สงกรานต์ไทยฮอตไม่เลิก! กระตุ้น “อาหารพร้อมทาน” โกยเงินนักท่องเที่ยวแสนล้านบาท

สงกรานต์ไทยฮอตไม่เลิก! กระตุ้น “อาหารพร้อมทาน” โกยเงินนักท่องเที่ยวแสนล้านบาท

ทุกเดือนเมษายนของทุกปี นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะเดินทางมาเพื่อร่วมเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์กับเจ้าบ้านเสมอ  

สังเกตได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ของปีนี้ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่าภาพรวมตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายนนี้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 546,000 คน เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีก่อน 8% สร้างรายได้ราว 1.02 หมื่นล้านบาท ส่วนเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดทั้งปี 62 ตั้งไว้ที่ราว 40 ล้านคน รายได้ 2.2 ล้านล้านบาท จากปี 61 ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 38.28 ล้านคน

แน่นอนว่าในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นอีเลฟเว่น (7-11) , แฟมิลี่มาร์ท รวมถึงลอว์สัน 108 (Lawson 108) จะเนื้อหอมเป็นพิเศษเพราะนอกจากจะมีหลายสาขาแล้ว ยังมีสินค้าครบครันให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อง่าย แต่สินค้าที่ได้รับอานิสงส์จากช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็คือ “อาหารพร้อมทาน” แค่อุ่น อบ นึ่ง หรือเข้าไมโครเวฟ ก็ตอบโจทย์ผู้บริโภคในด้านความสะดวก ประหยัดเวลา และง่ายต่อการพกพา ที่สำคัญสามารถเก็บไว้ทานในมื้ออื่นๆ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับผู้บริโภคที่ไม่อยากไปรอคิวที่ร้านอาหารให้เสียเวลาในช่วงเทศกาลสงกรานต์

อาหารพร้อมทานยังเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ชาวต่างชาติจะเลือกซื้อกลับไปเป็นของฝากและกลับบ้านเสมอ นอกจากราคาถูกแล้ว ที่สำคัญไม่ต้องเสียภาษีเพิ่ม เพราะอาหารพร้อมทานแบรนด์ไทยที่วางจำหน่ายในต่างประเทศจะบวกภาษีนำเข้า ทำให้กลุ่มผู้บริโภคชาวต่างชาติจะต้องซื้อของในราคาที่แพงขึ้น

p1

สอดคล้องกับรายงานคาดการณ์นวัตกรรมอุตสาหกรรม กลุ่มอาหารพร้อมทาน ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่คาดว่า ประชากรโลกจะย้ายเข้ามาอาศัยในเขตเมืองมากถึง 70% ในปี 2593 จากปี 2552 ที่เพิ่มขึ้น 50% โดยปี 2593 ประเทศจีนจะมีจำนวนคนอยู่ในเมืองสูงถึง 1,000 ล้านคน และอินเดียจะมีจำนวนคนอยู่ในเมืองสูงถึง 900 ล้านคน ส่งผลให้อาหารพร้อมทานเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

สำหรับอาหารพร้อมทานแบรนด์ไทยมีได้รุกตลาดในต่างประเทศนั้นมีหลากหลายแบรนด์ Sanook! Money ขอหยิบยกเพียง 3 แบรนด์ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ได้แก่ โลโบ้, แม่ประนอม และปุ้มปุ้ย ส่วนรายได้ของทั้ง 3 แบรนด์นี้จะเป็นอย่างไร มาดูกัน

จากการตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่ามีรายละเอียดดังนี้

บริษัท โกลโบ ฟู้ดส์ จำกัด (โลโบ้) ดำเนินธุรกิจการผลิตเครื่องเทศและเครื่องแกงสำเร็จรูป ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท โดยมีผลประกอบการย้อนหลังดังนี้

  • ปี 2558 รายได้ 1,476 ล้านบาท กำไร 82 ล้านบาท
  • ปี 2559 รายได้ 1,534 ล้านบาท กำไร 102 ล้านบาท
  • ปี 2560 รายได้ 1,542 ล้านบาท กำไร  77 ล้านบาท

บริษัท พิบูลย์ชัยน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม จำกัด (แม่ประนอม) ดำเนินธุรกิจการผลิตเครื่องเทศและเครื่องแกงสำเร็จรูป ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 59 ล้านบาท โดยมีผลประกอบการย้อนหลังดังนี้

  • ปี 2558 รายได้ 879 ล้านบาท กำไร 39 ล้านบาท
  • ปี 2559 รายได้ 955 ล้านบาท กำไร 44 ล้านบาท
  • ปี 2560 รายได้ 1,032 ล้านบาท กำไร 48 ล้านบาท

บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด (มหาชน) (ปุ้มปุ้ย) มีผลประกอบการย้อนหลังดังนี้

  • ปี 2558 รายได้ 1,316 ล้านบาท กำไร 58 ล้านบาท
  • ปี 2559 รายได้ 1,403 ล้านบาท กำไร 57 ล้านบาท
  • ปี 2560 รายได้ 1,483 ล้านบาท กำไร 70 ล้านบาท

ขณะที่มูลค่าตลาดอาหารพร้อมทาน (Ready to eat) ในไทยเมื่อปี 2561 อยู่ที่ 11,737 ล้านบาท ส่วนมูลค่าการส่งออกอาหารไทยนั้น นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป ระบุว่าแต่ละปีจะเฉลี่ยสูงถึง 1 ล้านล้านบาท โดยอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูป ส่งออกไปต่างประเทศสร้างรายได้ปีละ 200,000 ล้านบาท คิดเป็น 20% จากมูลค่าการส่งออกอาหารทั้งหมด และเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้น จึงเป็นโอกาสสินค้าสำเร็จรูป หรืออาหารพร้อมทาน (Ready to eat)  ภายใต้แบรนด์ไทยที่จะเข้าไปชิงตลาดที่มีมูลค่ามหาศาลเช่นนี้

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!