“บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ใช้กดเงินสดได้ 3 เดือน

“บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ใช้กดเงินสดได้ 3 เดือน
Thai Quote

สนับสนุนเนื้อหา

นายพุทธิพงษ์  ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ จังหวัดลำปาง มีมติเห็นชอบขยายมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 2 ต่อไปอีก 6 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2562 เพื่อให้การสนับสนุนและส่งเสริมโอกาสในการพัฒนาตนเองของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และก่อให้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพและการมีรายได้ของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะยังคงได้รับการเติมเงินรายเดือนเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท จะได้รับเงิน 200 บาทต่อคนต่อเดือน และผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 – 100,000 บาท จะได้รับเงิน 100 บาท โดยใช้งบประมาณจากเงินกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากเดิม วงเงิน 4,370 ล้านบาท (ประมาณ 728 ล้านบาทต่อเดือน) เพื่อดำเนินการต่อไป

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังเห็นชอบให้ปรับเปลี่ยนการเติมเงินรายเดือนเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเดิมกรมบัญชีกลางจะโอนเงินใส่ลงในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ  เพื่อเป็นวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรมในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ โดยผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ได้รับเดือนละ 300 บาท ส่วนผู้มีรายได้เกิน 30,000 บาท ได้รับ 200 บาทต่อเดือน

พร้อมเปลี่ยนให้สามารถกดเงินสดได้ผ่านตู้ ATM และสาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 กรณี ได้แก่

  1. ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี จะแบ่งเป็นสามารถกดเงินสดได้เดือนละ 200 บาท และอีก 100 บาท สำหรับซื้อสินค้าร้านธงฟ้าประชารัฐ
  2. ผู้มีรายได้เกิน 30,000 บาท จะแบ่งเป็นสามารถกดเงินสดได้เดือนละ 100 บาท และอีก 100 บาทสำหรับซื้อสินค้าร้านธงฟ้าประชารัฐ

ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะดำเนินการระหว่างช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - เมษายน 2562 เพราะในช่วง 3 เดือนนี้ เป็นช่วงต้นปีที่ประชาชนมีการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น นอกเหนือจากสินค้าภายในร้านธงฟ้าประชารัฐ ช่วยลดภาระประชาชน

ทั้งนี้ ผลการติดตามความคืบหน้าการพัฒนาตนเองของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ข้อมูลสิ้นปี 2561 พบว่า ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าร่วมมาตรการฯ 4.1 ล้านราย ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหลุดพ้นจากเส้นความยากจนหรือมีรายได้มากกว่า 30,000 บาทต่อปี จำนวน 1,566,353 ราย แบ่งเป็นมีรายได้มากกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 1,451,237 ราย (ก่อนพัฒนามี 553,626 ราย) และรายได้เกินกว่า 100,000 บาทต่อปี จำนวน 115,116 ราย (ก่อนพัฒนามี 0 ราย) และสำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ผ่านการพัฒนาแล้ว แต่ยังมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 1,012,727 ราย คงเหลือ 1,040,842 ราย (ก่อนพัฒนามี 2,053,569 ราย) หรือคิดเป็นร้อยละ 50

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!