ถอดรหัส ‘บุพเพสันนิวาส’ เมื่อละครปัง-พาแพลตฟอร์ม 'Mello' แจ้งเกิด

ถอดรหัส ‘บุพเพสันนิวาส’ เมื่อละครปัง-พาแพลตฟอร์ม 'Mello' แจ้งเกิด
Techsauce

สนับสนุนเนื้อหา

ถอดรหัสปรากฏการณ์ละคร ‘บุพเพสันนิวาส’ ที่สามารถสร้างปรากฏการณ์กรุงเทพถนนโล่งในช่วงวันพุธ-พฤหัสบดี ดึงคนที่อยู่หน้าจอสมาร์ทโฟนกลับไปอยู่หน้าทีวีได้เป็นจำนวนมาก พบ 5 องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ละครเรื่องนี้ดีและถูกใจผู้ชมที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ส่งผลให้แพลตฟอร์มที่ช่อง 3 ปลุกปั้นขึ้นมาอย่าง Mello ก็ได้รับผลดีไปด้วย

 

"ออเจ้าคงรู้แล้วใช่หรือไม่ว่าละครเรื่อง ‘บุพเพสันนิวาส’ เป็นที่โปรดปรานของชาวสยามในเพลานี้…"

หลายคนในช่วงนี้คงฮิตการใช้คำในสมัยโบราณ รวมไปถึงการใช้คำว่า “ออเจ้า” อยู่บ่อยครั้ง เนื่องมาจากละคร ‘บุพเพสันนิวาส’ ที่ดังแบบฉุดไม่อยู่แล้วจริง ๆ

หากดูเรตติ้งทีวีจาก Nielsen ก็จะพบว่าน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ที่ละครหนึ่งเรื่องสามารถสร้างปรากฏการณ์กรุงเทพถนนโล่งในช่วงวันพุธ-พฤหัสบดี ดึงคนที่อยู่หน้าจอสมาร์ทโฟนกลับไปอยู่หน้าจอทีวีได้เป็นจำนวนมาก จากปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลให้แพลตฟอร์ม Video Streaming ที่ช่อง 3 ปลุกปั้นขึ้นมาอย่าง Mello ก็ได้รับผลดีจากปรากฏการณ์นี้ไปด้วย

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะอะไร? หาคำตอบได้จากบทความนี้

 

เล่าเท้าความก่อน “ออเจ้า” จะครองเมือง

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 คือวันแรกที่ละคร ‘บุพเพสันนิวาส’ เริ่มออกอากาศทางช่อง 3 อนาล็อกและช่อง 3 HD เป็นครั้งแรก หลายคนเริ่มดูละครเรื่องใหม่ โดยไม่คิดอะไร แต่เมื่อถึงตอนที่ 2 ที่ออกอากาศในวันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 กลายเป็นว่ากระแสกลับพุ่งขึ้นมาเป็นอย่างมาก

ช็อตที่ผู้เขียนคาดการณ์ว่าเป็นช็อตสำคัญที่ทำให้เกิดไวรัล (Viral) แพร่สู่โลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว นั่นคือ ช่วงหนึ่งในละครตอนที่ 2 ที่นางเอกเริ่มดำเนินชีวิตในช่วงอดีต โดยบ่าวไพร่ที่ดูแลการะเกดตกใจว่านายของตนเองฟื้น โดยการะเกดพูดว่า “หรือว่าจะต้องร้ายเหมือนนางร้ายในละครหลังข่าว พี่กิ๊ก สุวัจนี ก็แล้วกัน” พร้อมทำหน้าบึนปากใส่ จนกลายเป็นภาพ Meme (มีม) ที่แพร่ขยายต่อไปอย่างรวดเร็ว

 

อ่านประกอบ :

 

ซึ่งพอเป็นกระแสบอกต่อกันให้ได้ดู เพราะตัวละครมีการสอดแทรกการเล่นมุขให้ขำขันอยู่ตลอด คนดูจึงนำมุขตลกต่าง ๆ มาลงใน Facebook และ Twitter อย่างต่อเนื่อง

ทำให้คนที่ทันดูทางหน้าจอทีวี ก็รีบกลับไปรอดู (เพราะกลัวโดนสปอยล์ทาง Social Media) ส่วนคนที่ดูไม่ทันก็ดูย้อนหลังผ่านแพลตฟอร์ม Video Streaming ที่ช่อง 3 ทำขึ้นมาเอง นั่นคือ Mello.me รวมไปถึง Ch3Thailand.com มียอดคนดูเพิ่มขึ้นไปด้วยเช่นกัน

ปากต่อปากบนโลกออนไลน์นั้นสำคัญจริง ๆ

 

เมื่อคอนเทนต์ดี คนก็ตามไปดูแพลตฟอร์มอื่นต่อ

ถนัดอะไรก็ทำแบบนั้น… ช่อง 3 ก็คงรู้ตัวดีว่าตนเองถนัดด้านการทำ “ละคร” จนมีผู้จัดละครมากหน้าหลายตา

ดังนั้นก็ต้องไปดูด้วยว่าใครเป็นผู้จัดละคร ซึ่งก็พบว่าละครเรื่องนี้ได้ผู้จัดละครชื่อดังอย่าง “หน่อง อรุโณชา ภาณุพันธุ์” จาก “บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด” ที่ปั้นละครดังช่อง 3 หลายเรื่อง เช่น ดอกส้มสีทอง (2554), บ่วง (2555), แรงเงา (2555), กี่เพ้า (2555), มัจจุราชสีน้ำผึ้ง (2556), The Cupids บริษัทรักอุตลุด (2560), บ่วงบรรจถรณ์ (2560) และล่าสุดบุพเพสันนิวาส (2561) เรียกว่ามีฝีมืออยู่ไม่น้อย

อ่านประกอบ :

 

หน่อง อรุโณชาCH3Thailand

นอกจากนี้ยังกำลังถ่ายทำละครเรื่อง “แรงเงา 2 แรงเงาแรงแค้น” อยู่อีกด้วย

แต่เมื่อกระเทาะดูว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำให้ละคร ‘บุพเพสันนิวาส’ ดังเป็นพลุแตกทั่วบ้านทั่วเมือง ผู้เขียนมองว่าสาเหตุสำคัญนั้นมาจากผู้ผลิตละครกล้าฉีกกรอบเดิม ๆ ของละครไทย โดยสังเกตได้จากละครไทยย้อนยุคเรื่องนี้มี 5 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

  1. การเพิ่มจังหวะซิตคอม (Sit-Com) มีจังหวะเล่นมุข ใช้เสียงประกอบ เหมือนที่ละครหลายช่องเคยใช้มาก่อน แต่ช่อง 3 ไม่ค่อยกล้าเอาจังหวะซิตคอมมาเล่นในละครช่วงค่ำเท่าละครช่วงเย็น
  2. ตัวละครนางเอกอย่าง ‘การะเกด’ (ที่ดำเนินเรื่องโดย ‘เกศสุรางค์’ ที่สลับร่างมาจากภพปัจจุบัน) ซึ่งเป็นตัวละครที่ดูเก้ ๆ กัง ๆ ดูขาด ๆ เกิน ๆ มีความเนิร์ด ไม่รู้ประสีประสา ไม่ใช่รูปแบบมาตรฐานของนางเอกละครไทยที่ต้องเรียบร้อย เก่ง ฉลาด ปราดเปรืองไปทุกเรื่อง ทำให้เข้าถึงหลาย ๆ คนที่รู้สึกว่าตัวเองเป็น ‘คนธรรมดา ๆ’ เป็นวัยรุ่นต๊อง ๆ เกรียน ๆ คนหนึ่ง  ซึ่งตัวละครแบบนี้ไม่ค่อยจะได้เป็นนางเอกในละครไทยบ่อยนัก ยิ่งเป็นละครไทยย้อนยุคก็แทบจะไม่พยายามใส่ตัวละครแบบนี้ เพราะกลัวขัดต่อความรู้สึกผู้คน (แต่เห็นหลายคนในโลกออนไลน์ ขัดใจกับการะเกดที่มีเกศสุรางค์อยู่ข้างในไม่น้อย)
  3. ความเป็นละครไทยย้อนยุค ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นกระแส Marketing ทั่วโลกที่คนชอบดูอะไรที่ย้อนยุค ดูเก่า ๆ เพื่อรำลึกความอีกด้วย (ในประเทศไทยอาจมีหลายปัจจัยอื่น ๆ ประกอบกันไป)
  4. ตัวละครมีความเป็น ‘ไอดอล’ ที่มีการพัฒนาตนเอง จากร้ายกลายเป็นดี (ตัดภาพไปเปรียบเทียบกับการะเกดเวอร์ชันนางร้ายอยู่บ่อย ๆ) จากไม่รู้เรื่องอะไรก็เริ่มทำอะไรเป็นมากขึ้น สู้กับสิ่งที่รู้ว่าไม่เป็นธรรม คนดูก็ร่วมลุ้นไปด้วยว่าการะเกดจะเจออะไรต่อไป การทำความดีของการะเกดที่มีเกศสุรางค์เป็นผู้เดินเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อไป
  5. สอดแทรกเกร็ดประวัติศาสตร์อย่างแนบเนียน (ตัดภาพสลับไปตอนที่เกศสุรางค์เรียนประวัติศาสตร์อยู่บ่อยครั้ง) ทำให้เกิดการเรียนรู้และทวนภาพจำที่บางคนอาจเคยรู้ระหว่างดูละคร

เมื่อ 5 องค์ประกอบหนุนให้ละครกลายเป็นคอนเทนต์ที่ตรงใจคนดู ก็ทำให้ละครเรื่องนี้ที่ไปอยู่บนแพลตฟอร์ม Mello ที่เปิดโอกาสให้สามารถไปดูย้อนหลังได้ ก็มีคนตามไปดูเป็นจำนวนมาก (เมื่อก่อนช่อง 3 ให้ดูละครย้อนหลังใน YouTube)

เรียกได้ว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่ประการใด เพราะเมื่อมีตัวเหนี่ยวนำคอนเทนต์ (อย่างละคร ‘บุพเพสันนิวาส’ ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่ ‘ปัง’ ในเวลานี้) ก็พาแพลตฟอร์มที่ช่อง 3 สร้างขึ้นอย่าง Mello ดังไปด้วย

อ่านประกอบ :

 

mello.me on devices

นอกจากนี้ช่อง 3 ก็พยายามสร้างคอนเทนต์อย่างละคร เรื่อง “Notification เตือนนัก…รักซะเลย” ที่ออกอากาศบน Mello เท่านั้น (โมเดลเดียวกับ LINE TV ทำ) พร้อมกับนำคอนเทนต์ของช่องตัวเองไปลงใน LINE TV ด้วยเช่นกัน

ต้องดูว่าโมเดลนี้ช่อง 3 จะประสบความสำเร็จหรือไม่?

 

ปังหรือไม่ปัง วัดกันที่เรตติ้งในแต่ละแพลตฟอร์ม

สิ่งที่จะตอบคำถามว่าความนิยมของละคร ‘บุพเพสันนิวาส’ อยู่ที่อะไร คำตอบคงหนีไม่พ้นการดูตัวเลขเรตติ้งทีวีจาก Nielsen โดยเมื่อเทียบกับเรตติ้งทีวีจากผู้ชมทั่วประเทศ (Nationwide) ของละคร ‘นาคี’ และ ‘บุพเพสันนิวาส’ ก็พบว่าเรตติ้ง ‘บุพเพสันนิวาส’  ทำลายสถิติของ ‘นาคี’ จนห่างขึ้นไปเรื่อย ๆ

รวมถึงเพจ TV Digital Watch ก็หยิบข้อมูลเรตติ้งของทุกช่องในช่วงวันที่ 12-18 มีนาคม 2561 มาประมวลผล ก็ทำให้เห็นว่าเรตติ้งช่อง 3 ตีตื้นขึ้นมาใกล้ชิดกับช่อง 7 มากขึ้น (ก่อนหน้านี้เรตติ้งของทั้ง 2 ช่องห่างกันมากพอสมควร)

อ่านประกอบ :

 

แต่ผู้เขียนก็มีข้อกังวลเล็กน้อย เพราะผู้เขียนมองว่าเรตติ้งควรมีการคำนวณจากยอดผู้ชมออนไลน์ด้วย ซึ่ง Nielsen ยังไม่สามารถผลักดันให้สามารถวัดเรตติ้งจากการชมสดทางออนไลน์ (Live Streaming), การชมย้อนหลัง (On-Demand Streaming) และกระแสจาก Social Media เข้ามาประกอบได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยม รวมถึงควรมีบริษัทวัดเรตติ้งรายอื่นในอนาคตเข้ามาเทียบเพื่อชั่งน้ำหนักด้วย

อย่างไรก็ตาม หากถอดรหัสจากข้อมูลเท่าที่มีอยู่ในเวลานี้ แสดงว่าละคร ‘บุพเพสันนิวาส’ นั้นปังจริงและดังจริง จนสามารถดึงคนกลับไปติดตามชมผ่านหน้าจอทีวีได้เป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ หากดูยอดเข้าชมเว็บไซต์ Mello.me และ Ch3thailand.com จาก Truehits.net ก็ทำให้เห็นว่ามียอดผู้ชมติด Top 20 ของประเทศไทยอีกด้วย

20 อันดับเว็บไซต์จาก Truehits เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2561

และเมื่อเทียบ Unique IP ที่เข้าเว็บไซต์ Mello.me และ Ch3thailand.com ก็จะพบว่า Ch3thailand.com มียอดคนเข้าชมสูงทุกวันพุธ-พฤหัสบดีที่มีละคร (คาดว่าเพื่อดูทีวีออนไลน์) ส่วน Mello.me จะมียอดคนเข้าชมสูงทุกวันศุกร์ (คาดว่าเพื่อดูละครย้อนหลัง) ไปลองดู Stats นี้กันได้ที่ Truehits.net

ข้อมูลจาก Truehits เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2561

 

สรุป : ถ้าทำคอนเทนต์ที่ตรงใจคนดู อยู่บนแพลตฟอร์มไหนคนก็ตามไปดู

บทเรียนจากละคร ‘บุพเพสันนิวาส’ ครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทั้งสถานีโทรทัศน์หน้าเก่า-หน้าใหม่ ขาขึ้น-ขาลง หรือผู้ผลิตคอนเทนต์ต่าง ๆ ก็ต้องตระหนัก เราถอดออกมาเป็น 3 บทเรียนที่ทุกคนต้องคำนึงถึง ซึ่งประกอบไปด้วย

  1. คอนเทนต์ที่ดี ต้องทำให้ตรงใจคนดู คิดถึงกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ปัจจุบันใช้สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์สื่อสารหลักไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  2. คอนเทนต์อยู่ที่แพลตฟอร์มเดิม ๆ (อย่างเช่น ทีวี) อย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป มีคอนเทนต์ดีแค่ไหน แต่ไม่แพร่กระจายสู่แพลตฟอร์มอื่น ก็อาจจะจอดได้
  3. เมื่อทำแพลตฟอร์ม Video Streaming ขึ้นมาเอง ก็ต้องทำให้ระบบรองรับคนดูที่เข้ามาเป็นจำนวนมากด้วย

สรุปความได้ประมาณนี้ หากออเจ้าพอเข้าใจกันถ้วนทั่วแล้ว ก็รอดูปรากฏการณ์ของละคร 'บุพเพสันนิวาส' ไปเรื่อย ๆ ว่าจะสามารถสร้างสถิติหรือสิ่งน่าสนใจอะไรได้อีกหรือไม่

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!