ตลท. เผย สิ้นก.ค.ดัชนีปิด1,199.30 จุด เพิ่มขึ้น 17%

ตลท. เผย สิ้นก.ค.ดัชนีปิด1,199.30 จุด เพิ่มขึ้น 17%
นายวิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์เดือนกรกฎาคม 2555 พบว่า ตลาดทุนไทย และตลาดทุนทั่วโลก มีทิศทางทรงตัวจากเดือนก่อน โดยนักลงทุนมีความกังวลจากปัญหาหนี้แห่งยุโรป โดยเฉพาะกรีซ กับสเปน ตัวเลขเศรษฐกิจจีน ที่ชะลอตัวลง การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ยังขาดความชัดเจน ส่งผลให้ IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปีนี้เหลือร้อยละ 3.5 แต่ตลาดทุนไทย ยังคงได้รับปัจจัยบวกจากกลุ่มประกอบการในไตรมาสที่ 2 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่เติบโตดี และกลุ่มปิโตรเคมี ทิศทางดีขึ้น ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมือง คลี่คลายลง ส่งผลให้สิ้นเดือนกรกฎาคม ดัชนีปิดที่ 1,199.30 จุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.97 จากสิ้นปีที่ผ่านมา สูงสุดเป็นอันดับ 3 ในภูมิภาครองจากเวียดนาม และฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ ในช่วง 7 เดือนแรกของปี มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน ของตลาดหลักทัพย์ และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ อยู่ที่ 29,924.33 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 4.53 โดยนักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิรวม 64,621 ล้านบาท ตลท. ชี้ ครึ่งปีหลัง หุ้นผันผวน เงินไหลเข้า - ออกเร็วนายวิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า แนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งปีหลัง จะไม่แตกต่างจากช่วงครึ่งปีแรก โดยตลาด ยังเผชิญกับความผันผวนของตลาดการเงินโลก ทำให้สภาพคล่องมีกำไรเข้า - ออกได้อย่างรวดเร็ว ตามสถานการณ์เศรษฐกิจในยุโรป และสหรัฐอเมริกา ที่ยังต้องติดตามความคืบหน้ามาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระยะต่อไป แต่สภาพคล่องส่วนเกินของโลกที่ยังมีสูง ยังเป็นอานิสงส์ต่อตลาดหุ้นเกิดใหม่ รวมไปถึง ตลาดหุ้นไทย ที่พื้นฐานเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง และผลประกอบการบริษัทจะทะเบียนยังเติบโต และอัตราดอกเบี้ยในภูมิภาคเอเชีย ที่มีความแตกต่างจากยุโรป และสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม การปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลปีนี้ เหลือร้อยละ 23 และปีหน้าเหลือร้อยละ 20 ยังเป็นปัจจัยช่วยป้องกันไม่ให้บริษัทจดทะเบียน ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกประเทศ โดยมองว่า การลงทุนในระยะยาว ยังคงได้ผลตอบแทนที่ดี ขณะที่การลงทุนระยะสั้น อาจไม่ได้รับผลตอบแทนสูงตามที่คาดหวัง