Netflix ได้กำไรจากเราเท่าไหร่?

Netflix ได้กำไรจากเราเท่าไหร่?
AomMoney

สนับสนุนเนื้อหา

หลายคนคงเป็นเหมือนกันแน่ๆ เลย วันไหนที่อยู่บ้าน เปิดทีวีมาไม่รู้จะดูอะไรก็เข้าไปดูใน Netflix ว่ามีหนังอะไรสนุกๆ บ้าง และที่ชอบที่สุดคือ เราไม่จำเป็นต้องดูผ่าน Smart TV อย่างเดียวก็ได้ บางทีเปิดดูบน App ของโทรศัพท์มือถือนี่ล่ะ 

ธุรกิจนี้มันน่าสนใจมากเลยนะ เพราะเราจะต้องจ่ายค่าสมาชิกทุกเดือนๆ ผ่านบัตรเครดิต ที่ยอมเป็นลูกค้าเพราะว่าราคาไม่แพง ดูหนังตามโรงนิดๆ หน่อยๆ ก็มีค่าใช้จ่ายพอๆ กับค่าสมาชิกทั้งเดือนของ Netflix แล้ว แถมยังได้ดูหลายๆ เรื่องที่ออกจากโรงไปแล้ว กี่รอบก็ได้ ไม่ต้องไปนั่งหาแผ่น DVD มาเปิด มีหนังที่ตัวเองผลิตอีก มันเป็น Idea ที่ดีมากๆ เลย

ในฐานะนักลงทุน ก็ย่อมอยากรู้ว่าบริษัทนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร พอไปอ่านจาก Wikipedia ก็พึ่งรู้ว่าเขาพัฒนาตัวเองมาจากการเป็นร้านเช่าภาพยนตร์ DVD ซึ่งเราสามารถเช่าผ่าน Online แล้วเขาจะส่งมาให้ที่บ้าน พอกระแส Online มามากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็พัฒนารูปแบบธุรกิจจนมาถึงจุดที่เราเห็นกันในปัจจุบันนี้ 

แน่นอนว่าพอเป็นระบบ Online มันเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการได้สูงกว่า จำนวนหนังถ้ามีเป็น 1,000-2,000 เรื่อง เราไม่สามารถเปิดร้านเช่าวีดีโอแล้วมีให้บริการเยอะขนาดนี้ได้แน่ๆ เนื่องจากเปลืองค่าดูแล เปลืองจำนวนพนักงาน จะขยายใหญ่กว่านี้วิดีโอเก่าๆ ที่ไม่มีคนยืมจะเก็บอย่างไร แถมยังต้องให้บริการอย่างจำกัด ถ้ามีวิดีโอให้บริการอยู่ 2 เทปแล้วคนยืมไปหมด คนที่เหลือก็ต้องรอคิว ระบบสมัยก่อนถ้ามาใช้ในปัจจุบันหลายๆ อย่างมันจำกัดมาก แถมต้นทุนสูงอีกต่างหาก

แต่ในส่วนของระบบ Online นั้นสามารถมันแก้ปัญหาของธุรกิจโลกเก่าได้เลย ผู้ใช้บริการก็จะรู้สึกว่ามันง่ายกว่าเดิม ไม่ต้องออกไปยืม จ่ายค่าสมาชิกเหมาไปเลย ถูกด้วย ไม่มีค่าปรับเพราะไม่ต้องคืน แค่ปิดหนังไป แถมอยู่ตรงไหนในโลกก็ดูหนังได้

Netflix ได้กำไรจากเราเท่าไหร่?

ถ้าถามว่าลูกค้าตอบรับมากแค่ไหน มาดูตัวเลขสถิติของผู้ใช้บริการ Netflix กัน เปรียบเทียบเอาเฉพาะไตรมาสแรกย้อนหลัง ดังนี้

 

Q1/2018 Netflix มีสมาชิก 125 ล้านคน
Q1/2017 Netflix มีสมาชิก 98.75 ล้านคน
Q1/2016 Netflix มีสมาชิก 81.5 ล้านคน
Q1/2015 Netflix มีสมาชิก 62.27 ล้านคน
Q1/2014 Netflix มีสมาชิก 48.36 ล้านคน

 

จะเห็นได้ว่าสมาชิกมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แสดงว่าผู้บริโภคตอบรับอย่างดี และการที่ Netflix มีฐานคนดูมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น ก็ทำให้เขาสามารถสร้างข้อต่อรองในการทำธุรกิจได้มากขึ้น ใครอยากจะร่วมงานด้วย เห็นตัวเลขของลูกค้า 125 ล้านคนก็อยากจะร่วมงานด้วยกันทั้งนั้น อีกอย่างยิ่งจำนวนสมาชิกมากก็ยิ่งทำให้เขารู้ข้อมูลได้ว่า เทรนด์หรือแนวโน้มของการดูหนังของคนเป็นอย่างไร นั่นสามารถทำให้บริษัทลดความเสี่ยงได้พร้อมๆ กับการสรรหาธุรกิจที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น

 

ขณะที่ถ้าเราลองดูผลการดำเนินงานของ Netflix จะเห็นได้ว่ามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 

 

รายได้ปี 2015 : $6,779,511,000 กำไร $122,641,000
รายได้ปี 2016 : $8,830,669,000 กำไร $186,678,000
รายได้ปี 2017 : $11,692,713,000 กำไร $558,929,000

กำไรเยอะเนอะ….

อ้างอิงข้อมูลจาก : https://finance.yahoo.com/quote/NFLX/financials?p=NFLX

 

ทีนี้หากใครอยากลงทุนกับ Netflix ก็สามารถซื้อหุ้นได้โดยตรงหรือผ่านทางกองทุนรวม โดยเป็นกองทุนในประเทศไทยที่ไปลงทุนใน Master Fund ต่างประเทศ ซึ่งที่เราหากันมาได้ก็มีกองทุนตัวอย่างดังนี้

 

SCBS&P500

กองทุนแม่ : SPDR S&P 500 ETF Trust

https://www.bloomberg.com/quote/SPY:US

 

ASP-S&P500

กองทุนแม่ : SPDR S&P 500 ETF Trust

https://www.bloomberg.com/quote/SPY:US

 

ONE-UGG บลจ.วรรณ

กองทุนแม่ : Baillie Gifford long term global growth fund class b net accumulation

https://www.bloomberg.com/quote/BGGGBNA:LN

 

ขอให้มีความสุขในการลงทุนกันนะ ^_^

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!