ม.หอการค้าไทยคาดเงินสะพัดตรุษจีน 60,000 ล้านบาท

ม.หอการค้าไทยคาดเงินสะพัดตรุษจีน 60,000 ล้านบาท

ม.หอการค้าไทยคาดเงินสะพัดตรุษจีน 60,000 ล้านบาท
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

นายวรพร ตั้งสง่าศักดิ์ศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายออกบัตรธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน ก.พ. ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน จะมีความต้องการใช้ธนบัตรของประชาชนในเกณฑ์ที่สูงกว่าปกติ โดย ธปท. ประมาณการว่า ธนาคารพาณิชย์จะเบิกจ่ายธนบัตรจาก ธปท. ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนเทศกาลเพิ่มขึ้นจากการเบิกจ่ายปกติ โดยคาดว่าจะมีมูลค่าสุทธิประมาณ 46,000 ล้านบาท ดังนั้น ธปท. จึงได้เตรียมสำรองธนบัตรชนิดราคาต่าง ๆ เพื่อรองรับอย่างเพียงพอ

ขณะที่ ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งประเมินการใช้จ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีน ปี 2561 อาทิ ธนาคารกสิกรไทย สำรองเงินสดไว้ช่วง 13-16 ก.พ. ทั้งสิ้น 48,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการสำรองผ่านช่องทางสาขา 21,000 ล้านบาท และสำรองผ่านตู้เอทีเอ็ม 27,000 ล้านบาท ทั่วประเทศ ขณะที่ ธนาคารกรุงเทพ จัดสรรเงินสดสำรองไว้บริการลูกค้า 35,000 ล้านบาท และเพิ่มความถี่เติมเงินที่ตู้เอทีเอ็มเป็นกรณีพิเศษ รวมถึงสำรองธนบัตรใหม่ เพื่อใช้สำหรับเป็นเงินอั่งเปามอบเป็นธรรมเนียมในเทศกาลปีใหม่จีนด้วย 

ด้านธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำรองเงินสดไว้ 17,077 ล้านบาท แบ่งเป็นช่องทางตู้เอทีเอ็ม 10,054 ล้านบาท สาขาของธนาคาร 7,023 ล้านบาท ส่วนธนาคารกรุงไทย เตรียมธนบัตรใหม่ทุกชนิดไว้ตามสาขาและตู้เอทีเอ็มคิดเป็นมูลค่า 10,218 ล้านบาท เพื่อรองรับการใช้จ่ายของประชาชนช่วงวันที่ 8-16 ก.พ. และธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เตรียมเงินสดสำรองไว้ให้บริการลูกค้าในช่วงดังกล่าว 1,111 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินเงินสะพัด 13,440 ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า เม็ดเงินค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาลตรุษจีนของคนกรุงเทพฯ ปีนี้ น่าจะอยู่ที่ประมาณ 13,440 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่ม 4.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเม็ดเงินค่าใช้จ่ายปี 2561 ในเทศกาลนี้มีเพิ่มขึ้นในส่วนของค่าใช้จ่ายจากการทำบุญ การท่องเที่ยว และเงินแต๊ะเอีย ขณะที่เม็ดเงินค่าเครื่องเซ่นไหว้อาจอยู่ในภาวะทรงตัว เนื่องจากความเคร่งครัดในประเพณีที่ไม่เข้มแข็งเหมือนแต่ก่อน ทำให้แต่ละครอบครัวใช้เม็ดเงินในส่วนนี้เท่าที่จำเป็น ทั้งที่ราคาสินค้าก็ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นมาก

โดยคาดว่า เม็ดเงินค่าเครื่องเซ่นไหว้ของคนไทยเชื้อสายจีนในกรุงเทพฯ ปีนี้น่าจะอยู่ที่ 5,970 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนค่าท่องเที่ยว ทำบุญ ประมาณ 3,540 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เงินแต๊ะเอีย ประมาณ 3,930 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7%

พร้อมกับคาดว่าในอนาคต เม็ดเงินค่าใช้จ่ายในส่วนของการไหว้ตรุษจีน อาจมีแนวโน้มปรับลดลง ตามจำนวนคนจีนรุ่นก่อนที่มีบทบาทนำด้านการจัดเตรียมพิธีไหว้ที่มีแนวโน้มลดลง และถูกทดแทนด้วยคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคร่งครัดประเพณี ซึ่งปัจจัยดังกล่าว นับเป็นโจทย์ที่ท้าทายของธุรกิจในการวางกลยุทธ์ ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการตลาดที่อาจเปลี่ยนไป โดยเฉพาะการดึงคนรุ่นใหม่ที่มีความหลากหลายและไม่ยึดติดกับประเพณีเดิม รวมถึงบางกลุ่มก็พร้อมที่จะไม่สืบทอดต่อไปให้มาใช้บริการ

ม.หอการค้าชี้ใช้จ่ายซื้อสินค้า-ท่องเที่ยวเฉียด 60,000 ล้านบาท สาเหตุเพราะของแพงขึ้น

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุุถึงผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคช่วงเทศกาลตรุษจีน 2561 พบว่า มีผู้ตอบว่าตรุษจีนปีนี้จะคึกคักมากกว่าปีก่อน 63% คึกคักเท่าเดิม 24.4% และ คึกคักน้อยลง 12.6% โดยส่วนใหญ่วางแผนไหว้เจ้า/บรรพบุรุษ และเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะปีนี้เดินทางไปต่างประเทศมากกว่าปีก่อนค่อนข้างมาก

ในส่วนการใช้จ่ายซื้อสินค้า ส่วนใหญ่ 45.9% ระบุซื้อปริมาณเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ 57.6% ระบุใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจดีขึ้น ของแพงขึ้น มีรายได้และโบนัส

42.6% ระบุใช้จ่ายเท่าเดิมและลดลง เพราะจำเป็นต้องลดการใช้จ่ายตามรายได้ที่ลดลง มองภาวะเศรษฐกิจแย่ลง และวิตกเรื่องเสถียรภาพทางการเมือง โดยคาดว่าเงินใช้จ่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีนทั้งการซื้อสินค้าและท่องเที่ยวประมาณ 56,860 ล้านบาท เป็นมูลค่าสูงสุดที่เคยทำการสำรวจมา 10 ปี แต่ขยายตัวเพียง 3.52% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 6 ปี

"สาเหตุหลักที่มูลค่าใช้จ่ายตรุษจีนปีนี้สูงสุด เป็นผลมาจากราคาสินค้าสูงขึ้น โดยผู้บริโภค 67.8% ระบุราคาสินค้าตรุษจีนปีนี้แพงขึ้น ขณะที่มีเพียง 15.7% ระบุราคาไม่เปลี่ยนแปลง สอดรับกับคำถามว่าสิ่งที่เป็นห่วงมากในตรุษจีนนี้อันดับแรกคือ การขึ้นราคาสินค้าที่จำเป็นสำหรับตรุษจีน ส่วนกลุ่มที่ใช้จ่ายลดลงเพราะกังวลเรื่องรายได้และเห็นว่าเศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ทำให้ระมัดระวังการใช้จ่าย หากไม่กังวลเรื่องเศรษฐกิจและเศรษฐกิจไม่ได้ฟื้นตัวแบบกระจุกตัวอย่างตอนนี้ การใช้จ่ายตรุษจีนน่าจะขยายตัวได้ราว 5-6% เมื่อรวมการใช้จ่ายวันวาเลนไทน์และตรุษจีนปีนี้จะมีมูลค่าเกือบ 60,000 ล้านบาท ส่งผลให้จีดีพีดีขึ้น 0.3%" นายธนวรรธน์ กล่าว