ส่องธุรกิจทายาทตระกูล “อรรถสกุลชัย” ในวันที่ซูเปอร์คาร์ถูกชน

ส่องธุรกิจทายาทตระกูล “อรรถสกุลชัย” ในวันที่ซูเปอร์คาร์ถูกชน

นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เจ-จักษวัชร์ อรรถสกุลชัย เจ้าของรถซูเปอร์คาร์ ที่ถูกรถกระบะพุ่งชนท้ายเข้าอย่างจังแต่เจ้าตัวกลับไม่เอาเรื่องคู่กรณี แถมได้กล่าวทิ้งท้ายประโยคสั้นๆ ที่ฟังแล้วรู้สึกว่าเท่มาก

“โชคดีที่พี่มาชนรถผม ถ้าเป็นคนอื่นเขาอาจเรียกร้องมากกว่านี้” และปล่อยให้บริษัทประกันภัยเป็นผู้ดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อไป

>> รู้ตัวแล้ว "ไฮโซ" เจ้าของซูเปอร์คาร์โดนชนแต่ไม่เอาเรื่อง ใจดีและรวยมาก

หลายคนอาจทราบกันมาแล้วว่า เจ-จักษวัชร์ อรรถสกุลชัย เป็นทายาทบริษัทนมเปรี้ยวชื่อดังอย่าง บีทาเก้น ที่รวยระดับพันล้าน และยังเป็นผู้บริหาร Instawash แอปพลิเคชั่นล้างรถจากประเทศเกาหลีอีกด้วย

เรามาดูกันว่าธุรกิจ 2 บริษัทนี้จะเติบโตแค่ไหนและมีรายได้เท่าไหร่ ซึ่ง Sanook! Money ได้รวบรวมข้อมูลดีๆ มาฝากกัน

บริษัท บีทาเก้น จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2550 โดยมีนายธนเดช อรรถสกุลชัย, นายสมบัติ อรรถสกุลชัย, นายสมยศ อรรถสกุลชัย, นายสมเจตต์ อรรถสกุลชัย, นายกีเลน คอแนลิส โจเซฟัส มาเรีย, นายทอม คอแนลิส เจรัลดุส แวน เดอ ลี, นายอาโนลด์ แวน เด็น เบิร์ก และนายลอ เจี้ยน เหว่ย เป็นคณะกรรมการ ดำเนินธุรกิจผลิตโยเกิร์ตและนมเปรี้ยว ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท โดยมีผลประกอบการดังนี้

ปี 2556 รายได้ 3,775 ล้านบาท กำไร 541 ล้านบาท

ปี 2557 รายได้ 3,596 ล้านบาท กำไร 443 ล้านบาท

ปี 2558 รายได้ 3,657 ล้านบาท กำไร 621 ล้านบาท

ปี 2559 รายได้ 3,767 ล้านบาท กำไร 1,003 ล้านบาท

ปี 2560 รายได้ 3,819 ล้านบาท กำไร 970 ล้านบาท

เอาล่ะ! พอหอมปากหอมคอกับบีทาเก้นแล้ว ต่อไปเรามาดูธุรกิจของทายาทบีทาเก้นกันดีกว่าว่าเขาทำอะไรบ้าง

ต้องบอกก่อนว่าธุรกิจของ เจ-จักษวัชร์ อรรถสกุลชัย เป็น Startup ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาคนเมืองที่รักรถ แต่ไม่มีเวลาดูแลสภาพรถอย่างเต็มที่ โดย Instawash เป็นแอปพลิเคชั่นล้างรถที่ส่งตรงมาจากประเทศเกาหลีเลยทีเดียว

สำหรับ บริษัท อินสตาวอช (ประเทศไทย) จำกัด ได้แจ้งจดทะเบียนเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 โดยมีนายเมหราน ซาห์รออี, นายโจนาธาน ลี, นายยองจิน ชุน และนายจักษวัชร์ อรรถสกุลชัย เป็นคณะกรรมการ ดำเนินธุรกิจจัดทำโปรแกรมเว็บเพจและเครือข่ายตามวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ ปัจจุบันทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท มีผลประกอบการดังนี้

ปี 2558 รายได้ 541 บาท ขาดทุน 6.12 แสนบาท

ปี 2559 รายได้ 2.44 แสนบาท ขาดทุน 1.06 ล้านบาท

ปี 2560 รายได้ 9.84 แสนบาท กำไร 1.61 แสนบาท

แม้รายได้ 3 ปีที่ผ่านมาจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่กำไรนั้นกลับไม่หวือหวานัก แต่อย่างไรก็ตาม แผนการดำเนินงานของ Instawash ตั้งเป้าว่าปี 2561 จะต้องมียอดผู้ใช้บริการ 100 คนต่อวัน พร้อมเปิดบริการ Bigbike และจะขยายบริการทั่วกรุงเทพฯ โดยภายใน 5 ปี คาดว่าจะครองตลาดรถ 15% อีกทั้งเตรียมขยายบริการให้ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียกลาง และออสเตรเลีย ด้วย

นอกจากจะ หล่อ-รวย-ใจดี ด้วยแล้ว แถมยังทำธุรกิจส่วนตัวอีกต่างหาก ถือว่าขยันจริงๆ สำหรับทายาทตระกูลดังคนนี้

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!