“ประกันสังคม” จ่ายเงินสงเคราะห์บุตร 600 บาทต่อเดือน

“ประกันสังคม” จ่ายเงินสงเคราะห์บุตร 600 บาทต่อเดือน
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ กฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีเงินสงเคราะห์บุตร พ.ศ.2561 อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7  วรรคหนึ่ง  และมาตรา  75 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม  พ.ศ. 2533  มาตรา 75 ตรี  วรรคหนึ่ง  แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม  พ.ศ. 2533 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม  (ฉบับที่ 4)  พ.ศ. 2558 และมาตรา  75 ตรี  วรรคสามแห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม  พ.ศ. 2533  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่  3) พ.ศ.2542  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้  ดังต่อไปนี้ 

ข้อ 1 กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20  ตุลาคม  พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป  เว้นแต่ข้อ 4  ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1  มกราคม  พ.ศ.2561  เป็นต้นไป 

ข้อ 2 ให้ยกเลิก 

(1) กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์  วิธีการ  เงื่อนไข  และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร  พ.ศ. 2549 

(2) กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์  วิธีการ  เงื่อนไข  และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร  (ฉบับที่ 2)  พ.ศ.2554 

ข้อ 3 ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรสำหรับบุตร ซึ่งมีอายุไม่เกินหกปีบริบูรณ์จำนวนคราวละไม่เกินสามคน  ทั้งนี้  ไม่ว่าจะเป็นบุตรที่เกิดก่อนหรือหลังการเป็นผู้ประกันตน 

ข้อ 4 ประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรให้เหมาจ่ายเป็นเงินในอัตราหกร้อยบาทต่อเดือนต่อบุตรหนึ่งคน 

ข้อ 5 การจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรให้แก่ผู้ประกันตนซึ่งมีบุตรเกิดในระหว่างเดือนให้จ่ายเต็มเดือน 

ข้อ 6 ในกรณีที่ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง  หรือกรณีที่บุตรซึ่งได้รับการสงเคราะห์มีอายุหกปีบริบูรณ์  หรือถึงแก่ความตาย  หรือได้จดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น  ให้งดจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรตั้งแต่เดือนถัดจากเดือนที่ความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง  หรือเดือนที่บุตร
มีอายุหกปีบริบูรณ์  หรือถึงแก่ความตาย  หรือได้จดทะเบียนเป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น  แล้วแต่กรณี

ข้อ 7 ในกรณีที่ผู้ประกันตนเป็นผู้ทุพพลภาพหรือถึงแก่ความตายในขณะที่บุตรซึ่งได้รับการสงเคราะห์มีอายุไม่เกินหกปีบริบูรณ์  ให้จ่ายเงินสงเคราะห์บุตรแก่ผู้ประกันตนซึ่งเป็นผู้ทุพพลภาพหรือบุคคลตามมาตรา  75 จัตวา  ต่อไปจนกว่าบุตรซึ่งได้รับการสงเคราะห์อยู่มีอายุหกปีบริบูรณ์ 

ข้อ 8 เพื่อให้การจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรเป็นไปโดยถูกต้อง  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบการมีชีวิตอยู่ของบุตรซึ่งได้รับการสงเคราะห์ตามระเบียบที่เลขาธิการกำหนดในกรณีที่ไม่สามารถตรวจสอบตามวรรคหนึ่งได้  หรือมีเหตุอันควรสงสัยการมีชีวิตอยู่ของบุตรซึ่งได้รับการสงเคราะห์  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน ในกรณีสงเคราะห์บุตรแสดงหลักฐานการมีชีวิตอยู่ของบุตรซึ่งได้รับการสงเคราะห์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หากผู้มีสิทธิดังกล่าวไม่สามารถแสดงหลักฐานการมีชีวิตอยู่ของบุตรภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง  พนักงานเจ้าหน้าที่มีสิทธิระงับการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรไว้ก่อนได้ 

ข้อ 9 ผู้ใดมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์  วิธีการ  เงื่อนไข  และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร พ.ศ. 2549  ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์  วิธีการ  เงื่อนไข  และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร  (ฉบับที่ 2)  พ.ศ.2554  และยังคงมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรตามกฎกระทรวงนี้  ให้ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรตามหลักเกณฑ์  วิธีการ  เงื่อนไข  และอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้นับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

>> “ประกันสังคม” แจงกรณีผู้ประกันตนได้เงินสงเคราะห์บุตรไม่ครบ

0001(2)

 

0002(1)

0003(1)

 

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!