ดัชนีดาวโจนส์ปิดขยับขึ้น7.04จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (8 ส.ค.) ขยับขึ้น 7.04 จุด หรือ 0.05% ปิดที่ 13,175.64, ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.87 จุด หรือ 0.06% ปิดที่ 1,402.22 จุด และดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 4.61 จุด หรือ 0.15% ปิดที่ 3,011.25 จุด  เพราะได้แรงหนุนหลังจากฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือที่ AAA ของเยอรมนี ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจในยุโรป นอกจากนี้ ตลาดยังคงได้รับปัจจัยบวกจากความคาดหวังที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ   ฟิทช์ เรทติงส์ ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศและในประเทศ (IDR) ของเยอรมนีที่ระดับ AAA โดยแนวโน้มมีเสถียรภาพ โดยระบุว่า \"การคงอันดับในครั้งนี้สะท้อนถึงเครดิตและเศรษฐกิจของเยอรมนีที่แข็งแกร่งมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ แม้เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวอย่างเชื่องช้าขณะที่วิกฤตหนี้ยูโรโซนก็ทวีความรุนแรงขึ้น แต่จีดีพีของเยอรมนีก็ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งและอัตราว่างงานก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างก่อนหน้านี้\"   นอกจากนี้ ตลาดได้รับแรงหนุนหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ประสิทธิภาพการผลิต (ผลผลิตต่อชั่วโมงของแรงงาน) ขยายตัว 1.6% ต่อปีในไตรมาส 2 ของปีนี้ ขณะที่ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยเพิ่มขึ้น 1.7% ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจโดยรวมฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าคาดการณ์ โดยนักวิเคราะห์บางส่วนคาดการณ์ว่าประสิทธิภาพการผลิตจะขยายตัวเพียง 1.3% และต้นทนุแรงงานต่อหน่วยจะเพิ่มขึ้น 0.6% ในช่วงดังกล่าว   ขณะเดียวกัน ตลาดยังคงได้รับแรงบวกหลังจากนายมาริโอ ดรากิ ประธานอีซีบีได้ส่งสัญญาณว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องยูโรโซน และความคาดหวังที่ว่าเฟดจะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ   ดัชนี S&P 500 ปิดที่เหนือระดับ 1,4000 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค. ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่เหนือระดับ 3,000 จุด อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างความคิดเห็นของนักวิเคราะห์หลายคนว่า ตลาดหุ้นนิวยอร์กกำลังอยู่ในภาวะมีแรงซื้อเข้ามามากเกินไป   ขณะที่ นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในวันนี้ โดยในเวลา 19.30 น. กระทรวงแรงงานจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ และเวลา 21.00 น. กระทรวงพาณิชย์จะสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนมิ.ย.