จากนี้ไป งาน “อีเวนท์” จะเป็นเรื่องง่ายเหมือนกล้วย

จากนี้ไป งาน “อีเวนท์” จะเป็นเรื่องง่ายเหมือนกล้วย

เหนื่อยไหม จะจัดกิจกรรมหรืองานอีเวนท์ในแต่ละที เชื่อว่าหลายๆคนจะนั่งหาสถานที่จัดงานจาก Google ใช่ไหม? เพราะนอกจากจะเสียเวลาแล้วแถมยังรู้สึกยุ่งยากกับการจองสถานที่ และบริการอื่นๆที่จะต้องคิดเพิ่มเข้าไปอีกด้วย

ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเมื่อสตาร์ทอัพสัญชาติไทยอย่าง “Event Banana” จะมาช่วยให้งานอีเวนท์ของคุณเป็นเรื่องง่ายๆเหมือนปลอกกล้วยเข้าปากเลยทีเดียว

nan

ณัฐนิช ทองไกรแสน CEO Event Banana เล่าว่า รูปแบบบริการนี้เป็นออนไลน์มาร์เก็ตเพลส ใช้สำหรับค้นหาและจองห้องสัมมนาอีเวนท์ และเป็นแพลตฟอร์มช่วยแก้ปัญหาให้กับคนจัดงาน ซึ่งระบบจะช่วยกรองความต้องการของลูกค้า อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มรายได้และสร้างการใช้งานในพื้นที่ให้กับเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากที่สุด ส่วนรูปแบบการใช้งานสามารถใช้บริการดังกล่าวผ่านทางคอมฯ และล่าสุดสามารถใช้บริการผ่านทาง Smart Phone ได้โดยสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Event Banana ทั้ง iOS และ Android 

comapp

mobile

Event Banana เปิดให้บริการมา 1 ปีแล้ว ปัจจุบันมีสถานที่จัดงานให้ลูกค้าเลือกมากถึง 1,100 แห่ง ได้แก่ โรงแรม, ร้านอาหาร, Co-working Space รวมถึง Art gallery ก็สามารถจัดงานได้เช่นกัน โดยลูกค้า 70% จะเน้นจัดงานภายในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจกลุ่มแบงก์ ประกันภัย เป็นต้น

นอกจากนี้ Event Banana ยังให้บริการงานอีเวนท์กับบริษัทขนาดกลาง หรือ SMEs ที่มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนคนอีกด้วย ส่วนรูปแบบการจัดงานนั้น 35% จะเป็นงานเชิงวิชาการ 20% จะเป็นงานลักษณะ Workshop และอีก 45% จะเป็นงานอื่นๆ เช่น งานแต่งงาน , งานครบรอบบริษัท , เปิดตัวสินค้า ,ปีใหม่ และปาร์ตี้ เป็นต้น รวมถึงมีบทความงานอีเวนท์ต่างๆไว้เป็นแนวทางสำหรับลูกค้าที่ยังไม่มีไอเดียในการจัดงานด้วย

สำหรับเทรนด์การจัดอีเวนท์นั้น ณัฐนิช มองว่า คนส่วนใหญ่จะมองหาสถานที่ที่ไม่ใช่โรงแรมมากขึ้น เนื่องจากลูกค้ามองหาความแปลกใหม่ เช่น Co-working space เป็นต้น โดย 70-80% ส่วนใหญ่จะขอเป็นสถานที่ที่ติดกับรถไฟฟ้า เพราะเดินทางง่ายและต้องการหลีกเลี่ยงรถติดนั่นเอง  

ส่วนผู้ใช้งานในปัจจุบันมีอยู่ที่ 40,000 คนต่อเดือน และมีมูลค่างานผ่านเว็บไซต์ประมาณ 40 ล้านบาทต่อเดือน และมีแผนที่จะขยายธุรกิจดังกล่าวให้เป็น One Stop Service มากขึ้น เพื่อให้ลูกค้ามาที่เดียวจบเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะบุกตลาดในต่างประเทศ เช่น กัมพูชา พม่า ลาว เวียดนาม (CLMV) รวมถึงประเทศอินโดนีเซียด้วย เพราะเป็นตลาดใหญ่ และที่สำคัญไลฟ์สไตล์ไม่ต่างจากไทยมากนัก

เรียกว่าเป็นสตาร์อัพที่จะช่วยให้งานอีเวนท์ยากๆ กลายเป็นเรื่องกล้วยๆเลยก็ว่าได้