“เลือดข้นคนจาง” ซ่อน “ภาษี” อะไรบ้างก่อนที่ประเสริฐจะถูกฆ่าตาย

“เลือดข้นคนจาง” ซ่อน “ภาษี” อะไรบ้างก่อนที่ประเสริฐจะถูกฆ่าตาย
AomMoney

สนับสนุนเนื้อหา

แม้ว่าละครเลือดข้นคนจาง จะเดินมาถึงจุดที่ทุกคนตั้งคำถามว่า “ใครฆ่าประเสริฐ” นั้น แต่ก่อนที่จะไปหาว่าใครเป็นคนร้าย เรามาดูกันว่าละครเรื่องนี้มีประเด็นภาษีซ่อนอยู่ด้วย ไปดูพร้อมๆกันเลย

tax1

1.กรณีประเสริฐให้เงินช่วยเหลือแต่งงาน หากเป็นเงินของบริษัท สิ่งที่ต้องระวังคือ จะเป็นรายจ่ายต้องห้าม เป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีไม่ได้ โดยกรณีนี้ถ้าจะเป็นรายจ่ายทางภาษีของบริษัทได้ ต้องมีระเบียบปฏิบัติของบริษัทชัดเจน และจำนวนเงินไม่สูงจนเกินไป ส่วนคนที่ได้รับ ถือว่าเป็นเงินได้โดยเสน่หา ไม่ต้องเอามาเสียภาษี

ซึ่งเนื้อหาในเรื่องนี้ เป็นเงินช่วยเหลือแต่งงานของลูกพนักงาน ไม่ใช่พนักงานโดยตรง อาจจะถูกตีความว่าเป็นรายจ่ายต้องห้ามได้

tax2

2.ประเสริฐหย่ากับคริสมาแล้ว 24 ปี มีลูกชื่อพีทอายุ 23 ปี กรณีที่เด็กเกิดภายใน 310 วัน หลังจากวันหย่า กฎหมายให้สันนิษฐานว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามี ตามปพพ มาตรา 1536 วรรคหนึ่ง ดังนั้นประเสริฐและคริสสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบุตรตามกฎหมายได้ทั้งคู่

tax3

3.ประเสริฐได้รับหุ้นของบริษัท 25% มูลค่า 750 ล้านบาท เงินก้อนนี้เป็นเงินมรดกที่เกิน 100 ล้านบาท ต้องเสียภาษีมรดกจำนวน 32.5 ล้านบาท โดยคิดจาก 5% ของส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท (5% ของ 650 ล้านบาท)

tax4

4.กรณีพีทเองก็ไม่ต่างอะไรจากประเสริฐเมื่อได้รับหุ้นของบริษัท 25% มูลค่า 750 ล้านบาท เงินก้อนนี้ถือเป็นมรดกที่เกิน 100 ล้านบาท ต้องเสียภาษีมรดกจำนวน 32.5 ล้านบาท คิดจาก 5% ของส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท

tax5

5.นิภาเป็นภรรยาไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากประเสริฐให้เงินหรือทรัพย์สินต่างๆเกินกว่าปีละ 10 ล้านบาท อาจจะต้องเสียภาษีจากการรับให้ในอัตรา 5% ของส่วนที่เกิน 10 ล้านบาท

tax6

6.กรณีของนิภา และฉีในตอนแรกที่ยังไม่ใช่คู่สมรสและบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ประเสริฐไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้

tax7

7.หลังจดทะเบียนสมรสแล้ว ประเสริฐได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีนิภาในฐานะคู่สมรส (เข้าใจว่านิภาไม่น่าจะมีรายได้) จำนวน 60,000 บาท และฉีจำนวน 30,000 บาทต่อปี

tax8

8.กรณีของพีท แม้ว่าพ่อแม่จะหย่ากัน แต่ก็ยังถือเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายอยู่ ทำให้ตอนนี้ประเสริฐมีบุตรชอบด้วยกฎหมายเป็น 2 คน คือ พีทและฉี

tax9

9.แม้ประเสริฐจะตายไปแล้ว แต่ปีที่ผ่านมายังมีรายได้อยู่ ประเสริฐต้องเสียภาษีอยู่ดีในฐานะผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปีภาษี ส่วนทรัพย์สินของประเสริฐนั้น ถ้าตกเป็นของลูกคนไหน ก็ต้องดูต่อว่ามีอะไรบ้าง และมีเกิน 100 ล้านบาทหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องเสียภาษีมรดกอีกทีด้วย เว้นแต่ว่าประเสริฐจะยกให้นิภาหมด ถึงจะได้สิทธิยกเว้นภาษีมรดก

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!