คนกรุงทำใจรถติดยาว 3 ปี ถึง2558 "รถคันแรก-สร้างรถไฟฟ้า 6 สาย

คนกรุงทำใจรถติดยาว 3 ปี ถึง2558 "รถคันแรก-สร้างรถไฟฟ้า 6 สาย
ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

ปัจจุบัน "กรุงเทพมหานคร" ติดโผเป็นเมืองที่มีปัญหาการจราจรติดขัดมากเป็นอันดับที่ 4 ของโลก

โดยมีปริมาณรถยนต์วิ่งอยู่บนท้องถนนประมาณ 6.8 ล้านคัน เปรียบเทียบกับกรุงเทพฯ มีถนนรองรับประมาณ 5,887 กิโลเมตร จึงเกิดความไม่สมดุลระหว่างรถกับทาง รถไฟฟ้าสร้างพร้อมกัน 6 สาย

ล่าสุดกระทรวงคมนาคมมีแผนนำระบบขนส่งมวลชนเข้ามาช่วยแก้ปัญหา นอกเหนือจากการตัดถนนใหม่ ๆ แล้ว

โครงการรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้าง 3 สาย มีกำหนดแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการอีก 3-4 ปีข้างหน้า หรือในปี 2558-2560 ประกอบด้วย

1.สายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ระยะทาง 23 กิโลเมตร กำหนดเปิดบริการเดือนตุลาคม 2558

2.สายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค ระยะทาง 27 กิโลเมตร เปิดบริการธันวาคม 2559  

3.สายสีเขียวเข้ม ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ระยะทาง 12.8 กิโลเมตร เปิดบริการเมษายน 2560

 

 

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า

ปัจจุบันสภาพปริมาณการจราจรของกรุงเทพฯและปริมณฑลเริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งมาจากมีรถยนต์ใหม่เข้ามาเติมมากขึ้น รวมถึงในบางพื้นที่มีการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า ซึ่งจะต้องใช้เวลานานกว่าจะเสร็จอย่างน้อย 3-4 ปี ทำให้ปัญหาการจราจรติดหนักรุนแรงมากขึ้น

เช่น ถนนสุขุมวิท รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (แบริ่ง-สมุทรปราการ) กำลังปิดการจราจรบางส่วนเพื่อก่อสร้าง นอกจากนี้มีถนนติวานนท์ ถนนรัตนาธิเบศร์ ที่เป็นไซต์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางซื่อ-บางใหญ่) และถนนจรัญสนิทวงศ์ ถนนเพชรเกษม ถนนเจริญกรุง ที่กำลังก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ และหัวลำโพง-บางแค)

 

รถคันแรกซ้ำเติมสถานการณ์

"ปัญหาวิกฤตจราจรในกรุงทพฯไม่ใช่ปัญหาที่ครอบคลุมบริเวณที่เป็นคอขวดตามจุดต่าง ๆ กว่า 280 จุดอีกต่อไปแล้ว การแก้ปัญหาต้องทยอยแก้ไปทีละจุด

เช่น ยกเลิกป้ายรถเมล์ ปิดจุดกลับรถ เป็นต้น การปิดการจราจรเพื่อสร้างรถไฟฟ้าก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รถติดมากขึ้น ส่วนใหญ่แนวรถไฟฟ้าจะสร้างอยู่บนถนนสายหลักที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของการเดินทาง"

นายจุฬากล่าวต่อว่า สนข.กำลังเป็นกังวลในขณะนี้คือภายในอีก 3 ปีข้างหน้า ปริมาณการจราจรในกรุงเทพฯและปริมณฑลจะหนักหนาสาหัสมากขึ้นไปอีก

ทั้งรถป้ายแดงตามโครงการรถคันแรกของรัฐบาลที่กำลังทยอยออกมาในปี 2556 เป็นต้นไปจนถึงปี 2558

 

ขณะเดียวกันกระทรวงคมนาคมกำลังจะก่อสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่อีกหลายสาย กระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ เช่น สายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) สายสีเขียวเข้ม (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต)

ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ (มักกะสัน-พญาไท-ดอนเมือง) สายสีชมพู (แคราย-ปากเกร็ด-มีนบุรี) สายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) สายสีแดง (ตลิ่งชัน-ศิริราช) เป็นต้น

"โครงการเก่ายังไม่เสร็จ มีโครงการใหม่เข้ามาเพิ่มอีก ยิ่งทำให้ติดหนักเข้าไปใหญ่ แทบจะทุกพื้นที่เลยก็ว่าได้ ทั้งกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ ยังไม่นับรวมโครงการตัดถนนใหม่ของ กทม. กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และทางด่วนสายใหม่จากศรีรัช-วงแหวนรอบนอกตะวันตกของการทางพิเศษฯ ที่มีแผนจะสร้างในปีหน้าอีกต่างหาก"

 

งัดสารพัดแนวทางรับมือ

นายจุฬากล่าวว่า จากการประมวลภาพทั้งหมดนี้ สนข.กำลังหาแนวทางรับมือกับวิกฤตการจราจรในปีหน้า เพราะถ้าไม่เตรียมการแต่เนิ่น ๆ อาจจะรับมือไม่ไหว

โดยปกติแล้วเมื่อมีการก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่จะต้องมีการแนะนำเส้นทางเลี่ยงให้อยู่แล้ว แต่สถานการณ์ก่อสร้างโครงการของรัฐทั้งในปัจจุบันและเตรียมจะตอกเสาเข็มพร้อมกันเร็ว ๆ นี้

คงจะหาเส้นทางเลี่ยงจุดวิกฤตจราจรได้ลำบาก เช่น ถนนพหลโยธิน รถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่) จะสร้างบนเกาะกลางถนน ถ้าจะวางแผนให้ผู้ใช้เส้นทางเลี่ยงไปใช้ถนนวิภาวดีรังสิตคงไม่ได้แล้ว

เพราะปัจจุบันเส้นวิภาวดีฯก็มีปัญหารถติดเช่นกันทั้งในเวลาเร่งด่วนช่วงเช้าและช่วงเย็น

"มีอีกวิธีการหนึ่งที่เป็นไอเดีย เตรียมจะเสนอคณะรัฐมนตรีให้ปรับเวลาทำงานของหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจใหม่ เพราะปัญหาวิกฤตจราจรช่วงเช้าเพราะเวลาทำงานข้าราชการใกล้ ๆ กัน คือช่วงเวลา 8 โมงครึ่งถึง 9 โมง ส่วนช่วงเย็นจะไม่มากนักเพราะคนกลับบ้านช้า หรืออาจจะเสนอห้ามนำรถยนต์มาทำงานและให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะแทน ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า รถเมล์ เรามองไกลไปถึงในระยะยาวอาจจะเก็บภาษีรถทิ่วิ่งเข้ามาในเมืองด้วย"

นายจุฬากล่าวตอนท้ายว่า การแก้จราจรวิกฤตหนัก คนที่ต้องเดินทางอาจจะต้องทำใจ เนื่องจากหลีกเลี่ยงได้ยากจริง ๆ พื้นที่ที่มีปัญหาการจราจรหนาแน่นอยู่แล้ว เมื่อช่องจราจรหายไปฝั่งละ 1 ช่องจราจร เท่ากับหายไป 33.33% ในทางกลับกันจะก่อปัญหาให้รถติดเพิ่มขึ้นอีก 33% เพราะจะต้องบีบจราจรให้แคบลงเพื่อนำผิวจราจรมาใช้เป็นไซต์ก่อสร้างนั่นเอง

 

ภาพรวมโครงการรถไฟฟ้า 10 สาย

โครงการรถคันแรก กับเงินคืน 1 แสนบาท

ธุรกิจ 6 พันล้าน บนเกาะภูเก็ต "ปลาวาฬ อิสสระ"

รวมไอเดียเริ่มต้นทำธุรกิจ