นักเขียนคาด “ช้อปช่วยชาติ” กระตุ้นยอดขายหนังสือได้ เร่งอัดส่วนลดรับหนังสือคลอดใหม่

นักเขียนคาด “ช้อปช่วยชาติ” กระตุ้นยอดขายหนังสือได้ เร่งอัดส่วนลดรับหนังสือคลอดใหม่
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

นายดำรงค์ พิณคุณ นักเขียนหนังสือแนวธุรกิจ ที่เพิ่งออกหนังสือ GeniusX Business Intelligence  ระบุว่า มาตรการช้อปช่วยชาติ 2561 ในช่วงระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2561 -  16 มกราคม 2562 คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้ โดยจะมีการออกโปรโมชั่นลดราคามากกว่า 20% ตลอด 1 เดือนเต็ม เบื้องต้นได้จัดพิมพ์หนังสือ GeniusX Business intelligence จำนวน 3,000 เล่ม จำหน่ายแล้วเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ผ่านค่ายหนังสือในเครืออมรินทร์ 1,000 เล่ม ส่วนที่เหลือจะตามมาหลังปี 2562 และจะกระจายไปอีกที่ร้าน SE-ED รวมถึง B2S ด้วย อีกทั้งยังมีแผนที่จะจัดพิมพ์หนังสือเพิ่มอีก 20,000 เล่มหลังจากหนังสือล็อตแรกจำหน่ายหมด

8685

นายดำรงค์ กล่าวว่า หนังสือ GeniusX เป็นหนังสือเกี่ยวกับการแบ่งประเภทคนตามหลักของวิทยาศาสตร์สมอง เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตนเองก่อนที่จะนำความถนัดและวิธีคิดที่เหมาะกับตัวเองมาต่อยอดในการบริหาร ในกระบวนการคิดรวมถึงความสำเร็จและความก้าวหน้าทางธุรกิจ โดยมีขั้นตอนทั้งหมด 4 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนแรก คือการสร้าง Awareness หรือสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะทุกวันนี้มีแบรนด์เกิดขึ้นมาใหม่เป็นแสน ๆ ล้าน ๆ แบรนด์ เราจึงต้องให้ความสำคัญ เพื่อที่จะให้แบรนด์เราเข้าไปอยู่ในการรับรู้ของผู้บริโภค และต้องทำให้ผู้บริโภคจดจำเราให้ได้

ขั้นที่สอง คือ Research หรือการให้ความสำคัญกับการค้นหาข้อมูลของลูกค้า เป็นขั้นที่มีความสำคัญรองลงมา เพราะปัจจุบันถือเป็นยุคที่ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เราจำเป็นต้องมีข้อมูลรองรับการค้นหาของผู้บริโภค เช่น การทำ SEO รวมไปถึงการซื้อโฆษณาบนหน้าของ google ซึ่งขั้นนี้มีส่วนช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าหรือแบรนด์ของเราอีกด้วย

ขั้นที่สาม Purchase หรือขั้นตอนการซื้อขาย ซึ่งในขั้นนี้เป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นหลังจากผู้บริโภครับรู้ถึงการมีอยู่ของแบรนด์เรา สินค้าเรา และทำการสืบค้นข้อมูลเป็นที่เรียบแล้ว เราจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับตัวสินค้าและช่องทางการซื้อขายที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้อย่างหลากหลาย เช่น Facebook, Website, Google 

ขั้นสุดท้าย คือ Share  หรือการส่งต่อข้อมูล เปรียบเสมือนการสื่อสารแบบปากต่อปาก แต่การแชร์นั้นทรงอิทธิพลมากกว่านั้นเสียอีก เพราะเพียงผู้บริโภคแชร์ 1 ครั้ง จะมีเพื่อนหรือคนอื่น ๆ เห็นเพิ่มอีกหลายร้อยคน เพราะฉะนั้นเราต้องทำอย่างไรก็ได้ให้เกิดการบอกต่อแบรนด์เราไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากตัวคอนเทนต์ที่ดี จากผลิตภัณฑ์ที่ดี บริการที่น่าประทับใจ เมื่อผู้บริโภคแชร์คุณค่าดี ๆ ที่เราสร้างไว้ ก็จะทำให้คนที่ไม่รู้จักได้เห็นสินค้าเราหรือแบรนด์เรามากขึ้น เกิดเป็น awareness จากนั้นก็ไปทำการ Research ข้อมูล และทำการ Purchase และเกิดการ Share ขึ้นใหม่ วนกันไปแบบนี้ จะขาดขึ้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งไปไม่ได้

8688

โดยนอกจาก 4 ขั้นตอนนี้แล้ว  ผมยังให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การใช้และเข้าใจสมองอีก 3 ขั้น ได้แก่ 

ขั้นที่ 1 เราต้องรู้ตนเองและผู้อื่น จากวิชา GeniusX เราจำเป็นต้องเข้าใจว่าตัวเรามีพฤติกรรมอย่างไร มีความถนัดในการใช้สมองส่วนใด เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของตัวเองออกมาใช้งาน อีกทั้งยังช่วยให้เราเข้าใจระบบความคิด และพฤติกรรมของคนรอบข้างที่เราต้องมีปฏิสัมพันธ์ด้วย

ขั้นที่ 2 เราต้องรู้จักพัฒนาศักยภาพสมองของตนเอง จากวิชา Neuro Genius หลังจากที่เราที่รู้และเข้าใจว่าตนเองมีระบบความคิดอย่างไร ส่งผลให้มีพฤติกรรมอย่างไรแล้ว เราจะรู้ว่าเราใช้สมองส่วนใหญ่ไปกับสิ่งใด แต่วิชา Neuro Genius เป็นวิชาที่จะช่วยให้คุณพัฒนาในสิ่งที่คุณไม่ถนัดเพื่อลดช่องว่างของจุดอ่อนในตัวเอง ส่งให้สมองของเราพัฒนาศักยภาพของตัวเองให้ได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยดึงประสิทธิภาพสูงสุดจากสิ่งที่เราถนัดมาใช้ได้อีกด้วย 

ขั้นที่ 3 เราต้องรุูจักกลยุทธ์การตลาดที่จะส่งตรงไปยังสมองของลูกค้า จากวิชา NeuroMarketing  ซึ่งเป็นวิชาที่ทำให้เราสามารถพุ่งตรงไปยังสมองของผู้บริโภคได้ โดยในขั้นนี้เป็นขั้นที่เราต้องเรียนรู้หลักการทำงานของระบบความคิด สมอง และพฤติกรรมของผู้บริโภค เพราะในปัจจุบันนี้ผู้บริโภคมีตัวเลือกเพิ่มมากขึ้น สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น นั่นจึงทำให้พวกเขาไม่ได้จดจ่อกับบางสิ่งบางอย่างมากนัก ดังนั้นเราต้องใช้เวลา 3 วินาทีเพื่อกุมหัวใจผู้บริโภคมาให้ได้ ก่อนที่พวกเขาจะเลื่อนจอโทรศัพท์หนีไป โดย NeuroMarketing เป็นวิชาที่ศึกษาสมอง วิธีคิด พฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อนำความรู้เหล่านั้นมาใช้ในการตลาด หรือเป็นวิชาที่ผสานระหว่างวิทยาศาสตร์และการตลาดเข้าด้วยกัน 

โดยสรุปได้ว่า เคล็ดลับในการทำธุรกิจแบบ อ.ดำรงค์ นั้นประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอนในการสร้างแบรนด์และขายสินค้า ได้แก่ 1) Awareness 2) Research 3) Purchase และ 4) Share อีกทั้งยังต้องมีกลยุทธ์ในการเข้าใจสมองของตนเองและของผู้บริโภคด้วย วิชา GeniusX วิชา NeuroGenuis และวิชา NeuroMarketing นั่นเอง 

สำหรับกลุ่มเป้าหมายของหนังสือ GeniusX Business Intelligence เป็นวัย 24 ปีขึ้นไป ส่วนแนวโน้มการอ่านของคนไทยในปัจจุบัน อ้างอิงจากภาพรวมงานมหากรรมหนังสื 3-5 ปีย้อนหลัง ปริมาณคนเข้างานเฉลี่ยครั้งละ 1.8 ล้านคน สร้างเม็ดเงินได้ราวครั้งละ 800-900 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าตลาดหนังสือ E-Book ในไทยอยู่ที่ราว 3,000 ล้านบาท ได้รับการคาดการณ์ว่าในปี 2565 มูลค่าตลาดหนังสือออนไลน์จะสูงราว 5,500 ล้านบาท และสัดส่วนหนังสือ E-Book จากเดิมอยู่ที่ราว 7% เพิ่มขึ้นเป็น 14% ด้วย

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!