2กองทุนมั่นใจรพ.เวชธานีมีศักยภาพโต ร่วมทุน 200 ล้าน

2กองทุนมั่นใจรพ.เวชธานีมีศักยภาพโต ร่วมทุน 200 ล้าน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
บริษัท เวชธานี จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารกิจการโรงพยาบาลเวชธานีเพิ่มโอกาสเติบโตทางธุรกิจ ออกหุ้น 8 ล้านหุ้น มูลค่า 200 ล้านบาท โดยมี 2 กองทุนยักษ์ใหญ่ ได้แก่ Aureos South-East Asia Fund และ GSB Private Fund เข้าร่วมทุน มั่นใจระบบบริหารงานและผลประกอบการในอนาคตมีแนวโน้มสดใสต่อเนื่อง พร้อมก้าวสู่มาตรฐาน JCI ภายในปลายปีนี้

ดร.ชาคริต ศึกษากิจ กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัท เวชธานี จำกัด (มหาชน) ได้บริหารงานธุรกิจโรงพยาบาล และให้บริการทางด้านการแพทย์เข้าสู่ปีที่ 16 แล้ว มีศูนย์บริการรักษาโรคเฉพาะทาง 20 กว่าศูนย์ มีชื่อเสียงโดดเด่นเป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับถึงความเชี่ยวชาญและคุณภาพในการให้บริการทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติโดยเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ เบาหวาน เทคโนโลยีเพื่อการมีบุตร โรคทางเดินอาหารและตับ เป็นต้น และในปี 2551 ที่ผ่านมา โรงพยาบาลเวชธานีได้เปิดศูนย์เฉพาะทางขึ้นอีก 2 ศูนย์พร้อมกัน ได้แก่ ศูนย์หัวใจ และศูนย์สมองและระบบประสาท สำหรับปีนี้ได้มีการเปิดให้บริการศูนย์ปลูกถ่ายไขกระดูกโดยให้การรักษาแก่ผู้ป่วยชาวต่างชาติ ซึ่งผลการรักษาออกมาเป็นที่น่าพอใจ อีกทั้งได้นำเครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจวินิจฉัยและรักษา รวมถึงมีนโยบายสนับสนุนบุคลากรให้มีการพัฒนาฝีมือทางด้านวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง

เรื่องคุณภาพของระบบการดำเนินงานและการให้บริการนั้น โรงพยาบาลได้ทำการพัฒนาคุณภาพของการรักษาพยาบาลจนได้รับการรับรองมาตรฐานต่างๆ มาเป็นลำดับ ได้แก่ ระบบคุณภาพ ISO จนถึงการรับรองคุณภาพโรงพยาบาล Hospital Accreditation จากสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล(พรพ.) และเป้าหมายสำคัญยิ่งอีกประการหนึ่งคือ การมุ่งสู่มาตรฐาน JCI หรือ Joint Commission International ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จึงเท่ากับเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วย

ดร.ชาคริตกล่าวต่อไปว่า สำหรับการบริหารงานท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ค่อนข้างผันผวน ส่งผลให้ทุกภาคธุรกิจต้องใช้ความรอบคอบในการตัดสินใจเรื่องการลงทุนค่อนข้างสูง แต่ด้วยนโยบายการบริหารเชิงรุกอย่างมีประสิทธิภาพของโรงพยาบาล จึงทำให้สามารถฟันฝ่าอุปสรรคด้านเศรษฐกิจเหล่านั้นมาได้ด้วยดีจนถึงวันนี้ โดยในปีบาลเวชธานีมีรายได้รวมมากกว่า 1,200 ล้านบาท มีสัดส่วนรายได้จากคนไทยร้อยละ 70 และจากลูกค้าต่างประเทศร้อยละ 30 โดยกลุ่มลูกค้าต่างประเทศหลักมาจากกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย รัสเซีย และอัฟริกา ทั้งนี้โรงพยาบาลเวชธานีเริ่มทำตลาดต่างประเทศตั้งแต่ปี 2549 ได้รับผลตอบรับดีมาก โดยเฉพาะ 2 ปีที่ผ่านมานี้ รายได้จากลูกค้าต่างประเทศขยายตัวสูงถึง 160% ต่อปี

จากการบริหารงานดังกล่าว ทำให้บริษัท เวชธานี จำกัด (มหาชน) ได้รับความไว้วางใจจาก Aureos South-East Asia Fund เข้ามาถือหุ้นจำนวน 5,333,333 หุ้น และ GSB Private Fund ที่เข้ามาถือหุ้นจำนวน 2,666,667 หุ้น รวมเป็น 8 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 200 ล้านบาท สำหรับการตัดสินใจเข้าร่วมทุนในครั้งนี้จะส่งผลให้บริษัท เวชธานี จำกัด (มหาชน) มีศักยภาพทางด้านการบริหารงานมากขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องในอนาคต

นายศรีสันต์ จิตรวรนันท์ Partner จาก Aureos South-East Asia Fund หรือ ASEAF เปิดเผยถึงการตัดสินใจร่วมทุนในครั้งนี้ว่า กองทุนฯ มีความยินดีที่ได้เข้าร่วมทุนกับทาง บริษัท เวชธานี จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็นการลงทุนในธุรกิจสุขภาพครั้งแรก เนื่องจากได้ทำการวิเคราะห์

โอกาสเติบโตทางธุรกิจสุขภาพ และเห็นว่าโรงพยาบาลเวชธานีเป็นโรงพยาบาลที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่าการร่วมทุนในครั้งนี้จะมีส่วนช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายการบริหารเช่นนี้ ซึ่งทางโรงพยาบาลเวชธานี เป็นองค์กรที่มีศักยภาพในการบริหารงานที่ดีมาโดยตลอด รวมถึงมีโอกาสเติบโตในอนาคต และคณะผู้บริหารงานรวมถึงบุคลากรทางด้านการแพทย์ของโรงพยาบาลเป็นผู้มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในธุรกิจเป็นอย่างดี

สำหรับกองทุนออรีออส เซาท์ อีสท์ เอเชีย ได้ก่อตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2547 บริหารกองทุนโดย Aureos Capital LLC. ซึ่งเป็นผู้บริหารกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนธุรกิจขนาดเล็กและกลาง ในปัจจุบันบริหารกองทุน 15 กองทุนใน 50 ประเทศ ด้วยขนาดเงินลงทุนทั้งหมด 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ผู้ลงทุนใน ASEAF ประกอบด้วย FMO (Dutch), ADB, CDC (Common Wealth Development Corporation British) และ Norfund (Norway) ASEAF มีขนาดของกองทุนประมาณ 70 ล้านเหรียญสหรัฐ มีการลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ โดยมีการลงทุนในประเทศไทยประมาณ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่ง ASEAF มีนโยบายการลงทุนกับบริษัทที่มีการก่อตั้งมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี และมีผลการดำเนี่ดีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทางโรงพยาบาลเวชธานีเป็นองค์กรที่มีศักยภาพในการบริหารงานที่ดีมาโดยตลอด รวมถึงมีโอกาสเติบโตในอนาคต และคณะผู้บริหารงานรวมถึงบุคลากรทางด้านการแพทย์ของโรงพยาบาลเป็นผู้มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในธุรกิจเป็นอย่างดี กองทุน ASEAF จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการเข้าร่วมทุนในครั้งนี้

ดร.ธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มบริหารการเงิน กล่าวว่า บริษัท เวชธานี จำกัด (มหาชน) เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่มีการบริหารงานได้อย่างดี แม้ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลกเช่นนี้ แต่โรงพยาบาลเวชธานีกลับมีผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างดีว่าคณะผู้บริหารของ บริษัท เวชธานี จำกัด (มหาชน) มีประสบการณ์เชี่ยวชาญด้านการบริหารในธุรกิจนี้อย่างแท้จริง ซึ่งที่ผ่านมาทางธนาคารออมสินได้ลงทุนผ่านกองทุน Aureos ในบริษัท ฮอท พอท จำกัด, บริษัท จัดการรักษาสิ่งแวดล้อม จำกัด ในธุรกิจการบริการติดตั้งเครื่องบำบัดน้ำเสีย, บริษัท ยูโรเทค เอ็นจิเนียริ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในธุรกิจเหล็กโครงสร้างเพื่อการส่งออก และบริษัท มาร์ซัน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจการต่อเรือความเร็วสูง สำหรับการสนับสนุนทางการเงินในครั้งนี้อาจกล่าวได้ว่า ทาง GSB ได้เข้ามาสนับสนุนด้านการเงินในธุรกิจที่เป็นธุรกิจทางด้านสุขภาพเป็นที่แรก และ GSB มั่นใจว่าการสนับสนุนในครั้งนี้ จะสามารถเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมการบริหารงานของโรงพยาบาลเวชธานี ให้เป็นไปได้ด้วยดีต่อไปในอนาคต

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล