แอพ Social Network แบบแปลกๆ ชนิดสรรหามาเล่า (อีก)

แอพ Social Network แบบแปลกๆ ชนิดสรรหามาเล่า (อีก)

ช่วงนี้ผมเขียนถึงแอพด้าน Social Network แปลกๆ บ่อยนะครับ เพราะผมไม่สามารถแย่งนักเขียนท่านอื่นเขียนแอพที่เป็นกระแสทัน

จึงต้องหันมาเขียนแอพนอกกระแส ชนิดที่แปลก แล้วเมืองไทยยังไม่ค่อยเล่นกัน ซึ่งมันก็ทำให้ iPhone ของผมล้นไปด้วยแอพเครือข่ายสังคมไปหมดแล้ว





Waze


 

แอพตัวแรกนี้มีอยู่ใน App Store มานานพักใหญ่แล้วนะครับ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงไม่ดังในเมืองไทย ทั้งๆ ที่แอพมันออกจะดี ซึ่งถ้าหากจะให้นิยาม Waze ง่ายๆ แล้ว มันก็คือเครือข่ายสังคมออนไลน์สำหรับผู้ใช้ท้องถนนครับ เก๋ใช่มั้ยล่ะ

เริ่มต้นที่ความสามารถที่เข้าใจง่ายที่สุดของ Waze ก่อนเลย คือมันสามารถใช้เป็นแอพนำทางได้ ในระดับคล้ายๆ แอพนำทางทั่วไป คือมีการเอียงแผนที่ให้เห็นเป็นระนาบแบบ Perspective (จะเขียนว่าแผนที่แบบ 3 มิติก็กลัวมีคนเข้าใจผิด)

มีโทนสีของแผนที่ทั้งโหมดกลางวัน กลางคืน นอกจากนี้ยังมีเสียงนำทางให้ Turn Left, Turn Right ระหว่างการนำทางด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่มีเสียงภาษาไทยนะครับ ซึ่งโดยรวมแล้วระบบการนำทางของ Waze นั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้งานได้ครับ

มันไม่แม่นเท่าและฟังก์ชั่นไม่เยอะเท่าระบบนำทางชื่อดังอื่นๆ แต่ก็ถือว่าใช้ฟรีครับ ถ้าใช้ในไทยอาจมีปัญหาเรื่องการหาจุดสนใจบนแผนที่ หรือ POI (Point of interest) ยากสักหน่อย แต่ใช้เรื่อยๆ ก็จะชินครับ แล้วจะค่อยๆ มี POI เพิ่มขึ้นตามจำนวนคนใช้ครับ



เอาแหละมาดูเรื่องที่เป็นจุดเด่นของ Waze กัน อย่างที่ผมบอกตอนแรกครับว่า Waze เป็นเครือข่ายสังคมของผู้ใช้ท้องถนน แล้วเครือข่ายสังคมนี้มันทำอะไรได้บ้าง อย่างแรกเลยคือสามารถบอกสภาพการจราจรได้ เมื่อผู้ใช้ Waze เปิดใช้งานแอพแล้ววิ่งไปตามท้องถนน นอกจากที่ตัวแอพมันจะแสดงพิกัดของเราและความเร็วให้เห็นที่หน้าจอแล้ว

มันยังเก็บสถิติไปด้วยว่ากลุ่มผู้ใช้ Waze นั้นวิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ยเท่าไหร่บนถนนเส้นนี้ เพื่อเขียนแผนที่จราจรออกมาครับ ทำให้ผู้ใช้คนอื่นเห็นได้หมดว่าตอนนี้ถนนเส้นไหนสภาพการจราจรเป็นอย่างไร ซึ่งระหว่างที่รถหยุดอยู่นิ่ง มันก็จะเปลี่ยนหน้าจอไปแสดงจุดอื่นๆ โดยรอบให้ดูว่าสภาพท้องถนนเป็นอย่างไรบ้างแล้ว แล้วถ้าเราอยู่ในเส้นทางที่แอพคิดว่ารถกำลังติดอยู่

มันก็จะขึ้นข้อความมาถามว่าตอนนี้รถกำลังติดอยู่ใช่หรือไม่ เพื่ออัพเดทข้อมูลให้แม่นยำที่สุด นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถบอกจุดต่างๆ ในแผนที่ได้ เช่นปักหมุดว่าตรงนี้รถติดมาก พร้อมถ่ายรูปให้ผู้ใช้คนอื่นๆ ดู หรือตรงนี้ถนนกำลังสร้างอยู่ จะปักหมุดทั่วไปไว้ทักทายหรือบอกว่าถนนโล่งก็ได้ แม้กระทั่งหมุดบอดว่าตรงนี้มีตำรวจซุ่มอยู่โปรดระวังนะพี่น้องก็มีให้ปัก แล้วเมื่อคนอื่นเข้ามาดูข้อมูลในหมุดของเรา

ก็สามารถกด Like หรือเขียน Comment ตอบกลับมาได้ด้วยนะครับ นอกจากนี้ยังมีระบบกลุ่มผู้ใช้ด้วย คือเราสามารถสร้างกลุ่มผู้ใช้ในละแวกเดียวกันเช่นกลุ่มคนขับรถแถวหน้าเซ็นทรัลเวิร์ล เพื่อรวมการแจ้งเตือนสำหรับกลุ่มได้ เช่นสมาชิกในกลุ่มขับมาทางถนนเพชรบุรีแล้วเจอรถติด ก็ปักหมุดพร้อมส่งข้อความไปแจ้งคนในกลุ่มว่าจุดนี้รถติดนะ เป็นไงครับ แอพนี้เริ่มน่าสนุกแล้วใช่ไหมครับ



นอกจากนี้ Waze ยังมีลักษณะของเกมแฝงอยู่ คือมีการเก็บระดับประสบการณ์และสะสมไมล์เอาไว้แข่งกันได้ คือในตอนแรกสุดเราจะยังเป็นผู้เล่นมือใหม่ ลัญลักษณ์แทนตัวของเราจะเป็นรูปรถอมจุกนม ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนเป็นรถผู้ใหญ่

หรือรถอัศวินได้ถ้าหากสะสมแต้มไปถึง ซึ่งแต้มนั้นจะได้จากกิจกรรมที่ทำในแอพครับ เช่นปักหมุดบอกสภาพการจราจร หรือสะสมระยะทางที่เดินทางก็ได้ โดยการสะสมไมล์นี้ ถ้าเราสะสมได้เกินจุดหนึ่ง แอพก็จะปลดล็อกไอคอนแสดงอารมณ์ของรถต่างๆ มาให้เลือกใช้ได้ครับ

ที่น่าประหลาดใจคือ Waze ใช้แผนที่ถนนของตัวเองนะครับ คือซื้อข้อมูลจาก Bing มาบ้าง แต่ส่วนใหญ่นั้น Waze สร้างแผนที่ขึ้นมาเอง โดยอาศัยข้อมูลจากผู้ใช้นี่แหละครับ ถ้าตรงไหนที่ไม่มีถนนอยู่ในแผนที่ ผู้ใช้ก็สามารถสั่ง Pave เพื่อเขียนแผนที่ใหม่เข้าไปได้เลย แล้วไปปรับแก้ในเว็บของ Waze อีกนิดหนึ่ง ก็จะได้ถนนเส้นใหม่แล้ว (แน่นอนว่าได้คะแนนด้วย) แต่ Waze ก็มีมาตรการตรวจสอบถนนที่สร้างใหม่

เช่นถนนที่มีจุดไข่ปลาคือถนนที่ Waze ยังไม่แน่ใจ มีคนผ่านเส้นทางนั้นแต่ยังน้อยเกินกว่าจะมั่นใจว่าเป็นถนน Waze ก็จะใช้ข้อมูลของคนต่อๆ มา ถ้าหากเราขับรถผ่านเส้นทางนั้น มันจะเปลี่ยนไอคอนของเราเป็นรูปรถคล้ายๆ pacman กินจุดไข่ปลานั้นไปเรื่อยๆ ครับ นั้นคือการยืนยันว่ามีถนนสายนั้นจริง แล้วถ้าหากมีถนนผิดเกิดขึ้นในแผนที่เราก็สามารถปักหมุดได้เช่นกัน เพื่อผู้ใช้คนอื่นๆ ช่วยกันตรวจสอบและยกเลิกไปถ้าหากผิดจริงครับ


Between และ Pair


   


คือตอนแรกผมจะเขียนถึงแอพแค่ตัวเดียวคือ Between ครับ แต่ Pair ก็ปรากฏตัวขึ้นมา เลยเขียนรวมกันไปเลยแล้วกัน ที่ผมเอามาเขียนรวมกันเพราะแอพทั้ง 2 ตัวนี้เป็นแอพประเภทเดียวกันครับ คือแอพสำหรับคู่รักโดยเฉพาะ คนไม่มีคู่ใช้ไม่ได้นะ เป็น Social Network สำหรับสองเรา

เมื่อเริ่มต้นใช้แอพทั้งสองตัวนี้จะต้องมีการระบุเบอร์โทรของเราและของคู่รักเราอย่างชัดเจนครับ แล้วเมื่อฝ่ายหนึ่งลงทะเบียนเสร็จ ก็ต้องรอให้อีกฝ่ายหนึ่งเปิดแอพจากเครื่องของเขาเพื่อลงทะเบียนยืนยันว่าเราเป็นคู่รักกันด้วย จึงจะเริ่มใช้งานได้ครับ ถ้าอีกฝ่ายไม่ยืนยันก็ใช้แอพไม่ได้ และแอพทั้งคู่ไม่รองรับผู้ใช้มากกว่า 2 คนนะครับ เพิ่มกิ๊กเข้าไปแจมไม่ได้ มีแต่เรากับเราเท่านั้น


   


จุดที่แตกต่างกันระหว่าง 2 แอพนี้คือลูกเล่นและอารมณ์ในแอพครับ เริ่มจาก Between แอพนี้มาจากบริษัท VCNC ของเกาหลีครับ กลิ่นอายและจุดเด่นเลยเป็นแบบเกาหลี ตั้งแต่การแชทระหว่างคู่รักที่สามารถส่ง Emoticon น่ารักๆ ตัวพิเศษที่มีแต่แอพนี้เท่านั้นไปหาระหว่างกันได้

หรือจะส่งเป็นข้อความเสียงก็ได้ เปลี่ยนภาพพื้นหลังเป็นลายหวานๆ ก็ยังได้ นอกจากนี้ยังมีส่วนของ Memos ที่เขียนบันทึกเรื่องต่างๆ แล้วแชร์ให้อีกฝ่ายหนึ่งได้อ่าน (อีกฝ่ายจะอ่านได้อย่างเดียว แก้ไขไม่ได้ ตอบกลับไม่ได้) แล้วก็มีส่วนของ Album ที่แชร์รูปถ่ายระหว่างกัน จะถ่ายใหม่หรืออัพรูปที่มีอยู่แล้วขึ้นไปก็ได้ เขียนคอมเมนต์หวานๆ กันอยู่ 2 คน หรือจะด่ากันก็ไม่มีคนนอกรู้

แต่ไม่มีฟังก์ชั่นแต่งภาพอะไรใดๆ นะครับ ซึ่งหลายๆ อย่างจะไปรวมในหน้าแรก ที่แสดงเหตุการณ์เด่นๆ ติดดาวไว้ใน Memory Box ทั้งรูปและ Memos ให้ดูกันจนหวานไปถึงตับ แล้วก็จะแสดงวันนับถอยหลังถึงเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ครับ

 

 

มาดูที่ Pair กันบ้าง อันนี้ผมไม่รู้นะครับว่ามาจากประเทศอะไร แต่เป็นแอพจากฝั่งตะวันตกแน่ๆ ผลก็คือไม่มี Emoticon น่ารักๆ แล้วก็หน้าตาแอพจะเป็นทางการมากกว่า ใช้สีไม่ค่อยหวานเท่าไหร่

แต่ Pair ก็เก่งกว่าในเรื่องของลูกเล่นการแชmครับ ตั้งแต่สามารถใช้ Camera+ ถ่ายและแต่งเอฟเฟกให้รูปถ่ายแล้วยิงเข้ามาใน Pair หรือถ่ายวิดีโอสั้นๆ หากันได้ แต่ไม่มีฟังก์ชั่นส่งเสียงแบบ Between นะครับ

นอกจากนี้ยังสามารถส่งอะไรแปลกๆ ไปหาอีกฝ่ายได้ด้วย เช่นกด Thinking of you ก็จะส่งข้อความสั้นๆ ว่าฉันคิดถึงคุณ หรือจะวาดรูปส่งไปให้ก็ได้ ส่งตำแหน่งที่อยู่ให้ขณะนี้ก็ยังได้ (แต่หลายคนอาจจะไม่ใช่แอพนี้เพราะความสามารถนี้แหละ)

ที่เด็ดคือโหมด Thumbkiss ครับ ต่างฝ่ายต่างใช้นิ้วโป้งแตะจอ iPhone ในจุดเดียวกัน แล้วเครื่องจะสั่นราวกับเราทั้งคู่ได้จูบกัน แล้วก็มีโหมดวาดรูปด้วยกันครับ เช่น เราวาดหัวใจซีกขวา แฟนวาดหัวใจซีกซ้าย นอกจากนี้ Pair ยังสามารถเตือนเหตุการณ์สำคัญต่างๆ และจดบันทึกสิ่งที่ต้องทำร่วมกันเป็น to-do list ที่เห็นพร้อมกัน 2 คนได้ด้วยนะครับ

ในแง่ความสามารถ Pair จึงโดดเด่นกว่าครับ แต่ถ้าเรื่องความน่ารัก Between ก็ยังดูดีกว่าอยู่ดี ก็ลองปรึกษากันดูครับว่าจะใช้แอพไหน แต่ตอนนี้ Pair จะมีแค่ iOS นะครับ ส่วน Between มีทั้ง Android และ iOS

จากแอพทั้งหมดเราพอเห็นได้เรื่องหนึ่งนะครับ ว่าทุกเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ เรายกขึ้นมาขยายเป็นแอพสื่อสังคมได้ทั้งนั้น ขนาดเรื่องระหว่างเรา 2-3 คน ยังยกขึ้นมาสร้างเป็นแอพที่คนนิยมใช้กันได้เลย ต่อไปผมอาจจะเห็นแอพสำหรับคนชอบกินไก่

ทอดหาดใหญ่ฝีมือคนไทยใน App Store ก็ได้นะครับ ถ้าสามารถพัฒนาให้ความคิดเฉพาะนั้นเติบโตได้

Profile นักเขียน
ปรัชญา สิงห์โต
เป็นพนักงานบริษัทที่จำชื่อตำแหน่งตัวเองไม่ได้ เพราะบางทีก็ออกแบบเว็บไซต์บ้าง บางทีก็ทำงานแนวครีเอทีฟบ้าง อาร์ตไดเรคเตอร์บ้าง เขียนการ์ตูนก็มีบ้างอีกนิดหน่อย ส่วนงานอดิเรกคือทำเว็บไซต์ F0nt.com ไว้แจกฟอนต์ไทยฟรีๆ และ Fail.in.th ที่เป็นเว็บฯ ตลกเรื่อยเปื่อย ปัจจุบันนี้แต่งงานแล้ว เพิ่งมีลูก และเลี้ยงแมวอีก 3 ตัว