ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 155.53 จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (14 มิ.ย.) พุ่งขึ้น 155.53 จุด หรือ 1.24% ปิดที่ 12,651.91 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 14.22 จุด หรือ 1.08% ปิดที่ 1,329.10 จุด ดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 17.72 จุด หรือ 0.63% ปิดที่ 2,836.33 จุด  เพราะได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางของหลายประเทศ รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะใช้มาตรการร่วมกันเพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวช่วยหนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้น แม้ตลาดได้รับแรงกดดันในระหว่างวันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐและความวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตหนี้ยุโรปก็ตาม   ทันทีที่เปิดการซื้อขาย ตลาดหุ้นนิวยอร์กเคลื่อนตัวผันผวนอย่างหนัก หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ร่วงลง 0.3% ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในรอบ 3 เดือน ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 9 มิ.ย. เพิ่มขึ้น 6,000 ราย มาอยู่ที่ 386,000 ราย นับเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่าการฟื้นตัวของตลาดแรงงานสหรัฐในช่วงก่อนหน้านี้ได้อ่อนแรงลงแล้ว   นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันหลังจากมูดีส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของสเปนลง 3 ขั้น สู่ระดับ Baa3 จากเดิมที่ A3 ซึ่งการลดเครดิตในครั้งนี้ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของสเปนพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เหนือระดับ 7% ณ ช่วงเวลาหนึ่งในตลาดพันธบัตรยุโรป โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสเปนปรับตัวขึ้นสู่ระดับดังกล่าวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เริ่มมีการใช้สกุลเงินยูโรเมื่อปี 2542 ซึ่งยิ่งทำให้เศรษฐกิจยุโรปเผชิญกับความไม่แน่นอนมากขึ้น ก่อนที่กรีซจะจัดการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาในวันอาทิตย์ที่ 17 มิ.ย.นี้   ทั้งนี้   ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดเผยข้อมูลการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและอัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนพ.ค.ในวันนี้เวลา 20.15 น.ตามเวลาไทย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าการผลิตในภาคอุตสาหกรรมจะขยายตัว 0.1% และอัตราการใช้กำลังผลิตจะทรงตัวอยู่ที่ 79.2%