IMF-ADBมองศก.ไทยขยายตัวได้ดีหนี้EUไม่กระทบภูมิภาค

IMF-ADBมองศก.ไทยขยายตัวได้ดีหนี้EUไม่กระทบภูมิภาค
นางคริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวในงานประชุมหารือระหว่างธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย หรือ ADB และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ว่า ในขณะนี้มีความกังวลใน 2 ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ประกอบด้วย ปัญหาเพดานหนี้ของสหรัฐฯ และการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งหลังการเลือกตั้งครั้งต่อไปนั้น อาจทำให้สหรัฐฯ ต้องมีการปรับลดงบประมาณลง ร้อยละ 4 ของ GDP ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่สูงมาก ส่วนปัจจัยที่ 2 คือ ปัญหาหนี้ในสหภาพยุโรป ที่มีการสะสมมายาวนาน และหากไม่มีมาตรการในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น ก็อาจทำให้ปัญหาเศรษฐกิจต่างๆ ตามมาได้ ส่วนภาวะเศรษบกิจในภูมิภาคเอเชียนั้น มองว่า มีหลายประเทศเป็นภูมิภาคนี้ ที่เศรษฐกิจมีการเจริญเติบโตไปได้ด้วยดี และเชื่อว่าในภาพยังคงมีความเข้มแข็งพอ ที่จะรับมือกับปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นได้  IMF มองเศรษฐกิจเอเชียโตได้ ปัญหายุโรปกระทบบางปท.นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวภายหลังการประชุมหารือระหว่างธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ว่า ที่ประชุมได้เล็งเห็นความเสี่ยงที่จะมีต่อระบบเศรษฐกิจ  ซึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจในยุโรป แต่เชื่อมั่นว่า พื้นฐานทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียมีความแตกต่างจากสหภาพยุโรป โดย IMF มองว่า เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียมีโอกาสที่จะเติบโตได้ตามศักยภาพของแต่ละประเทศ และยอมรับว่า ปัญหาของยุโรปจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในบางประเทศเท่านั้น และได้มีการเตรียมการรับมือกับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นแล้ว โดยได้ประสานงานร่วมกับกลุ่ม G20 และประเทศสมาชิกต่างๆ ให้เตรียมความพร้อมตามความเหมาะสม กิตติรัตน์เชื่อสหรัฐออกQE3กระตุ้นเศรษฐกิจนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานประชุม Thailand ADB-IMF Conference ว่า การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโลกเชื่อว่าสหรัฐยังคงเดินหน้าออกมาตรการอัดฉีดเงินออกสู่ระบบ ผ่าน QE3 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และการออกมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูงของยุโรป ขณะที่กลุ่มอาเซียนได้เพิ่มขนาดกองทุนริเริ่มเชียงใหม่เป็น 2.4 แสนล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกแล้ว อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงวางเป้าเดินหน้าการลงทุนในส่วนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ วงเงินกว่า 2.27 ล้านล้านบาท เพื่อให้พื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศมีความเข้มแข็ง พร้อมทั้งเดินหน้าปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ร้อยละ 20 ที่หลังจากขณะนี้ปรับลดลงเหลือร้อยละ 23 เพื่อจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น และการลงทุนดังกล่าวนั้นก็เพื่อเป็นการรองรับวิกฤติเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย