ไอเดียกระฉูด! คมนาคมดันใช้ค่ารถไฟฟ้าลดหย่อนภาษีได้

ไอเดียกระฉูด! คมนาคมดันใช้ค่ารถไฟฟ้าลดหย่อนภาษีได้
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า โครงการรถไฟฟ้าถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาจราจรในเมืองหลวงที่มีราคาสูงมากหากเทียบกับระบบขนส่งรถเมล์จนอาจเป็นภาระของประชาชน 

สนข. มีมาตรการจูงใจให้คนหันมาใช้รถไฟฟ้าเตรียมเสนอให้รัฐบาลพิจารณา โดยกำหนดให้ค่ารถไฟฟ้าสามารถใช้ลดหย่อนภาษีหรือหักภาษีได้ ในกรณีที่เป็นบริษัทเอกชนหากมีค่าเดินทางรายเดือนให้พนักงานนั้นสามารถนำค่ารถไฟฟ้าในส่วนดังกล่าวมาหักภาษีได้ เช่นเดียวกับพนักงานทั่วไปหรือข้าราชการต้องมีสิทธิพิเศษค่ารถไฟฟ้าในทำนองเดียวกัน 

อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวถือว่าเป็นการวิน-วินทุกฝ่าย ทั้งลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน ส่วนรัฐบาลได้แก้ปัญหารถติด ลดจำนวนรถบนถนนและไม่เป็นภาระของภาคเอกชนอีกด้วย และในอนาคตควรคิดโปรโมชั่นส่งเสริมให้คนมาใช้โดยรัฐบาลเป็นคนออกเงินสนับสนุน (Subsidy) เช่น การเปิดให้ทดลองใช้รถไฟฟ้าฟรีในเส้นทางที่เปิดให้บริการในช่วงแรก ตลอดจนการลดราคา 5-10 บาท เพื่อกระตุ้นยอดผู้ใช้ 

นายสราวุธ เชื่อว่า การควบคุมราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ทุกรัฐบาลคิด เช่นเดียวกับรัฐบาลใหม่ในอนาคตที่จะส่งเสริมเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นพรรคใด เพราะถ้าต้องการส่งเสริมให้คนใช้มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน หรือสิทธิพิเศษมาเสนอเพื่อให้ประชาชนเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ทั้งนี้ หากมีมาตรการส่งเสริมดังกล่าวแล้วเชื่อว่าสัดส่วนผู้ใช้รถไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันคิดเป็น 3-4% ของสัดส่วนทั้งหมด หากรถไฟฟ้าเฟส 1 แล้วเสร็จจะเพิ่มเป็น 10% จากนั้นขยายสัดส่วนเป็น 15% เมื่อรถไฟฟ้าเฟส 2 แล้วเสร็จ

ทั้งนี้ ในอนาคตจะมีพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบร่วม หรือ พรบ.ตั๋วร่วม พ.ศ.... และมีเรื่องของกติกาการคิดค่าโดยสารร่วม (Common Fare) ของระบบตั๋วร่วม (บัตรแมงมุม) เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทางของประชาชน 

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวคงไม่ยากเกินไปเนื่องจากทุกวันนี้รัฐบาลเทงบประมาณไปกับการก่อสร้างและซ่อมแซมถนนปีละไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท แต่กลับยังไม่มีงบสนับสนุนระบบขนส่งรถไฟฟ้าเพื่อแก้ปัญหารถติดในกรุงเทพซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในลำดับต้นๆ เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถลดภาระงบประมาณแผ่นดินในส่วนที่ไม่จำเป็นเพื่อมาสนับสนุนเรื่องนี้ได้ 

ทั้งนี้ จากกานศึกษาพบว่า ระบบรถไฟฟ้ามีอัตราค่าใช้จ่ายมากที่สุด คิดเป็นค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2,500 บาท/เดือน รองลงมาคือรถตู้สาธารณะ มีค่าเฉลี่ยที่ 2,100 บาทต่อเดือน ต่อมา คือเรือด่วนคลองแสนแสบ มีค่าเฉลี่ยที่ 1,700 บาทต่อเดือน ส่วนด้านรถเมล์ปรับอากาศอยู่ที่ 1,400 บาทต่อเดือน และรถเมล์ไม่ปรับอากาศ 1,200 บาทต่อเดือน เช่นเดียวกันกับอัตราค่าโดยสารเรือด่วนเจ้าพระยาเฉลี่ยอยู่ที่ 1,200 บาทต่อเดือน