ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 211.88 จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (26 ก.ค.) ทะยานขึ้น 211.88 จุด หรือ 1.67% ปิดที่ 12,887.93 จุด ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้น 22.13 จุด หรือ 1.65% ปิดที่ 1,360.02 จุด และดัชนี Nasdaq ดีดขึ้น 39.01 จุด หรือ 1.37% ปิดที่ 2,893.25 จุด หลังจากนายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า อีซีบีจะดำเนินการทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของสกุลเงินยูโร นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่ปรับตัวลดลง และยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่พุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนมิ.ย.   นายดรากิได้ออกมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดว่า อีซีบีจะดำเนินการทุกอย่างเพื่อความอยู่รอดของยูโรโซนและสกุลเงินยูโร ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณว่าอีซีบีอาจะเข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตร หลังจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของสเปนและอิตาลีได้ส่งผลกระทบต่อประเทศต่างๆในกลุ่มยูโรโซน   การปกป้องสกุลเงินยูโรถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบของอีซีบี และอีซีบีจะดำเนินการทุกวิถีทางที่จะปกป้องยูโรโซนและสกุลเงินยูโรให้อยู่รอดปลอดภัย พร้อมกับกล่าวว่าตลาดการเงินกำลังประเมินความคืบหน้าในการแก้ไขวิกฤตการณ์ในยูโรโซนต่ำเกินไป และสกุลเงินยูโรก็แข็งแกร่งมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิด ดังนั้นเขาจึงขอให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นในความสามารถของอีซีบี   นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 21 ก.ค. ลดลง 35,000 ราย มาอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีที่ 353,000 ราย ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.6% ในเดือนมิถุนายน หรือพุ่งขึ้น 3.4 พันล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 2.216 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน และมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.6%   นักลงทุนจับตาดูผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ของสหรัฐ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยในวันนี้เวลา 19.30 น.ตามเวลาไทย โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจีดีพีจะขยาตัวราว 1.4% หลังจากที่ขยายตัว 1.9% ในไตรมาสแรก ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ช้าที่สุดในรอบ 1 ปี เนื่องจากตลาดแรงงานอ่อนแอลง ซึ่งส่งผลให้ชาวอเมริกันลดการใช้จ่ายด้วย