รวมแฟรนไชส์คุณภาพน่าลงทุน

รวมแฟรนไชส์คุณภาพน่าลงทุน

เปิดงานอย่างเป็นทางการสำหรับ 3 งานใหญ่ Thailand Franchise & Business Opportunities 2018 (TFBO) ปีที่ 14 งานแสดงแฟรนไชส์นานาชาติใหญ่ที่สุดในอาเซียน , งาน Thailand Retail, Food & Hospitality Service (TRAFS 2018) ปีที่ 12 หรืองานแสดงนานาชาติอันดับ 1 อุปกรณ์วัตถุดิบ ของใช้ โรงแรม Fine Dining ภัตตาคาร ร้านอาหาร กาแฟ เบเกอรี่และไอศกรีม และงาน ASEAN Retail 2018 ปีที่ 3 งานแสดงเทคโนโลยีสินค้าและบริการนานาชาติเพื่อธุรกิจค้าปลีกครบวงจร

Sanook! Money ได้รวบรวมแฟรนไชส์ในงานที่น่าสนใจมาฝากกัน

  1. Musha by ZEN

แบรนด์น้องใหม่ตระกูล ZEN เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นแบบเป็น SET อัดแน่นด้วยคุณภาพที่เรียกว่า “ข้าวหน้าล้น” ในราคาจับต้องได้ เริ่มต้นที่ 95 บาท เติมข้าวฟรีได้ไม่อั้น ซึ่งแบรนด์ Musha เปิดตัวเมื่อปลายปี 60 ปัจจุบันมี 2 สาขา ได้แก่ Big C นครปฐม และแหลมทอง บางแสน โดยตั้งเป้าขยายแฟรนไชส์ 10 สาขา ตลอดปี 2561 ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สำหรับงบลงทุนต่อสาขาในรูปแบบร้านคีออส ขนาดพื้นที่ 30 ตารางเมตร อยู่ที่ 1 ล้านบาท และขนาดพื้นที่ 90 ตารางเมตรอยู่ที่ 4 ล้านบาท ที่สำคัญก่อนเปิดร้านต้องมาเรียนรู้หลักการบริหารร้าน 5 สัปดาห์

s__235544626Musha by ZEN s__235544631Musha by ZEN

2. BUN

ร้านเบเกอรี่ที่มีจุดเด่นเป็นบันกาแฟต้นตำรับ ขนมสไตล์เม็กซิกันที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศทั้งแป้งจากอเมริกา , เนยจากนิวซีแลนด์ และช็อกโกแลตจากเบลเยียม โดยนำมาผลิตที่โรงงานเอง ช่วยให้ต้นทุนการผลิตไม่สูงมาก ราคาเบเกอรี่ต่อชิ้นอยู่ที่ 13-29 บาท

ปัจจุบัน BUN มีสาขาทั้งหมด 100 สาขา แบ่งเป็นแฟรนไชส์ 60% และบริหารเอง 40% และโดยตั้งเป้าขยายสาขาตามหัวเมืองในต่างจังหวัด สำหรับงบลงทุนเริ่มต้นที่ 2 ล้านบาทต่อขนาดพื้นที่ 22-24 ตารางเมตร และค่าแฟรนไชส์ 3 แสนบาทต่อ 3 ปี พิเศษลดเฉพาะในงาน 1 แสนบาทเท่านั้น

 s__235544623BUN

s__235544622BUN

3. Chocotoss

แฟรนไชส์สายเครื่องดื่ม ความพิเศษอยู่ที่ “โกโก้สด” จากเมล็ดโกโก้ เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคม 2561 ปัจจุบันมียอดจองแฟรนไชส์แล้วกว่า 100 ราย อยู่ระหว่างการออกแบบและปรับปรุงร้าน โดยกลุ่มคนที่ลงทุนแฟรนไชส์จะเป็นคนวัยทำงานที่ต้องการมีอาชีพเสริมหรือรายได้เสริมราว 80% อีก 20% เป็นพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป

ส่วนกลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเป็นวัยเด็กถึงวัย 45 ปี ซึ่งในอนาคตมีแผนจะพัฒนาเครื่องดื่มสำหรับผู้สูงวัยช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ พร้อมเตรียมอัดสินค้าพวกเบเกอรี่ อาหารในอนาคตอีกด้วย

สำหรับเป้าแฟรนไชส์ในปี 62 คาดว่าอยู่ที่ 500 สาขา สำหรับงบลงทุนเริ่มต้นที่ 1.29 แสนบาท โดยจะได้เครื่องมือ อุปกรณ์ พร้อมคีออส ขนาด 1.5 เมตร และ 2.2 เมตร ตามขนาดราคา ที่สำคัญยังมีหลักสูตร Barista ที่ต้องอบรมทุก 2 เดือน นาน 1 ปี เพื่อความเป็นมืออาชีพ ฟรี

s__235544617Chocotoss 

s__235544619Chocotoss

4. Bake A Wish

เค้กเนื้อนุ่ม ครีมเบา หวานน้อย สไตล์ญี่ปุ่น เปิดมาแล้ว 3 ปี ปัจจุบันมี 16 สาขา เจาะตลาดในห้าง และต่างจังหวัดที่มี Lifestyle ใกล้เคียงกับคนกรุงเทพฯ เน้นกลุ่มลูกค้าวัยทำงานอายุ 25-35 ปี นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มไลน์สินค้าจับกลุ่มนักเรียนนักศึกษาด้วยการลดขนาดเค้กให้เล็กลง โดยราคาเริ่มต้น 10-40 บาท

ส่วนงบลงทุนแฟรนไชส์อยู่ที่ 3 - 3.5 ล้านบาท ต่อสาขา ขนาดพื้นที่ 35 – 60 ตารางเมตร ภายในห้างที่ทางแบรนด์ได้เลือกไว้ให้

 s__235544599Bake A Wish

s__235544608Bake A Wish

 

s__235544603Bake A Wish

5. Otteri

ร้านสะดวกซัก ธุรกิจที่เข้ามาเพื่อ Save เวลาอันมีค่าให้กับผู้คน ความพิเศษนี้อยู่ที่เครื่องซักระดับอุตสาหกรรมที่การันตีทั้งความสะอาด รวดเร็ว เพียง 30 นาที เปิดตัวได้ครึ่งปี ปัจจุบันมี 60 สาขา เจาะตลาดที่มีประชากรแฝงจำนวนมาก เช่น อพาร์ทเม้นท์ , คอนโด และบ้านเช่า ค่าซักเริ่มต้น 40 บาท อบแห้ง 40 บาท

ตั้งเป้าตลอดปี 2561 จะมีแฟรนไชส์ 200 สาขา สำหรับงบลงทุน เริ่มต้นที่ 2.07 ล้านบาทต่อขนาดพื้นที่ 40-60 ตารางเมตร และ 2.84 ล้านบาทต่อขนาด 60 ตารางเมตรขึ้นไป

 s__235544598.Otteri

s__235544594.Otteri

6. HOBS Bar & Restaurant

คนไทยคุ้นเคยอย่างดี เปิดให้บริการมาแล้ว 10 ปี ปัจจุบันมีทั้งหมด 10 สาขา โดย 7 สาขา บริษัท ฮอบส์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง จำกัด เป็นผู้บริหารเอง อีก 3 สาขาเป็นแฟรนไชส์ เปิดที่จังหวัดขอนแก่น , หัวหิน และ Mega Bangna โดยเน้นทำเลที่มีกำลังซื้อดี รวมถึงมีประชากรหนาแน่น และมี Lifestyle วัยทำงาน รวมถึงสาย Hangout

โดยแฟรนไชส์แบรนด์ HOBS ตั้งใจจับคนที่มีทุนหนา อยากลงทุน แต่ไม่มี Know-How นอกจากนี้ตั้งเป้าปี 2561 จะเปิดเพิ่ม 2 สาขา ส่วนงบลงทุนรวมทั้งสิ้น 10-15 ล้านบาท ต่อขนาดพื้นที่ 120-250 ตารางเมตร

 s__235544589HOBS

s__235544591HOBS

ทั้งนี้ ผู้จัดงาน ระบุว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ในส่วนของผู้ประกอบการเดิมเติบโตต่อเนื่องจากการขยายสาขา และยังมีแบรนด์จากต่างประเทศเข้ามาเปิดในประเทศไทยมากขึ้น โดยหมวดอาหารและเครื่องดื่มเติบโตมากที่สุด ปัจจุบันมูลค่าตลาดแฟรนไชส์อยู่ที่ปีละหลายแสนล้านบาท และในอนาคตคาดว่าจะโตได้อีกปีละ 5% จากปัจจัยของผู้บริโภคที่ต้องการความหลากหลาย

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ที่ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ 102-104 ตั้งแต่วันที่ 12 – 15 กรกฎาคม 2561