกว่าแผ่น CD พอสมควร แถมต่อมายังลดราคาลงเหลือ $5.99 เท่านั้น

แต่บางอัลบั้มก็มีการขยับปรับราคาไปบ้าง เช่น อัลบั้มของ One Direction ที่ตอนแรกขาย $4.49 แต่ก็ปรับขึ้นเป็น $6.99 ในเวลาต่อมา (แต่ดันขายเวอร์ชั่น Deluxe ที่เป็น iTunes LP ในราคาถูกกว่าแค่ $5.99 เท่านั้น) หรือบางอัลบั้มอย่างของ Girls' Generation ที่ตอนแรกมีให้เลือกซื้อมากมาย อยู่ๆ ก็หายไปจนเหลือแค่ชุดเดียว

ซึ่งเมื่อเทียบกับ iTunes Store ของสหรัฐอเมริกาแล้ว เพลงในไทยขายถูกกว่าพอสมควร เช่น อัลบั้ม Battle Studies ของ John Mayer ในอเมริกาจะขาย $10.99 ส่วนของไทยขาย $5.39 หรืออัลบั้มของ One Direction เองในร้านของอเมริกาก็ขายถึง $9.99 ในขณะที่ราคาต่อเพลงของไทยก็ถูกกว่าด้วยคือ $0.99 เทียบกับ $1.29 ต่อเพลงในอเมริกา


ส่วนค่ายเพลงไทยใน iTunes Store ตอนนี้มี 3 ค่ายหลักๆ คือ Sony Music, Warner Music และ GMM Grammy โดย Sony และ Warner ได้ตั้งราคาสำหรับอัลบั้มไทยไว้ราว $4.49

ส่วน GMM หลังจากในระยะแรกที่ขายราคาประมาณ $10 ซึ่งคิดว่าตั้งไว้สำหรับขายในต่างประเทศด้วย ตอนนี้ได้ปรับลดราคาอัลบั้มเพลงไทยส่วนใหญ่ลงมาเหลือประมาณ $6 หรือราว 190 บาท

ก็ยังถือว่าแพงกว่าแผ่น CD ที่จำหน่ายในท้องตลาด ส่วนค่ายที่เหลือคือ Love is ยังไม่มีวี่แววว่าจะจำหน่ายเพลงเมื่อไร ส่วน RS ก็ทวีตตอบแฟนพันธุ์แท้สตีฟจ็อบส์ว่าจะขายเพลงใน iTunes เร็วๆ นี้ (ขอบคุณข้อมูลจาก Macthai.com)

 

ผู้เขียน : @eka_x

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล