กิตติรัตน์สั่งศึกษาแก้ไขพรบ.กองทุนการออมฯ

กิตติรัตน์สั่งศึกษาแก้ไขพรบ.กองทุนการออมฯ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ โดยเปิดเผยว่า ที่ประชุมรับทราบผลการเบิกจ่ายงบประมาณ ประจำปี 2555 ซึ่งล่าสุด มีงบการลงทุนเบิกจ่ายไปแล้วกว่าร้อยละ 60 ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยทั้งปีจะต้องมีผลการเบิกจ่ายอยู่ที่ร้อยละ 73 แต่ยังคงมีความเป็นห่วงเกี่ยวกับความคืบหน้าในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างในบางโครงการ ที่ยังคงมีความล่าช้าดังนั้นจึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลับไปเร่งดำเนินการกระบวนการให้แล้วเสร็จ ภายในสิ้นเดือนนี้ ทั้งนี้ หากหน่วยงานใดพิจารณาแล้วเห็นว่า โครงการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อขอจัดสรรงบประมาณได้ ก็ให้ไปรวบรวมรายละเอียดของโครงการดังกล่าวก่อนเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้งภายในวันที่ 24 ส.ค.นี้ เพื่อกลั่นกรองว่าโครงการดังกล่าว ยังสามารถขอใช้งบประมาณได้หรือไม่ขณะที่ล่าสุดได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ไปศึกษาความเหมาะสมเกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ ใหม่ หลังเห็นว่าต้องปรับเปลี่ยนเงื่อนไขบางประการ และสาระสำคัญของ พ.ร.บ.ดังกล่าว ให้มีประโยชน์กับผู้ออมมากขึ้น โดยเฉพาะเงื่อนไขที่กำหนดว่า กรณีที่สมาชิกอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ให้มีสิทธิ์ได้รับเงินบำนาญจากเงินสะสมและเงินสมทบนั้น อาจทำให้ผู้ออมไม่มีทางเลือก หากมีความต้องการขอเป็นเงินบำเหน็จแทน นอกจากนี้ ในเรื่องของการบริหารผลประโยชน์ของกองทุนนั้น คงต้องทบทวนเช่นกัน เพราะการจะเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอาจไม่มีความเหมาะสม และอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ออมได้ อย่างไรก็ตามคาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องดังกล่าว ในเร็วๆ นี้