เปิดพิพิธภัณฑ์บุราณศิลป์ของสะสม 1,000 ล้าน เขย่าวงการนักสะสมในเมืองไทย

เปิดพิพิธภัณฑ์บุราณศิลป์ของสะสม 1,000 ล้าน เขย่าวงการนักสะสมในเมืองไทย
S! Money (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

ลวดลายดอกเดซี่ที่มีกลีบดอกสีขาวอยู่บนถ้วยชาและจานรองชุดน้ำชานี้ เป็นเครื่องกระเบื้องเคลือบแบบฝรั่งที่เผาในอุณหภูมิสูงและเขียนสีและลายน้ำทอง ด้านบนถ้วยมีจุกทรงวงแหวนเขียนขอบสีทอง ภายในวงแหวนเขียนรูปจักรและรูปตรี สัญลักษณ์ของราชวงศ์จักรี ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรียกเครื่องถ้วยชุดนี้ว่า “เครื่องถ้วยจักรี”  ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงสั่งทำชุดถ้วยชาเหล่านี้จากโรงงานกระเบื้องแซร์ฟ ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยแรกเริ่มพระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้เป็นชุดของเล่นเจ้าฟ้า และต่อมาทรงพระราชทานเป็นของมงคลที่ระลึกในงานออกพระเมรุ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าศิริราชกกุธภัณฑ์ พระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ และเหล่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มาร่วมงานออกพระเมรุมาศท้องสนามหลวง ซึ่งถ้วยชาที่พระองค์ทรงสั่งทำเหล่านี้ ยังไม่เคยผ่านการใช้งานเลย นับเป็นของสะสมที่ทรงคุณค่าและเป็นที่ต้องการของเหล่านักสะสมตลอดเวลา

ถือเป็นไฮไลท์ในงาน On More Time, The One & Only By SUSIE ที่ “ซูซี่ หทัยเทพ ธีระธาดา” หรือที่หลายคนรู้เรียกกันว่า ไฮโซซูซี่ ผู้คว่ำหวอดในวงการของสะสม จัดขึ้นที่ศูนย์การค้าเพนนินซูล่าพลาซ่า เพื่อเป็นการเขย่าวงการของสะสมให้กลับมาสดใสอีกครั้ง

antique13

คุณซูซี่ หทัยเทพ ธีระธาดา CEO ร้าน One More Time และร้าน One and Only เล่าว่าของ Antique ที่อยู่ภายในร้านเหล่านี้เกิดจากความชื่นชอบโดยส่วนตัว ซึ่งของส่วนใหญ่ล้วนมีเสน่ห์และมีคาแรคเตอร์ในตัวมันเอง และเมื่อเวลาผ่านไปของ Antique เหล่านี้จะมีมูลค่าสูงขึ้นตามอายุของมัน จึงอยากแชร์ของสะสมเหล่านี้ให้กับนักสะสม หรือผู้ที่สนใจได้ครอบครอง

คุณซูซี่ กล่าวว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาซื้อของสะสมภายในของร้าน One More Time จะเป็นคนไทยที่มีภูมิความรู้เรื่องของสะสมเป็นหลัก อีกทั้งมั่นใจว่าของลูกค้าที่ซื้อของไปจะไม่ผิดหวัง เพราะสินค้าภายในร้านส่วนใหญ่ถือว่าเป็นชิ้นที่หาได้ยากและถือว่ามีไม่กี่ชิ้นในโลกเท่านั้น และถือว่าเป็นร้านที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนในเมืองไทยเลยก็ว่าได้

นอกจากนี้ คุณซูซี่มองว่า ธุรกิจ Antique ขณะนี้คนให้ความสนใจและชื่นชอบของสะสมกันมากขึ้น เนื่องจากยิ่งเก่ามีอายุคุณค่าและราคาก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ของใหม่ก็เกิดขึ้นมาเรื่อยๆและมีการเปลี่ยนสไตล์อยู่ตลอดเวลา

ด้านนายสมศักดิ์ ทองอิน นายกสมาคมเผยแพร่และส่งเสริมศิลปวัตถุ กล่าวว่า ปัจจุบันของสะสมส่วนใหญ่ที่ตลาดต้องการคือของสะสมในสมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากพระองค์ทรงสั่งทำของสะสมต่างๆ มากที่สุด ที่สำคัญของเหล่านี้ถือเป็นของแท้ โดยสังเกตจากพื้นผิวที่แห้งลงตามช่วงเวลา ประกอบการลวดลวายที่อ่อนช้อย และมีชีวิตชีวา เนื่องจากคนสมัยก่อนใช้เวลาในการทำค่อนข้างปราณีต

นอกจากนี้ กลุ่มนักสะสมส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใหญ่ และมีฐานะ เพราะของสะสมมีราคาที่สูงขึ้นต่อเนื่องแม้จะมีน้อยชิ้น แต่ผู้เล่นกลับมีเยอะขึ้น จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้มูลค่าของสะสมสูงขึ้นตามไปด้วย

นายสมศักดิ์ ได้ยกตัวอย่าง ชุดจักรีถ้วยสี่, ชุดจักรีชีโบ, ชุดเจ้าฟ้า (เป็นชุดเล็กพิเศษ) และชุดของเล่นเจ้าฟ้า (ทำด้วยทองคำแท้) ซึ่งมีทั้งหมด 7 สี ได้แก่ สีขาว ดำ ชมพู แดง เขียว เหลือง น้ำเงิน ส่วนสีพิเศษหายาก ไม่รวมอยู่ในเจ็ดสี คือ สีทอง และสีเงิน ว่า เมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา ชุดจักรีถ้วยสี่มีมูลค่า 300,000 บาท ปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ราว 2,000,000 ล้านบาท ขณะที่ ชุดจักรีชีโบ ไม่มีกาน้ำชา แต่ใช้ถ้วยเป็นกาแทน หายากกว่าเดิมราคาไม่เกิน 500,000-600,000 บาท ปัจจุบันมูลค่า 4,000,000 ล้านบาท

ปัจจุบันทางสมาคมฯมีการเปิดประมูลของ Antique 6 ครั้งใน 1 ปี จากเมื่อก่อนจะประมูล 12 ครั้งใน 1 ปี โดยสาเหตุที่ลดจำนวนการประมูล เนื่องจากของสะสมมีจำนวนเพิ่มขึ้น และต้องใช้เวลาคัดกรองค่อนข้างนาน โดยการประมูลต่อครั้งจะอยู่ที่ราว 10-20 ล้านบาท โดยของที่ประมูลมีตั้งแต่ชิ้นเล็กไปจนถึงชิ้นใหญ่ ส่วนราคาก็มีตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักล้านบาท

อย่างไรก็ตาม มูลค่าตลาด Antique มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามช่วงเวลาของสะสมนั้นอีกด้วย

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!