แสนสิริ ชู The Monument Thong Lo หวังดันกำไรเพิ่มมากขึ้น

แสนสิริ ชู The Monument Thong Lo หวังดันกำไรเพิ่มมากขึ้น

"ทองหล่อ” เป็นทำเลทอง ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบริเวณสุขุมวิท มีศักยภาพเป็นอันดับต้นของกรุงเทพฯ โดยเป็นทั้งแหล่งรวมร้านค้า อาหาร คอมมูนิตี้มอลล์ รวมถึงที่พักอาศัยในระดับ High-end และการเชื่อมต่อการเดินทางทั้งรถไฟฟ้าและถนนในใจกลางเมือง ส่งผลให้ที่ดินทองหล่อมีความต้องการสูง และแนวโน้มราคาที่ดินสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันเพิ่มขึ้นถึง 200% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จากราคา 1 ล้านบาทต่อตารางวา มาอยู่ที่ 2 ล้านบาทต่อตารางวา จนแทบไม่มีพื้นที่ว่างติดถนนเหลือไว้สำหรับการพัฒนาโครงการใหม่ๆในปัจจุบัน

ไม่แปลกใจเท่าไร่ว่า ทำไมผู้เล่นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ถึงพัฒนาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้า และศูนย์รวมไลฟ์สไตล์อย่างครบวงจร

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เล่นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท บีทีเอส แสนสิริ โฮลดิ้ง โฟร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท บีทีเอส แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ “The Monument Thong Lo” มูลค่ารวม 6.5 พันล้านบาท เจาะตลาดครอบครัวยุคใหม่ ที่อาศัยการเติบโตมาบริเวณใจกลางเมืองและกำลังขยายครอบครัวใหม่

themonumentthonglo_pool_fโครงการ The Monument Thong Lo

นายปิติ จารุกำจร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงโครงการดังกล่าว จะเป็นคอนโดมิเนียมในระดับ Luxury จำนวน 127 ยูนิต 45 ชั้น ราคาขายเริ่มต้นที่ 3 แสนบาทต่อตารางเมตร หรือเริ่มต้นที่ 30 ล้านบาทต่อยูนิต ปัจจุบันโครงการฯ ก่อสร้างไปแล้ว 70% และคาดจะโอนกรรมสิทธิ์ให้ลูกบ้านได้ภายต้นในปี 62 และตั้งเป้าการขายที่ 50% ภายในสิ้นปีนี้ โดยขณะนี้มียอดขายแล้ว 30% ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าคนไทย

364876นายปิติ จารุกำจร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

นอกจากนี้ ยังมีห้องตัวอย่างให้เลือก 2 สไตล์ ออกแบบและตกแต่งโดย Chanintr Living ผู้นำเขาเฟอร์นิเจอร์ Luxury ในไทยโดดเด่นในเรื่องความคลาสสิค และ Jim Thompson แบรนด์ระดับโลกจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เลือกใช้สีสันความสีสันที่โดดเด่นและฉูดฉาดมาตกแต่งให้มีความเป็นโมเดิร์นคลาสสิคได้อย่าลงตัว

สำหรับภาพรวมตลาด Luxury ในกรุงเทพฯ นายปิติ มองว่ายังเติบโตได้ต่อเนื่อง จากความต้องการซื้อของกลุ่มลูกค้าระดับบนซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง และยังคงมองที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองไม่ห่างจากที่อยู่เดิมมากนัก โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมากลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อสูงช่วยผลักดันการเติบโตภาพรวมตลาดได้ 30% โดยเฉพาะทำเลในโครงการย่านทองหล่อ ซึ่งราคาที่ดินได้ปรับเพิ่มขึ้นสูงมาก

การเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใจกลางเมือง สะท้อนถึงผลประกอบการของบริษัทที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง และการเปิดโครงการดังกล่าวจะช่วยทำยอดขายตามที่บริษัทฯได้วางเป้าไว้หรือไม่

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า บริษัทฯ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2558 ด้วยปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท

โดย แจ้งดำเนินธุรกิจในหมวดการซื้อและการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของตนเอง เพื่อการพักอาศัย ซึ่งมีผลประกอบการย้อนหลัง ดังนี้

ปี 2558 รายได้ 1แสนบาท ขาดทุน 3.6 ล้านบาท

ปี 2559 รายได้ 3.3 แสนบาท ขาดทุน 54 ล้านบาท

ปี 2560 รายได้ 6.9 ล้านบาท ขาดทุน 47 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการขาดทุนของบริษัทถือเป็นโจทย์ที่ทำให้ผู้เล่นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ต้องผลักดันโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆขึ้นมา เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำ รวมถึงสร้างรายได้และกำไรให้บริษัทมากขึ้น ซึ่งหลังจากนี้คงต้องรอดูว่าบริษัทจะปิดยอดขายได้มากน้อยแค่ไหน

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!